อนุทิน ยันรัฐบาลรับมือโควิดได้ ตั้งศูนย์ฯ ลดข้อครหา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันรัฐบาลรับมือโควิดอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งศูนย์บริหารฯ และบูรณาการหน่วยงานเพื่อลดข้อครหา พร้อมเร่งผลิตเวชภัณฑ์และเจรจาจัดหาวัคซีนจากต่างประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกรัฐสภา ในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้เวลานี้ ขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้กรุณาอภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องโควิด (COVID) ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย พร้อมทั้งส่งคำชื่นชมในการที่รัฐบาลได้รับมือ กับสถานการณ์โรคระบาดโควิด ๑๙ (COVID-19) นี้ตั้งแต่ต้นปี ก็คือตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน อยากกราบเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้รับทราบนะครับว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วง ๑๐ เดือนที่ผ่านมาท่านให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการแก้ไขสถานการณ์โรคระบาด โควิด ๑๙ (COVID-19) ท่านได้ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิดแห่งชาติ ตอนที่ตั้งมาผู้คน ก็บอกว่านายกรัฐมนตรียึดอำนาจกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว นายกรัฐมนตรีเอาอำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปบริหารเอง วันนั้นจนถึงวันนี้พิสูจน์แล้วครับว่า ข้อครหาเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นครับ ตรงกันข้ามครับ การที่เรามีศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด แห่งชาติ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้นั่งเป็นประธานในการประชุมทุกครั้ง แล้วท่านได้ สนธิบูรณาการองค์การส่วนราชการทุกหน่วยงานเข้ามารวม ทำให้เกิดพลังในการต่อสู้ และรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ (Virus COVID-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพจนถึงปัจจุบัน คงไม่ต้องสงสัยครับว่าในขณะนี้ประเทศไทยเราอยู่ในลำดับต้น ๆ อาจจะเป็นลำดับ ๑ ด้วยซ้ำในการรับมือกับโรคระบาดโรคนี้ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ารัฐบาลไม่ให้ ความใส่ใจและไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากพี่น้องประชาชนทุก ๆ คน ตลอดจนข้าราชการ ทุก ๆ ภาคส่วนที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้กับโรคนี้ วันนี้เราเข้าเดือนที่ ๑๐ แล้วครับ เรารู้จักมันมา ๑๐ เดือนแล้วครับ แล้วเราก็เริ่มรุกไล่มันกลับเข้าไปบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เขา รุกไล่เรามาฝ่ายเดียว ตอนที่เกิดโรคระบาดใหม่ ๆ เรายังไม่รู้จักเขาดีพอ เรายังไม่มีอุปกรณ์ การแพทย์ ไม่มีเวชภัณฑ์ คณะแพทย์ พยาบาล เภสัชกรยังไม่รู้จักธรรมชาติของโควิด (COVID) นี้ หน้ากากอนามัยขาดแคลนถูกกักตุนแล้วก็เพิ่มราคาที่ไม่มีเหตุผล แต่รัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทุกท่านใช้เวลาไม่เกิน ๓ เดือน ในการแก้ไขให้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรคระบาดที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ได้กลับคืนสู่สภาพที่เราอยู่ได้โดยเร็วที่สุด วันที่เรายังไม่มีห้องแยก วันที่เรายังไม่มียา วันที่เรา ยังไม่มีเวชภัณฑ์ ขาดแคลนไปทุกอย่าง ขาดแคลนพีพีอี (PPE) ขาดแคลนยาที่ใช้รักษา ขาดแคลนห้องในเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม พอเข้าเดือนมิถุนายนเท่านั้นครับ ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม สภาพพร้อมที่สุดที่ระบบการสาธารณสุขของประเทศจะทำได้ เรามีห้องที่จะพร้อมรองรับผู้ป่วยเป็นหมื่น ๆ คน เรามียาที่เพิ่มขึ้นจาก ๘,๐๐๐ เม็ด เป็น ๗๐๐,๐๐๐ เม็ด เรามีแพทย์ที่เข้าใจโรคโควิด (COVID) แล้วที่สำคัญที่สุดเราไม่ต้อง พึ่งพาการนำเข้าเวชภัณฑ์ใด ๆ อีกแล้วครับ ชุดพีพีอี (PPE) ผลิตได้ในเมืองไทยทันทีที่เรารู้สึก ว่าขาดแคลน เราได้รับความร่วมมือจากสมาคมสิ่งทอ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านกรุณาเรียก สมาคมสิ่งทอแล้วขอร้องให้เขารีบเร่งผลิต วัตถุดิบที่นำมาเป็นชุดพีพีอี (PPE) เพื่อให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกท่านได้เข้าถึงคนไข้โดยที่ไม่ต้องระแวงว่าจะเกิดการติดเชื้อ จากละอองฝอยของคนไข้หรือเปล่า ความร่วมมือที่ดีจากภาคเอกชนทำให้ทุก ๆ อย่างในวันนี้ เกิดความพร้อมสรรพหมดครับ หน้ากากอนามัยที่คล้ายกันชิ้นละ ๒๐ กว่าบาท วันนี้ เหลือ ๑.๖๐ บาท แล้วก็ไม่ขาดแคลนด้วยครับ วันนี้องค์การเภสัชกรรมได้ตั้งไลน์ (Line) ที่ผลิตหน้ากากอนามัยเองครับ ปิดทาง ปิดโอกาสพ่อค้า นักฉวยโอกาสที่จะกักตุน เพิ่มราคาหน้ากากอนามัยที่จะนำไปให้กับพี่น้องประชาชนโดยสิ้นเชิง แล้วเรื่องวัคซีน ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาแสดงความกังวลถึงนะครับ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่เซ็นบันทึกข้อตกลงเอ็มโอยู (MOU) กับทุก ๆ สถาบันที่เป็นสถาบันชั้นนำในการพัฒนา คิดค้นวัคซีนนี้ขึ้นมา เราเซ็นกับโคแวกซ์ (COVAX) ซึ่งเป็นองค์กรที่พัฒนาวัคซีนภายใต้ การกำกับขององค์การอนามัยโลก การที่เราไปร่วมมือกับโคแวกซ์ (COVAX) รายเดียว เท่ากับเราร่วมกับสถาบันที่คิดค้นวัคซีนนี้เกือบ ๒๐ แห่ง นอกจากนั้นเรายังเพิ่งเซ็นกับ มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด แล้วก็บริษัทผลิตยาชั้นนำของโลกแห่งหนึ่ง ซึ่งถ้าเขาทดลองสำเร็จ เขาจะถ่ายทอดวิทยาการเหล่านี้มาให้กับโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยให้ทำการผลิตวัคซีน ขึ้นมาให้สำเร็จ แล้วทำการแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ผมให้คำยืนยันครับว่ารัฐบาลชุดนี้ จะทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด (COVID) ทันทีที่การค้นพบ และการผลิตวัคซีนเกิดความสำเร็จขึ้นมานะครับ นอกจากนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ให้การสนับสนุนในทุก ๆ สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอท่านขึ้นไปเพื่อทำให้เกิดขวัญกำลังใจและเกิดพลังในการต่อสู้กับโรคโควิด (COVID) เริ่มมาจากการบรรจุข้าราชการถึง ๔๕,๖๘๔ ตำแหน่ง ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด (COVID) จากลูกจ้างชั่วคราวให้เขาได้เป็นข้าราชการประจำ เขามีกำลังใจ เขาพร้อมที่จะต่อสู้ ซึ่งพลังนี้ เห็นได้อย่างชัดเจนครับ เรื่องของพี่น้อง อสม. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเรามี อยู่ถึง ๑,๐๕๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ รัฐบาลชุดนี้ได้ให้การดูแล ได้ตระหนักถึงความทุ่มเท ของพวกเขาเหล่านั้นในการที่ช่วยรัฐบาลสอดส่องดูแล เคาะประตูบ้าน นำยาไปแจก คอยให้ ความรู้ความเข้าใจให้กับชาวบ้าน รัฐบาลชุดนี้ได้ให้ค่าตอบแทนกับพี่น้อง อสม. ตั้งแต่ มีการเริ่มระบาดขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้คำสัญญาต่อพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศว่าตราบใดที่โควิด (COVID) ยังอยู่ รัฐบาลชุดนี้จะให้การดูแล ให้ค่าตอบแทน พี่น้อง อสม. จนกว่าโรคโควิด (COVID) จะหมดไป นอกจากนี้รัฐบาลยังได้อนุมัติอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่นี้ว่าได้อนุมัติ งบประมาณถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะเอามาใช้ต่อสู้กับโรคโควิด (COVID) พัฒนา สถานบริการทางการสาธารณสุขแล้วก็ใช้ในเรื่องของการยกระดับระบบการสาธารณสุขของ ประเทศไทย คิดว่าใช้ไม่ถึงหรอกครับ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่น่าถึงครับ ยังห่างครับ เพราะว่า เราไม่มีคนไข้ แล้วเราก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนถึงจุดที่ว่าเราไม่มีการติดเชื้อในประเทศนี้ มาเป็นระยะเวลามากกว่า ๔ เดือนแล้ว ที่มีการติดเชื้อที่เป็นข่าวภายใน ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เป็นการติดเชื้อในที่ที่เราควบคุมได้ ในที่ที่เราขอให้เขาเข้ามารับการกักกันตัว ผมกราบเรียนเลยครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาตรงนี้ การที่จะไปมองว่าจะต้องไม่มีการติดเชื้อ ในประเทศนี้เป็นเป้าหมายที่ผิดอย่างแน่นอนครับ แต่สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ให้การสนับสนุน ระบบการสาธารณสุขก็คือพยายามให้มีการติดเชื้อให้น้อยที่สุด เมื่อมีการติดเชื้อที่ไหน เราตรวจสอบได้ทันที เราคัดกรองได้ทันที เรานำเขาไปรับการรักษาพยาบาลได้ทันที วันนี้ ความพร้อมมีครบครับ ต้องขออนุญาตกราบเรียนสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้รับทราบ ถือว่าเป็น ข่าวดีนะครับ แล้วก็ถือว่าการที่ได้รับการร่วมมือ กำลังใจจากสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน พี่น้อง ประชาชนทุกคน ตลอดจนผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาคของอย่างมากมายในช่วงที่เราต่อสู้กับ โควิด (COVID) นี่คือพลังที่ทำให้ประเทศไทยของเราสามารถรับมือกับสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ได้เป็นอย่างดีนะครับ แล้วก็ยังมั่นใจว่าเราจะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้ต่อไป ขออนุญาตนะครับ ขอให้สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้รับทราบว่าประเทศไทยหลังจาก สถานการณ์โควิด (COVID) จะเป็นประเทศไทยที่ทุก ๆ ประเทศในโลกนี้จะต้องให้ ความสำคัญ จะต้องให้ความสำคัญในการเข้ามาลงทุน เข้ามาพำนัก เข้ามารักษาพยาบาล เข้ามาท่องเที่ยว ประเทศไทยหลังโควิด (COVID) จะต้องเป็นประเทศไทยที่มีความมั่นคง แข็งแกร่งในทุก ๆ ด้าน จะเป็นที่เชื่อมั่นของทุกคนในโลกนี้ที่จะให้ความมั่นใจแล้วก็มา เพิ่มรายได้ให้กับประเทศให้กับคนในประเทศนี้ หากพวกเราทุกคนอยู่กันด้วยความสามัคคี อยู่กันด้วยความเข้าใจว่าประเทศนี้ยังจะต้องเดินหน้าต่อไป แล้วสิ่งเดียวที่จะเป็นแรงดึงดูด ให้กับทุก ๆ คนที่จะมาให้ความสำคัญกับประเทศนี้คือความสามัคคีของชนในชาติ ซึ่งพวกเราทุกคนล้วนตระหนักดี แล้วก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเช่นนั้น ผมมีความเชื่อ เช่นนั้นนะครับ ขอให้ความมั่นใจ และขออนุญาตท่านประธานชี้แจงในกรณีของโควิด (COVID) เพียงเท่านี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ