รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

วิรัตน์ วรศสิริน หารือเรื่องความแตกต่างของคนรุ่นและเจเนอเรชัน โดยชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ฉลาดกว่า และควรภาคภูมิใจในอนาคตของชาติ และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ผลักไสคนเห็นต่าง และต้องพูดความจริงเพื่อแก้ปัญหากัน นอกจากนี้ วิรัตน์ วรศสิริน ยังเสนอ 4 ทางเลือกแก่ผู้นำประเทศ รวมถึงการยึดอำนาจที่อาจส่งผลให้เกิดการเมืองที่เลวร้าย และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ปัญญาและสุขุมในการแก้ปัญหา และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการปกป้องสิ่งที่สำคัญ

นายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ การชุมนุมที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือปรากฏการณ์ความเห็นต่างของคนต่างรุ่น ต่างเจเนอเรชัน (Generation) นะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ โลกเราได้เข้าสู่ยุคโลกไร้พรมแดน การเรียนรู้หาอะไร ก็ตามสามารถหาได้ในอินเทอร์เน็ต (Internet) ในโทรศัพท์มือถือ ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ กลายเป็นคนฉลาดมากกว่าที่เราคิดนะครับ เราควรภาคภูมิใจว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็น อนาคตของชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นผู้ใหญ่นะครับ ท่านอยู่สูง นั่งอยู่ที่สูง ท่านมอง ลงมาข้างล่าง ทุกคนล้วนเป็นลูกหลานของท่านทั้งนั้น ท่านอย่ามองว่าเช่นฝั่ง ส.ว. หรือว่า ส.ส. รัฐบาลท่านผูกเนกไท (Necktie) เหลืองท่านจะจงรักภักดี ส่วนผมไม่ได้ผูกเนกไท (Necktie) เหลืองผมจะเป็นคนไม่จงรักภักดี ไม่ใช่นะครับ ท่านต้องไม่ผลักไสคนเห็นต่างว่า ไม่จงรักภักดี ทุกคนต่างทำเพื่อประโยชน์ของตนทั้งสิ้นซึ่งรวมทั้งผมเอง ผมยอมรับนะครับ เราต้องพูดความจริงกันเราจึงจะแก้ปัญหากันได้นะครับ ทุกคนล้วนเป็นลูกของแผ่นดิน ด้วยกันทั้งนั้น อย่าผลักไสเขา อย่าทำร้ายเขานะครับ ท่านประธานครับ พวกเราคนรุ่นหนึ่ง ก็คิดแบบหนึ่ง ผมยังจำได้ว่าทุกคืนวันที่ ๔ ธันวาคม หรือว่า ๓๑ ธันวาคมก็ตาม คนไทย ทั้งประเทศจะนั่งเฝ้าคอยว่าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านจะตรัสอะไร ท่านจะพูดอะไร กับประชาชน ทุกคนต่างตั้งตาคอยฟังกันทั้งนั้นเพราะว่าเรารักในหลวงของเรา เราไม่มี การแบ่งสีเสื้อเหลืองรักในหลวง ไม่รักในหลวง ไม่มีนะครับ เหลือเชื่อจริง ๆ นะครับ ท่านประธาน เพียงเวลาไม่กี่ปีของ คสช. ประเทศไทยเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จะไปโทษใคร ได้ล่ะครับ ต้องโทษท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ขอความกรุณานะครับ ผมขอพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความเห็นนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมี ๔ ทางเลือก ในสถานการณ์เช่นนี้

๑. ซื้อเวลา ไม่ออก ไม่สนใจ อยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้วข้อเรียกร้อง ๓ ข้อของผู้ชุมนุมก็กระทบกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรงเพียงข้อเดียวคือข้อแรกขอให้ท่าน ลาออกนะครับ ส่วนอีก ๒ ข้อ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับท่านโดยตรง ท่านก็ปล่อยให้เขาชุมนุมไป เรื่อย ๆ ท่านก็อยู่อย่างนี้ของท่านไปเรื่อย ๆ ทำร้ายประเทศชาติไปเรื่อย ๆ ใครจะเป็น อย่างไรท่านไม่สนใจ ท่านก็คงได้แต่ว่าผมผิดอะไรผมไม่ออก นี่ก็เป็นทางเลือกที่ ๑ ก็คืออยู่ ไปเรื่อย ๆ ซื้อเวลา

ส่วนทางเลือกที่ ๒ ลาออก ท่านต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าท่านเป็น ต้นตอของปัญหาทั้งหมด ข้อเรียกร้องทั้ง ๓ ข้อของผู้ชุมนุมท่านเป็นต้นตอทั้งหมด หากท่าน ไม่ยึดอำนาจในวันนั้นก็จะไม่มีเหตุการณ์ในวันนี้ และท่านก็ไม่ปกป้อง แต่ท่านยังแอบอ้าง รายละเอียดผมไม่พูดนะครับ ถ้าจะพูดท่านแย้งมา ผมจะพูดเป็นข้อ ๆ ให้ฟังอีกครั้งนะครับ ท่านประธานครับ สำหรับข้อนี้ถ้าท่านยอมเสียสละลาออกก็คงจะแก้ปัญหาได้ นายกรัฐมนตรี ใหม่ที่เข้ามาก็สามารถจะพูดคุยหาข้อสรุปกับผู้ชุมนุมได้อย่างแน่นอนโดยไม่จำเป็นต้องทำ ตามข้อเสนอทั้งหมด ต้องพูดคุยกัน

ข้อ ๓ ยุบสภา ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีถ้าไม่มีทางออกท่านคงเลือกข้อนี้ มากที่สุดนะครับ ยุบสภา แต่ท่านประธานครับ การยุบสภาจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ การชุมนุมคงจะบานปลายและจนกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวไปในที่สุด ผลการเลือกตั้งกว่าจะออกมาได้ก็ต้องใช้เวลานานมากถึง ๕-๖ เดือน ฝ่ายหนึ่งรับ อีกฝ่ายก็ไม่รับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะแบกภาระอันนี้ไว้เต็มบ่าตลอดเวลา แต่เรียนท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับแต่ภาระที่แท้จริงกลับไม่ใช่ของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับท่าน ต้องตระหนักให้มาก ดังนั้นการยุบสภาไม่ใช่ทางออกนะครับ

ทางออกที่ ๔ ทางเลือกที่ ๔ นะครับ ยึดอำนาจ ผมทราบครับ แม้จะไม่ใช่ อำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีก็ตาม แต่ผมก็ไม่อยากจะคิดถึงเลย ถ้าเกิดขึ้นจริงหายนะ จะมาเยือนนะครับ แผ่นดินจะนองเลือด

ท่านประธานครับ ผมขอฝากความเห็นทั้ง ๔ ข้อ ๔ ทางเลือก ให้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้นำไปพิจารณา ๑. ซื้อเวลา ๒. ลาออก ๓. ยุบสภา ๔. ยึดอำนาจ ท่านต้องรีบตัดสินใจนะครับ ยิ่งช้ายิ่งสะสมปัญหา

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากท่านไว้ เรื่องเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก ท่านต้องใช้ปัญญา ต้องสุขุมในการแก้ปัญหา อย่าตีน้ำกระจายนะครับ ท่านต้องระวังอย่าให้ ไปเปื้อนสิ่งที่ไม่ควรจะเปื้อน ท่านต้องปกป้องด้วยการกระทำไม่ใช่ด้วยคำพูดคำว่า จงรักภักดี อย่างเดียวนะครับ ก็กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่วันนี้ได้มาอยู่ที่นี่ รับฟังด้วย และกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ