ปดิพัทธ์ สันติภาดา หารือถึงความจำเป็นในการเปิดพื้นที่พูดคุยในสภาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองอย่างสันติ พร้อมเรียกร้องให้ยุติการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และผลักดันการปฏิรูปสถาบันผ่านกลไกประชาธิปไตยอย่างรอบด้าน โดยย้ำจุดยืนสนับสนุนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการหรือจัดประชามติเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองและสถาบัน ภายใต้หลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเน้นการแก้ไขความบิดเบี้ยวจากการรัฐประหารเพื่อสร้างฉันทามติร่วมสู่อนาคตที่มั่นคง
ครับ แต่รัฐสภาก็ไม่สามารถนำกลับมาทบทวนความเหมาะสมได้ อาจจะเป็นการจัดสรรใหม่ เพื่อกลับไปก่อนรัฐประหารปี ๒๕๕๗ หรือเป็นข้อเสนอของผู้ชุมนุมที่อยากให้กลับไปก่อน รัฐประหารในปี ๒๔๙๐ นะครับ ทั้งหมดเหล่านี้เราก็นำมาถกเถียงกันสิครับ พูดคุยกัน ในสันติวิธี ผมคิดว่าข้อเรียกร้องบนท้องถนนที่เป็นความโกรธเกรี้ยว การจาบจ้วงจะหายไป ทันทีเพราะเราสามารถพูดคุยกันเรื่องนี้ได้ในรัฐสภา ปัญหาคืออย่างนี้ครับท่านประธาน ไม่ว่าเราอยากเห็นความโปร่งใสมากขึ้น และการตอบรับกับสาธารณะมากขึ้น มันถูก แทรกแซงและทำลายโดยการปฏิวัติรัฐประหารด้วยเหตุผลต่าง ๆ และหนึ่งในเหตุผล ที่ซิมเพิล (Simple) ที่สุด ไม่ต้องการคำอธิบายที่สุดก็คือการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่เป็นการเอาสถาบันออกไปจากประชาธิปไตย ยิ่งทำให้สถาบันอ่อนแอและอยู่ในวิกฤตการณ์ ความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่มีความจำเป็นทั้งสิ้นนะครับ เราสามารถทำเรื่องนี้ได้ ผมขอใช้เวลาสัก ๔ นาทีสุดท้ายนี้ เสนอข้อเสนอว่าสภาเราสามารถหยุดยั้งความรุนแรง และทำให้ข้อเสนอเรื่องนี้ถูกคุยกันในวัฒนธรรมที่ดีได้อย่างไร เราจะหยุดยั้งความรุนแรง ได้ครับ เมื่อเราเริ่มต้นคุยเรื่องนี้ เพราะจะไม่มีการจาบจ้วง เรามีกติกาในสภาในการพูดคุยกัน ผู้ที่ถูกพาดพิงมีโอกาสชี้แจง ทั้งหมด ทั้งปวงเหล่านี้กรอบกติกาของรัฐสภาเป็นเรื่องที่ รอบคอบที่สุดที่เราจะพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของผู้ชุมนุมนะครับ ถ้าเราสามารถจัดการเรื่องนี้ ได้ร่วมกัน เราจะป้องกันไม่ให้สถาบันถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ หมดความชอบธรรมไปตั้งนานแล้วนะครับ แล้วก็ไม่เคยมีความชอบธรรมด้วย แต่ พลเอก ประยุทธ์และรัฐบาลจะต้องหยุดการนำการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเป็นความชอบธรรมเดียวที่เหลืออยู่ เพราะนอกจากจะทำให้พวกท่านดูตกต่ำแล้ว ยังไม่ส่งผลดีต่อสถาบันและภาพลักษณ์ของพระองค์เลยแม้แต่น้อย เราจะสร้างฉันทามติ และก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยเครื่องมือของประชาธิปไตยได้ครับ ผมเห็นสมาชิกหลายท่าน ได้มีโอกาสพูดถึงการแต่งตั้งคณะทำงาน หรือการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาแสวงหาข้อเท็จจริง และศึกษาข้อเสนอด้านการปฏิรูปสถาบันของทุกฝ่ายนะครับ ผมเห็นด้วยกับท่านมงคลกิตติ์ นะครับ เราไม่ต้องฟังแต่จากผู้ชุมนุมครับ เราฟังจากผู้ที่ต้องการปกป้องสถาบันในมุมมอง ของพวกเขาได้ด้วยว่าทำอย่างไรในยุคสมัยของพวกเราที่เราอยู่ร่วมกัน เราจะสามารถ ถกเถียงเรื่องนี้และหาฉันทามติได้ เรื่องไหนคุยกันได้คุยกันก่อน เรื่องไหนที่ยังคุยไม่ได้ ก็ศึกษาเพิ่มเติม แบบนี้ผมคิดว่านี่คือกลไกของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงนะครับ แต่การตั้งกรรมการอย่างเดียวเป็นเรื่องดีนะครับ แต่ไม่พอครับ เพราะต้องหยุดจับกุม ดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมรายวันด้วย เพราะนั่นเพิ่มการปิดปาก เพิ่มความโกรธเกรี้ยวของ ผู้ชุมนุม แล้วก็มวลชนที่ต้องการคำตอบในเรื่องเหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอก็คือ ให้เราเพิกถอน พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ และคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อผู้ชุมนุม และให้แกนนำ ได้เข้ามาหารือกับทางรัฐบาลในบรรยากาศและสถานที่ที่ปลอดภัย นอกสภาเราสามารถจัด เวทีเสวนาได้นะครับ กรรมาธิการพัฒนาการเมืองเคยจัดแล้วนะครับ นำกลุ่มแกนนำต่าง ๆ มาพูดคุยหารือกัน เมื่อเขาถอดหมวกของแกนนำออก ไม่อยู่ในบรรยากาศของการปลุกเร้า ไม่จำเป็นต้องนำ มวลชน แต่นั่งคุยกันในฐานะของคนไทยด้วยกัน ทุกคนมีเหตุผล ทุกคนพร้อมที่จะรับคำถาม ทุกคนพร้อมที่รับการท้าทายจากอีกฝั่งหนึ่ง และบรรยากาศที่ผมยืนยันว่าเราสามารถจัดได้ แต่ถ้าในสภาพูดไม่ได้ ในกรรมาธิการพูดไม่ได้ ในมหาวิทยาลัยพูดไม่ได้ ที่สุดท้ายที่ประชาชน จะพูดคือถนนครับ แล้วผมไม่อยากให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นนะครับ
อันสุดท้าย คือการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พวกเรายังยืนยันนะครับว่า ด้วยเจตจำนงที่ดีของเราในการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขนั้น เราจำเป็นต้องการเหตุและผล และที่มาที่ไป รวมถึงการพิจารณาทุกหมวดใหม่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งสิ้น ทางออกของเรื่องนี้นะครับ เราพูดคุยกันมา ๒ วันเต็ม แต่ในวันนี้เราต้องมีแอกชัน (Action) สภาของเรากำลังถูกกล่าวหาว่าเรามาคุย เรื่องนี้ถ่วงเวลา หรือว่าเป็นสภาปาหี่ แต่ถ้าเรามีแอกชัน (Action) ในการตั้งกรรมการ กรรมาธิการ หรือมีหัวข้อ หรือแม้แต่ประชามติที่หลายท่านเสนอนะครับ เรามีความคืบหน้า ในเรื่องนี้ ผมคิดว่าจะเป็นก้าวแรกในการที่เราจะเดินหน้าเรื่องนี้ไปด้วยกัน เรามีเรื่องที่ต้องทำ อีกมากนะครับ เพราะคุณประยุทธ์ทำความเสียหายให้กับประเทศและระบอบการเมือง ของเรามากเหลือเกิน แต่สิ่งที่เราจะต้องหยุดความเสียหายร้ายแรงและความแตกสลาย ของสังคมทันทีในวันนี้ คือใช้กลไกของสภารับฟังและศึกษาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมในเรื่อง การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือการปฏิรูประบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในบริบทของประเทศไทยนี่ละครับ ไม่ได้เป็นเรื่องที่แยก ออกจากกันเลยครับ เป็นเรื่องการปฏิรูปการเมืองครับ และการเมืองของเราบิดเบี้ยวพิกล พิการจากการก่อการกบฏรัฐประหาร ซึ่งเรื่องนี้เราต้องแก้ไขและรับผิดชอบร่วมกันจนนำไป ถึงระบอบที่เราสามารถมีฉันทามติ และเป็นระบอบการเมืองการปกครองที่มั่นคง พระมหากษัตริย์อยู่อย่างมั่นคงสถาพร และสามารถที่จะผ่านกาลเวลาที่ท้าทายแบบนี้ได้ครับ ขอบคุณครับ