สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ชี้แจงความก้าวหน้าในการบริหารประเทศภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยเน้นความสำเร็จในการควบคุมการระบาดและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่ได้รับการประเมินในทางบวกจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น IMF ที่ยกย่องมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลร่วมกับประชาชน จนทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ได้รับการปรับอันดับการฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 94% สามารถฟื้นตัวและดำเนินธุรกิจต่อได้ พร้อมเรียกร้องให้สังคมพิจารณาบริบทอย่างรอบด้านและเรียกร้องให้เยาวชนร่วมเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศต่อไป
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แล้วก็ ดูแลกระทรวงการคลัง แล้วก็สภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย เมื่อสักครู่นี้ ท่านสมาชิกก็ได้กล่าวถึงการบริหารงานของรัฐบาลโดยรวม ก็ยังมีความกังวลในเรื่องของ ทั้งเศรษฐกิจแล้วก็การบริหารกิจการบ้านเมือง คืออยากจะเรียนว่าอยากจะให้พวกเรานึกถึง เดือนเมษายน ความรู้สึกของพวกเราที่วันนี้ต่างกับเดือนเมษายนเยอะมาก เดือนเมษายน หน้ากากอนามัยยังเป็นสิ่งที่หายาก เดือนเมษายนระยะห่างคือการแสดงความรักของ ครอบครัว แต่วันนี้เราเปลี่ยนไปนะครับ เราลืมสิ่งเหล่านั้นแล้ว สิ่งที่พวกเราทั้งรัฐบาลร่วมมือกัน ได้ทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น แล้วเราก็สามารถใช้ชีวิตได้เกือบจะปกติ ปกติเหมือนกับที่เราเคยมีชีวิต ปกติอยู่ เราสามารถโอบกอดคนที่เรารักได้ ผมคิดว่าการที่กล่าวหารัฐบาลว่าทำงานไม่ได้ ไม่สำเร็จ อันนี้ผมคิดว่าอยากจะให้เรียนผ่านท่านประธานสภาไปถึงสมาชิกผู้อภิปรายด้วยนะครับ ขอให้นึกถึง ในประเด็นนี้ด้วย ในส่วนของปัญหาเศรษฐกิจเองนี่ก็ต้องเรียนว่าท่านต้องจำแล้วก็เข้าใจว่า ตัวเลขของผู้ที่ติดเชื้อสะสมยังมีเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาเลย ผู้เสียชีวิตก็ยังมีอยู่มาก ปัญหาของ การควบคุมการระบาดก็ยังมีอยู่ แล้วประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในส่วนนี้ แล้วเราก็ต้องพึงที่จะรักษาไว้ ในส่วนของการฟื้นฟู การแก้ไขเยียวยาต่าง ๆ กระผมอยากจะ เรียนว่าที่ผ่านมาก็เคยได้อภิปรายแล้วก็ชี้แจงในที่ประชุมในการอภิปรายทั่วไปคราวที่แล้ว แต่ก็อยากจะสรุปสั้น ๆ ว่าตลอดระยะเวลาที่เราค่อย ๆ ผ่อนคลายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เป็นต้นมา ผ่านมา ๖ ระยะ ถึง ๗ ระยะ จนกระทั่งพวกเราทุกคนในประเทศไทยมีชีวิตที่เกือบจะปกติหรือปกติ ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ หรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจด้านค่าใช้จ่ายการผลิตปรับตัวขึ้นมาโดยตลอด ความห่วงใย ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ห่วงนั้นน่าจะคลายกังวลไปได้ ดัชนีชี้วัดดีทุกตัวนะครับ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน แต่เริ่มมีบางตัว เริ่มมีบางตัวปรากฏอยู่ในดัชนีของความมั่นใจของผู้บริโภค ตรงนี้ได้เกิดขึ้นสันนิษฐานว่าเมื่อประมาณเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมจะเกิดขึ้น ก็ทันทีที่มี ความเห็นต่างที่เกิดขึ้น เดือนเมษายนเรายังไม่เห็นต่างเลยนะครับ พอลำบากเมื่อไร มีเหตุการณ์คับขันเราไม่เห็นต่างกัน แต่วันนี้พอเราสบายตัว ภารกิจยังไม่จบเราเห็นต่างกัน เสียแล้ว แต่ไม่เป็นไรนะครับ ทางรัฐบาลก็ยังจะต้องทำงาน ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดที่จะฟื้นฟู เศรษฐกิจต่อไปให้ได้ ดัชนีชี้วัดทุกตัวยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การส่งออกก็ตามนะครับ
อีกสิ่งหนึ่งก็คือเสถียรภาพทางการเงินของเรา ผมเรียนคราวที่แล้วไปแล้ว ในการอภิปรายทั่วไปวันนี้มีความคืบหน้า มีความคืบหน้าอีกเช่นเดียวกัน ท่านบอกว่า มีบุคคลภายนอกหรือประเทศภายนอกจับตามองเราตลอด จริงครับเขาจับตามองเรานะครับ เขาจับตามองเราด้วยความชื่นชม อย่างน้อยก็มีสถาบันชั้นนำอย่างไอเอ็มเอฟ (IMF) ซึ่งประกาศผลการประเมินล่าสุดถึงภาวการณ์เศรษฐกิจของกลุ่มภูมิภาค ประเทศในภูมิภาค อาเซียน ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวนะครับ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ได้รับ การปรับอัตราการฟื้นฟูได้ดีกว่าประเทศอื่น ๆ ประเทศอื่นนี่ปรับอัตราการฟื้นฟูลดลง ลดถอยลง มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียว นี่ก็คือตัวอย่างที่อยากจะให้พวกเราได้เห็น และให้ได้ ภาคภูมิใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความร่วมมือร่วมใจของ ทุกภาคส่วน เพราะมาตรการในการฟื้นฟูที่กำหนดขึ้นมาของรัฐบาลที่เสนอขึ้นมา ไม่ว่า จะเป็นเที่ยวด้วยกัน ไทยมีงานทำ คนละครึ่ง หรือแม้กระทั่งช้อปดีมีคืน หรือแม้กระทั่ง มาตรการอื่น ๆ ล้วนแต่เป็นมาตรการที่จะต้องร่วมกันหรือที่เรียกว่า โคเพย์ (Co-pay) นี่คือสิ่งที่เราทำงานร่วมกันมาของคนไทยทั้งประเทศแล้วปรากฏและเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ประจักษ์โดยการประเมินของไอเอ็มเอฟ (IMF) ซึ่งเป็นสถาบันที่ถือว่าน่าเชื่อถือ มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้มองว่าประเทศไทยได้มีการบริหารจัดการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ได้ดีกว่าคนอื่น ถึงแม้ในตัวเลขเรายังติดลบอยู่ระดับ ๗ ก็ตาม แต่ไม่ใช่ ๑๐ อย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว แล้วก็ไม่ใช่ประเทศที่แย่ที่สุดในอาเซียนด้วย วันนี้ยังมี ประเทศอื่นที่แย่กว่าเรานะครับ
ข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งและเป็นข่าวที่ผมได้เคยอภิปรายพูดไว้ในอภิปรายทั่วไป ของการอภิปรายคราวที่ผ่านมาด้วยความเป็นห่วงว่าในช่วงเยียวยามีการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้รายย่อยหรือลูกหนี้ของธุรกิจขนาดเล็ก ถ้าจำกันได้นะครับ ๑๒.๕ ล้านราย เป็นจำนวนเงิน ๖.๘ ล้านล้านบาท สิ่งที่เราเป็นห่วงรัฐบาลจับตามอง และพยายามที่จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะกลัวว่าการปรับหรือพักหนี้จะครบกำหนด เดือนตุลาคม ก็ได้ใช้ความพยายามร่วมมือกันทุกฝ่าย ก็เป็นห่วงว่าภาระหนี้นี้จะเป็นภาระหนี้ ที่มีปัญหาอย่างที่ท่านสมาชิกเป็นห่วงกัน ซึ่งข้อมูลล่าสุดก็ปรากฏชัดเจนด้วยความร่วมไม้ ร่วมมือกันของรัฐบาลกับผู้ใหญ่ทุก ๆ คน ทุกสถาบัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย สภาธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องพยายามประคับประคองส่วนนี้และช่วยเหลือ ข้อมูลล่าสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยมาพบว่า กลุ่มลูกค้าที่เป็นขนาดเล็กที่เราห่วงกันนักว่าจะประสบปัญหาเรื่องล้มละลายอยู่รอดไม่ได้ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ มีการใช้ชีวิตหรือกลับมาดำเนินธุรกิจแบบปกติ รวมทั้งมีการแก้ไขปัญหาให้ ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ มีเพียง ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังหาตัวไม่เจอ หรือรอการที่จะมาแก้ไข ปัญหา ซึ่งวันนี้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินต่าง ๆ ได้พยายามที่จะติดต่อแล้วก็ให้มาเข้าสู่ ระบบของการแก้ไขหรือปรับปรุงโดยไม่ทอดทิ้ง พยายามอย่างเต็มที่กับทุกฝ่าย เรามาถึง ตรงนี้กันแล้วนะครับ เราเป็นประเทศที่มีความคืบหน้าในการฟื้นฟู ในการพัฒนา รวมทั้ง การแก้ไข ป้องกันการระบาดของโควิด (COVID) ได้เป็นอย่างดี เราจะค่อย ๆ ทยอย เปิดประเทศ สร้าง ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย แต่ก็น่าเสียดายนะครับ น่าเสียดาย เรามีความเห็นต่าง กับน้อง ๆ เยาวชนต่าง ๆ ผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้น ดัชนีบางตัวเริ่มส่งสัญญาณที่อ่อนตัวลงอย่างที่ ผมได้เรียนไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร ภารกิจเราเข้าใจว่ายังไม่จบสิ้นในการแก้ปัญหา จำเป็น จะต้องเดินหน้าต่อ รัฐบาลก็พยายามเต็มที่พร้อมจะอดทนร่วมกับผู้ใหญ่ในทุก ๆ ภาคส่วน สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ผู้ใหญ่ทุก ๆ คนพร้อมที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันที่จะแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจหรือวิกฤตินี้ให้มันจบแล้วผ่านพ้นไปให้ได้ ผู้ที่อ่อนแอกว่าก็ต้องผ่านพ้นไปได้ด้วย นั่นคือสิ่งที่พวกเราจะทำกันอย่างเต็มที่ด้วยความอดทนเพื่อรอให้เยาวชนหรือน้อง ๆ เหล่านี้ เข้าใจ และหันมาเป็นผู้ที่จะร่วมในการพัฒนาประเทศร่วมกันต่อไปนะครับ ก็เพื่อใครครับ ก็เพื่อประชาชนทุกคน แล้วก็น้อง ๆ ทุก ๆ คนที่เป็นคนในอนาคตของคนไทยทุกคนนะครับ ซึ่งรายละเอียดในมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ทำในเชิงเศรษฐกิจ เดี๋ยวก็จะมีรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องได้มาเสริมข้อมูลในส่วนที่ผมพูดไปบ้างนะครับ ขอบคุณครับ