มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แถลงถึงความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้รัฐสภานำการแก้ไขวิกฤติประเทศไปสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้ยอมรับความจริง ร่วมมือทุกฝ่าย และตั้งคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและกำหนดเส้นเวลาชัดเจนสำหรับการยุบสภายังไม่เลือกตั้ง พร้อมทั้งวิพากษ์ปัญหาเศรษฐกิจที่ทรุดตัวจากผลกระทบของโควิด-19 โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ลดลงและเอสเอ็มอีจำนวนมากที่ล้มหายไป จึงเสนอให้รัฐบาลปรับลำดับความสำคัญการใช้งบประมาณ ลดรายจ่ายที่รอได้ และนำเงินนอกงบประมาณพร้อมเงินสำรองระหว่างประเทศมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการฝึกอบรมและการจ้างงาน รวมถึงสนับสนุนสตาร์ตอัปและผลักดันการจัดเก็บภาษีจากอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อความยุติธรรมและรายได้เพิ่มให้ประเทศ พร้อมเน้นย้ำการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ด้วยมาตรการป้องกันและวัคซีนเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและการส่งออก รวมถึงแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ดอกเตอร์มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ประชาชนกำลังมองเราด้วยความหวัง อยากให้รัฐสภาเป็นเวทีสำคัญในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง ในขณะเดียวกันยังมีประชาชนบางส่วนมองเราด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจ มองว่าเรากำลังเล่น ละครระดับประเทศอยู่ จบการอภิปรายวันนี้ รัฐสภาต้องมีการดำเนินการที่มีผลลัพธ์ เป็นรูปธรรม มิฉะนั้นประชาชนอาจหมดหวังกับรัฐสภา กับการเมือง และไม่คาดหวังกับ รัฐสภาอีกต่อไป เราต้องการความกล้าหาญจากรัฐสภา จากรัฐบาล และจะเป็นบททดสอบ ความเป็นผู้นำของรัฐสภา และของรัฐบาล ผมเห็นว่าทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายรัฐบาล ผู้ชุมนุม รัฐสภา และประชาชน มีความหวังดีกับประเทศ เราทุกคนควรมองไปข้างหน้า กำหนด วิสัยทัศน์ของประเทศที่ทุกฝ่ายต้องการ เลิกโทษกันเสียที ดังนั้นเราต้องพูดความจริง ยอมรับ ความจริงว่าเราจะแก้ไขปัญหาประเทศของเราอย่างไร วันนี้ผมมีการบ้าน ๔ ข้อ มานำเสนอ ผ่านทางท่านประธานรัฐสภาให้เราช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศ
การบ้านข้อที่ ๑ ที่ผมอยากนำเสนอก็คือการตั้งคณะกรรมการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้ชุมนุมเพื่อทำความเข้าใจและแสดงความจริงใจของรัฐบาลกับรัฐสภา ในการแก้ปัญหาของประเทศ ผมเชื่อว่าทุกภาคส่วนมีความห่วงใย มีความหวังดีกับประเทศ อยู่แล้ว ผมมีทฤษฎีไม้กางเขน ก็คือคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นชุดนี้จะประกอบด้วย ตัวแทน ๔ ฝ่าย ฝ่ายแรก ที่อยู่ด้านซ้ายสุดของไม้กางเขนจะเป็นกลุ่มนิสิต นักศึกษา ผู้ชุมนุม เป็นตัวแทนของผู้ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ฝ่ายที่ ๒ ซึ่งอยู่ด้านขวาสุด จะเป็นตัวแทนของรัฐบาลเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ฝ่ายที่ ๓ ประกอบด้วยตัวแทนจาก ส.ส. ฝ่ายค้าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ฝ่ายที่ ๔ จะเป็นตัวแทนจาก ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว. โดยที่ฝ่ายที่ ๓ และฝ่ายที่ ๔ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะอยู่ ตรงกลางเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายผู้ชุมนุมกับฝ่ายรัฐบาล ทั้ง ๔ ฝ่าย จะมีตัวแทนในสัดส่วนที่เท่า ๆ กันเพื่อให้เกิดความยุติธรรม คณะกรรมการชุดนี้จะมีตัวแทน เท่ากัน ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย รวมทั้งหมด ๔ ฝ่าย ฝ่ายละ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผมขอให้การตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ตั้งบุคคลที่เปิดกว้างและพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น ของทุกฝ่าย สุดท้ายเราจะได้ผลลัพธ์อะไรจากคณะกรรมการชุดนี้ สิ่งที่ผมคาดหวังจาก คณะกรรมการชุดนี้ก็คือข้อเสนอแนะในการเดินหน้าประเทศที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
การบ้านข้อที่ ๒ ที่ผมอยากฝากก็จะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเห็นว่า เราควรจะเอาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายไอลอว์ (iLaw) เข้ามาพิจารณาพร้อมกัน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดต้องมีการกำหนดไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ชัดเจนว่าจะเสร็จเมื่อไร ให้ทุกภาคส่วนมองเห็นอนาคตของประเทศว่ารัฐธรรมนูญจะเสร็จ เมื่อไร หลังจากนั้นก็อาจให้มีการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
การบ้านข้อที่ ๓ เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ก็คือเรื่องการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจ ท่านประธานทราบไหมครับว่าคนส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นอยู่ และกำลังซื้อ ที่แย่ลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ล้มกันระเนระนาด ด้วยมาตรการช่วยเหลือจาก ธนาคารกลางที่ไม่สัมฤทธิ์ผล ผมขอให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณในแต่ละหมวด และลดงบประมาณในหมวดที่สามารถรอได้ ลดลงอย่างน้อย ๒๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำเงิน ส่วนนี้ไปใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เน้นการฝึกอบรมและการจ้างงาน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และผมขอให้รัฐบาลนำเงิน นอกงบประมาณที่มีอยู่อย่างมหาศาลมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เงินนอกงบประมาณ ส่วนนี้ในภาวะปกติรัฐบาลไม่ควรจะไปแตะต้อง แต่ในสภาพในสถานะวิกฤติเช่นนี้รัฐบาล ก็ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้เพียงพออยู่แล้ว ฉะนั้นแทนที่รัฐบาลจะต้องไปกู้เงินมาปิดบัญชี งบประมาณของประเทศ รัฐบาลควรจะนำเงินนอกงบประมาณมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งนำเงินตราสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกันมาช่วยกระตุ้น หมุนเวียนเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน ให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ต่อไป
อีกธุรกิจที่ผมอยากเน้นก็คือการสนับสนุนสตาร์ตอัป (Startup) ที่จะเป็น อนาคตของประเทศ ธุรกิจนิวเอสเคิร์ฟ (New S-curve) ต่าง ๆ ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ฟินเทค (FinTech) แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์ม (Application platform) ต่าง ๆ ที่ภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่เป็นอินคูเบเตอร์ (Incubator) โดยตรงต้องหันมา สนับสนุนผู้ประกอบการอย่างแท้จริง อย่าให้เกิดกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเล่นพรรคเล่นพวก หรือสนับสนุนเฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีความสนิทสนมเท่านั้น เราต้องช่วยกันให้เกิดยูนิคอร์น (Unicorn) หรือมายลิตเติ้ล โพนี่ (My Little Pony) ในประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ก็เป็นสิ่งที่ช่วยรัฐบาล ในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างดี เป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับผู้ประกอบการ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ของประเทศที่ต้องมีการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว รวมทั้ง มีการจัดเก็บภาษีจากแพลตฟอร์ม โซเชียล (Platform social) ต่าง ๆ เพื่อให้เกิด ความยุติธรรมและนำเงินเหล่านี้มาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป
การบ้านข้อสุดท้ายที่ผมอยากฝากก็จะเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาโควิด (COVID) และการเปิดประเทศ ซึ่ง ๒ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน สิ่งเดียวที่เราจะช่วยให้ประเทศสามารถ เดินข้ามโควิด (COVID) ไปได้ก็คือการป้องกันประชาชนจากโควิด (COVID) ด้วยการกระชับ มาตรการสวมหน้ากากอนามัยและโซเชียล ดิสแทนซิง (Social distancing) ที่มีการหย่อนยาน อย่างมากในปัจจุบัน รวมถึงการทุ่มงบประมาณในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด (COVID) ซึ่งถ้าประชากรของประเทศได้รับการฉีดวัคซีนที่เร็วขึ้นและมากขึ้นจะทำให้เราสามารถ เปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการส่งออกฟันเฟืองหลัก ของประเทศที่มีปัญหาเป็นอย่างมาก ท่านประธานทราบไหมครับว่าสินค้าเกษตรต่าง ๆ ไม่สามารถส่งออกได้ทำให้สินค้าเกษตรเหล่านี้ขายไม่ได้ราคา ราคาสินค้าเกษตรถูกลง เป็นอย่างมาก ทั้งข้าว ทั้งมะพร้าว รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ อีกมากมาย ราคาสินค้าเกษตร ในปัจจุบันเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องช่วยกันแก้ปัญหาโควิด (COVID) ให้ได้ เพื่อให้การท่องเที่ยวและการส่งออกกลับมาเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศในการสร้างรายได้ ให้กับประชาชน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศอันเป็นที่รักของเราทุกคนต่อไป ขอบคุณครับ