จิราพร วิจารณ์รัฐบาลไม่ยอมรับข้อเรียกร้อง-เรียกร้องนายกฯลาออก

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

จิราพร สินธุไพร วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการรัฐประหารปี 2557 เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ จนนำไปสู่ความไม่หวังในอนาคตของเยาวชน และตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของผู้นำที่ไม่ยอมรับฟังเสียงเรียกร้อง ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง และใช้มาตรการกับผู้เห็นต่าง พร้อมเรียกร้องให้ยุติการใช้กำลังกับผู้ชุมนุม ย้ำถึงความสำคัญของการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และเรียกร้องให้ผู้นำรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งเพื่อให้ประเทศก้าวข้ามวิกฤติได้

นางสาวจิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้วว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือคู่กรณีของผู้ชุมนุมโดยตรง และ พลเอก ประยุทธ์ควรจะไป รับฟังปัญหาจากผู้ชุมนุมด้วยตัวเอง แต่ที่ผ่านมาปรากฏว่ามีเพียงการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา และมีการมอบหมายให้หน่วยงานราชการไปรับฟังปัญหาจากผู้ชุมนุมแทน และหลังจากนั้น พลเอก ประยุทธ์ก็ไม่เคยแสดงท่าทีใด ๆ ว่าจะรับฟังปัญหาข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียด จึงได้มีการเสนอให้เปิด การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้ โดยอ้างว่าเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าญัตติที่ พลเอก ประยุทธ์เสนอต่อรัฐสภากลับเต็มไปด้วยถ้อยคำที่กล่าวหา ผู้ชุมนุมไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ออกมาชุมนุมเรียกร้องเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้มีแม้แต่คำเดียวที่นำเอาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมมาพิจารณา ดังนั้นญัตติของรัฐบาล จึงไม่ได้แสดงถึงความจริงใจในการที่จะหาทางออกของประเทศร่วมกัน และในสถานการณ์ ภาวะคับขันเช่นนี้ก็ยังมีความพยายามที่จะยื้อเวลาในการแก้ปัญหาโดยมีการเสนอให้ตั้ง กรรมการเพื่อแสวงหาทางออกของประเทศอีกแล้วค่ะ ซึ่งดิฉันขอเรียนยืนยันอีกครั้งว่าการตั้ง กรรมการในลักษณะนี้ไม่ใช่ทางออกของประเทศค่ะ เพราะคู่กรณีโดยตรงกับผู้ชุมนุมคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงเวลาแล้วค่ะที่ พลเอก ประยุทธ์ต้องเลิกหลบอยู่หลังคนอื่น ท่านต้องออกมายืดอกรับผิดชอบด้วยตัวเอง วันนี้ที่ผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องให้ พลเอก ประยุทธ์ลาออกเพราะเขาเห็นแล้วว่า พลเอก ประยุทธ์คือศูนย์รวมของปัญหา ในขณะนี้ แต่ถ้าท่านยังสงสัยว่าท่านผิดอะไร ทำไมต้องลาออก ดิฉันกราบเรียนว่าท่านผิด ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองผิดค่ะ และถ้าท่านฟังอภิปรายมา ๒ วันนี้แล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร ดิฉันจะขอย้ำให้ท่านฟังอีกครั้ง

ความผิดประการแรกคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่นักบริหาร แต่ท่านคือนักรัฐประหาร การรัฐประหารที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ในปี ๒๕๕๗ ถือเป็นสารตั้งต้น ของวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นำความหายนะมากมายมาสู่ประเทศ และสร้าง รอยแตกร้าวขนาดใหญ่ให้กับสังคมไทย และรอยร้าวนั้นก็ได้ขยายความรุนแรงขึ้นจากการร่าง รัฐธรรมนูญที่ถูกครหาว่าวางกลไกให้ พลเอก ประยุทธ์และเครือข่ายสืบทอดอำนาจ พลเอก ประยุทธ์เคยบอกว่าจะเข้ามาเพื่อคืนความสุขแต่กลับสร้างแต่ความทุกข์ให้กับคนไทย ในญัตติข้อ ๓ ยังมีการกล่าวหาว่าการชุมนุมสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจประเทศ ทั้ง ๆ ที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือตัวการสำคัญที่ทำให้เศษฐกิจไทยพังพินาศ หลังการรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ เศรษฐกิจไทยโตต่ำมาโดยตลอดค่ะเคยโตได้อย่างมากที่สุดแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งล่าสุดก็มีการอ้างว่าที่เศรษฐกิจตกต่ำเป็นเพราะวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) แต่ใน ความเป็นจริงก็คือในปี ๒๕๖๒ เศรษฐกิจไทยโตต่ำที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจรากของประเทศไทยอ่อนแอ พอเจอวิกฤติอย่างโควิด-๑๙ (COVID-19) เข้าไปก็เลยประสบปัญหาหนักกว่าประเทศอื่น ๆ และยิ่งในปีนี้มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะติดลบถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็หมายความว่าการจ้างงาน แทบจะไม่มีเลย นอกจากนี้ก็ยังมีการคาดการณ์ว่าในสิ้นปีนี้หนี้ครัวเรือนของไทยอาจจะสูงถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และนั่นก็หมายความอีกค่ะว่าเมื่อแต่ละครอบครัวหารายได้เข้ามาแล้วจะถูกนำไปจ่ายหนี้ แทบจะไม่เหลือไว้สำหรับใช้จ่ายอย่างอื่น นอกจากนี้หนี้ภาคธุรกิจก็กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผล ให้หนี้เสียในระบบธนาคารเพิ่มขึ้นด้วย จึงเท่ากับว่าน้อง ๆ นักศึกษาที่กำลังจะจบมา นอกจากจะต้องเผชิญกับภาวะว่างงานแล้ว ความหวังที่อยากจะมีธุรกิจของตัวเองก็ริบหรี่ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ธนาคารจะปล่อยกู้ยากขึ้น และในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ หลายครอบครัวต้องเผชิญกับภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง คนอาจจะต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบ มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย ดังนั้นวันนี้ที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาออกมาชุมนุมเรียกร้อง เพราะเขาไม่เห็นอนาคตของตัวเอง และเขาก็ไม่เชื่อว่า พลเอก ประยุทธ์ที่เป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนนี้ จะสามารถสร้างอนาคตให้กับพวกเขาได้

ความผิดประการต่อมา พลเอก ประยุทธ์ไม่ใช่นักปรองดอง แต่คือนักไล่ล่า บอกว่าจะเข้ามาเพื่อสร้างความปรองดองให้กับประเทศ แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ ๗ ปี ที่ผ่านมา มีแต่การไล่ล่า จับกุม คุมขังผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง แม้กระทั่งในการชุมนุม เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยของนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่เป็นไปโดยสงบ สันติ ปราศจาก อาวุธ ก็ยังมีการไล่ล่า จับกุม คุมขังนักเรียน นิสิต นักศึกษา แกนนำ นักเคลื่อนไหว ทางการเมืองไม่หยุดหย่อน หลายคนยังถูกจับกุม คุมขัง ไร้ซึ่งอิสรภาพ ท่านปากว่าตาขยิบ แบบนี้ ยังกล้ามาบอกประชาชนว่าให้ถอยคนละก้าวหรือคะ

ความผิดประการที่ ๓ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่นักปฏิรูป แต่คือ นักปฏิเสธการปฏิรูป ตั้งแต่ พลเอก ประยุทธ์เข้าสู่อำนาจ ผ่านการทำรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ ประกาศว่าจะเข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ จนถึงกับมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในหมวด ๑๖ ว่าให้มีการปฏิรูปประเทศ มีการตั้งกรรมการมาแล้ว ๔-๕ คณะ ใช้เงินภาษี ของประชาชนไปจำนวนมาก แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศใด ๆ เกิดขึ้น เพราะอะไรทราบไหมคะ เพราะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คืออดีตหัวหน้า คณะรัฐประหาร เมื่อเช้านี้ท่านก็ยังยืนยันกับสภาว่าการทำรัฐประหารคือสิ่งที่ถูกต้อง นี่อย่างไรคะ แนวคิดแบบนี้ค่ะ ความคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตน สะท้อนหลักคิด สะท้อนอุดมการณ์ของท่านว่าท่านต่อต้านระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด วันนี้เขาถึง ออกมาไล่ท่านค่ะ เมื่อวานนี้ พลเอก ประยุทธ์บอกว่าได้ประกาศต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ ๓ วาระรวด ให้เสร็จภายในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ดิฉัน ไม่เชื่อ เพราะในอดีตที่ผ่านมาท่านรับปากอะไรไว้ไม่เคยทำจริงสักอย่าง สิ่งที่ท่านพูด พรรคพวก เครือข่ายของท่านอาจจะเชื่อ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อค่ะ เพราะคำพูด กับการกระทำของท่านสวนทางกันมาโดยตลอด ดิฉันฟังมาตลอด ๒ วัน ยังไม่เห็น พลเอก ประยุทธ์กล้าพูดแบบเต็มปากเต็มคำว่าจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย อย่างแท้จริง และพฤติกรรมของท่านก็ทำให้ประชาชนเขาไม่ไว้วางใจแล้วว่าท่านจะทำจริง เขาถึงออกมาขับไล่ให้ท่านลาออกอย่างไรคะ

ท่านประธานที่เคารพคะ พลังของคนหนุ่มสาวในประวัติศาสตร์การเมือง ที่ผ่านมา เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพวกเขาจะต่อสู้อย่างถึงที่สุดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ไม่ต้องพยายามกล่าวหาว่าใครเป็นคนปลุกพลังนี้ขึ้นมา แต่ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้แสดง ให้เห็นแล้วว่าด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ได้ทำให้พวกเขาต้องลุกขึ้นมาเพื่อทวงสิทธิ เพื่อสร้างอนาคตของตัวเอง ถ้าหลังจากนี้จะเกิดความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทางการเมือง ของประเทศไทยก็ควรจะเกิดขึ้นโดยสันติวิธี ถ้าท่านคิดว่าจะใช้อาวุธและกฎหมาย ในการกวาดล้างผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองแบบที่ผ่านมา ดิฉันเรียนว่าโลกเปลี่ยนไปแล้วค่ะ ประชาคมโลกจับตามองพวกเราอยู่ และเขาก็พร้อมจะเดินเคียงข้างกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา

ท่านประธานที่เคารพคะ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ การเข่นฆ่าพี่น้อง เสื้อแดงในปี ๒๕๕๓ มีการใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แล้วยังหาตัวผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบต่อความตายของประชาชนไม่ได้ มาถึงวันนี้ มีการออกมาชุมนุมเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา แล้วดิฉันก็เห็นท่าทีของ พลเอก ประยุทธ์ ที่ไม่เคยรับฟังเสียงของประชาชนเลย แม้กระทั่งการเสนอญัตติต่อรัฐสภาในครั้งนี้ ฝ่ายรัฐบาลก็เหมือนเป็นการจงใจที่จะเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ดิฉันจึงมี ความวิตกกังวลว่าสถานการณ์จะสุ่มเสี่ยงนำไปสู่การสลายการชุมนุมอีกครั้ง ดังนั้นดิฉัน ขอถามผ่านท่านประธานไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าท่านจะมีนโยบายใช้อาวุธปราบปรามนักเรียน นิสิต นักศึกษาหรือไม่ ขอให้ท่านยืนยันต่อสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้เพื่อเป็นสัญญาประชาคมต่อ ประชาชนทั้งประเทศว่าท่านจะไม่ใช้อาวุธที่มาจากเงินภาษีของประชาชนเข่นฆ่าพวกเขาอีก ท่านประธานที่เคารพคะ การบริหารประเทศตลอดเกือบ ๗ ปีที่ผ่านมาของ พลเอก ประยุทธ์ ไม่สามารถสร้างประเทศและอนาคตที่ดีให้ลูกหลานเราได้ แล้วเขาก็แน่แก่ใจแล้วค่ะว่า ท่านไม่ใช่ผู้นำที่พร้อมจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ แล้วเขาก็ไม่เชื่อว่าท่านจะนำ ประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เขาจึงออกมาขับไล่ท่าน วันนี้ท่านจะมาเรียกร้อง ให้คนทั้งประเทศเสียสละเพื่อท่านคนเดียวไม่ได้ค่ะ แต่ในขณะเดียวกันถ้าท่านเพียงแค่คนเดียว เสียสละลาออก กระบวนการแก้ปัญหาของประเทศก็จะสามารถเดินหน้าต่อได้ทันที อย่ามา อ้างว่าถ้าไม่มี พลเอก ประยุทธ์แล้วประเทศจะไม่มั่นคง เพราะความมั่นคงของ พลเอก ประยุทธ์ ไม่ใช่ความมั่นคงของคนทั้งประเทศค่ะ ขอบคุณค่ะ