ศานิตย์ ชี้สถานการณ์เมืองร้อน วอนใช้เหตุผล-ยึดนิติรัฐ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

ศานิตย์ มหถาวร อภิปรายด้วยความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ทางการเมือง เน้นย้ำความจำเป็นในการใช้เหตุผล ยึดมั่นนิติรัฐ และเรียกร้องให้พิจารณาญัตติด้วยความรอบคอบ พร้อมย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนการโจมตีผู้นำและเรียกร้องความเคารพต่อสถาบัน ในขณะเดียวกันได้ชี้แจงถึงการบริหารจัดการขบวนเสด็จที่ดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปฏิบัติต่อการชุมนุมอย่างสันติที่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยไม่มีคำสั่งสลายการชุมนุมจากนายกรัฐมนตรี และเสนอโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิดผ่านการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและย้ำความคืบหน้าด้านการผลิตวัคซีนในประเทศที่เสริมความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ.

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียน ท่านผู้ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ในนาม สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาต่อไปนี้พยายามที่จะอภิปรายแสดงเหตุผล จากประสบการณ์ของผมก็ส่วนน้อย ๆ แต่จากความเห็นของผู้รู้รวมทั้งพี่น้องประชาชน ตอนนี้เราแบ่งเป็น ๓ กลุ่มท่านประธานครับ แบ่งแบบหยาบ ๆ นะครับ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แล้วก็กลาง ๆ ผมก็นั่งฟังมาวันที่ ๒ แล้ว ก็ต้องขอขอบคุณฝ่ายที่อภิปรายทุก ๆ ฝ่ายครับ ไม่ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังท่านทั้งหลาย อยากให้ท่านพิจารณาอย่างมีเหตุมีผล อย่าใช้อารมณ์ อย่าใช้วาทกรรมเสียดสีใส่ร้ายครับ ท่านประธานนี่ให้ความกรุณาอย่างสูงเลยครับ หลาย ๆ ครั้งที่มีผู้ลุกขึ้นอภิปรายแล้วใส่ร้าย เสียดสี มีหลายครั้งครับ ผมเองไม่ใช่นักประท้วงผมก็เลยไม่อยากลุกขึ้นประท้วงกลัวจะเสีย บรรยากาศ ยิ่งวันนี้นะครับ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ท่านก็อ้างว่าผู้นำของเราอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างนั้น สมควรที่จะต้องลาออก ผมก็ถามว่าบ้านเมืองนี้เราอยู่กันด้วยระบบนิติรัฐ ที่จริงแล้ว นี่นะครับ ผมยืนยันผมในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติ ท่านคงจำได้นะครับ ผมเป็นผู้บัญชาการตำรวจ นครบาลเก่า ฉายาของผมคือ น. ๑ บึ่งทุกที่ ทำไมผมต้องบึ่งครับ ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ ของผมครับ ทุกข์ของพี่น้องฝ่ายไม่เห็นด้วยก็คือทุกข์ของผม ทุกข์ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมทั้งคนที่เขาเห็นด้วยมันก็คือทุกข์ของผมเช่นกันนะท่านประธานครับ ถ้าบ้านนี้ เมืองนี้ถ้าเราเอาความมัน เอาความรู้สึก แล้วมากล่าวหานี่วันนี้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีเยอะครับ ถ้าผมจะไปปกป้องก็จะหาว่าผมไปประจบประแจง ผมพอแล้วจริง ๆ นะท่านประธานครับ ชีวิตผมนี่ได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แล้วมาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สุดท้ายมาเป็น ส.ว. ผมพอแล้วครับ ผมไม่มีความทะเยอทะยานอย่างอื่นแล้ว แต่ผมอยาก จะพูดเพื่อให้ทุกท่านจะได้เข้ามาสู่กระบวนการที่ชอบที่ควรครับ พูดถึงเรื่องญัตติก่อนครับ ญัตตินี้มี ๓ ประเด็น

ประเด็นแรกเกี่ยวกับความเสี่ยงของโควิด (COVID) ผมไม่พูดครับ ผู้รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เคยทำหน้าที่ในกระทรวงสาธารณสุข ท่านได้พูดไปเยอะแล้ว

ส่วนเรื่องที่ ๒ นี่นะครับ การขวางและหยุดบนขบวนเสด็จสมเด็จพระราชินี และรัชทายาท ในวันที่ ๑๔ พูดกันมานานเหลือเกิน กล่าวหากันเหลือเกิน ผมในฐานะ เป็นผู้เคยควบคุมขบวนเสด็จในเขตกรุงเทพมหานคร เชื่อไหมผมสั่งได้หมดละครับ ทหารผมก็ สั่งได้ ข้าราชการพลเรือนก็สั่งได้ ในการที่จะจัดเส้นทางขบวนเสด็จ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังนิดหนึ่งเพื่อท่านจะได้เห็นภาพว่ากว่าจะกำหนดเส้นทางเสด็จนี่ นะครับ จะต้องมีการประชุมหลายหน่วยงาน ซักซ้อมแผนงานออกมาเป็นแผน แผนนี้ออกเมื่อวันที่ เท่าไรนะครับท่านครับ คำสั่งที่ ๔๐/๒๕๖๓ ออกเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๓ ไม่ใช่ออกเฉย ๆ ครับ อ้างกฎหมายมีตั้ง ๗ ฉบับ อ้างจากพระราชบัญญัติถวายความปลอดภัย ปี ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ ปี ๒๕๖๐ พระราชกฤษฎีกา ๗ ฉบับ อ้าง สุดท้ายก็คือ ปภ. ๙ คือแผนรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พวกเราต้องเชิดชูครับ ต้องเทิดทูนครับ สถาบันพระมหากษัตริย์เราต้องให้ความคุ้มครอง เดี๋ยวผมมีเวลา ผมขอสไลด์ (Slide) คุณูปการของพระมหากษัตริย์ไทยเยอะแยะครับ แต่ผม ขอพูดเรื่องนั้นให้ชัดเจนก่อน แผนออกมาแล้วทำอย่างไรครับ ตรวจพื้นที่ ซ้อมแผน มีแผนจริง แผนสำรอง แผนฉุกเฉิน พอถึงวันที่จะเป็นพิธีการเสด็จก็มีการตรวจเส้นทาง มีการวางกำลัง ก่อน ๒ ชั่วโมงจะต้องวางรายทางครับ แล้วก็มีชั้นประทวน มีนายตำรวจควบคุมตลอดรายทาง ที่จริงในวันนี้ท่านประธานครับ ทุกอย่างสถานการณ์โดยทั่วไปอยู่ในภาวะปกติครับ แต่ท่านผู้บัญชาการนครบาลไม่ไว้ใจท่านครับ ปกติเราไม่ต้องมีกำลังสำรองหรอกครับ ที่ท่าน ไม่ไว้ใจเพราะมีม็อบ (Mob) มาชุมนุมใกล้เคียงกับบริเวณเส้นทางเสด็จ ท่านก็เลยจัดกองกำลัง อีก ๑ กองร้อยครับ เพื่อถวายความปลอดภัย และท่านเห็นไหมวันนั้นท่านวิ่งตามเลยครับ ขบวนเสด็จ นั่นคือภารกิจ ทีแรกก็นึกว่าไม่มีอะไรครับ วางกำลังเสร็จฝ่ายตรงข้ามจะรู้ว่า ขบวนเสด็จจะเสด็จเมื่อใด ตอนไหนรู้ไหมท่านประธานครับ เมื่อชุดคอแบะเริ่มเข้าประจำจุด ก็มีการส่งเสียงกันเลยนะครับ นี่ผมฟังจากน้อง ๆ ที่ปฏิบัติ แล้วฟังจากชาวบ้านหลาย ๆ คน ก็มีอยู่กลุ่มหนึ่งกระจัดกระจายท่านประธานครับ เส้นทางเสด็จนี่พอเริ่มก็มีคนบอกว่าเสด็จ เสด็จแล้ว มีการรวมตัวกันจากจุดกระจัดกระจายก็มาลงที่สะพานชมัยมรุเชฐ เราก็เตรียมกำลัง ๑ กองร้อย หน้า ๔ หลัง ๔ ข้าง ๔ เพื่อแหวกทาง แล้วก็ก่อนหน้านี้นะครับ เรามีเครื่องขยายเสียง ประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือกับพี่น้องที่อยู่ ๒ ฟากทางที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ ทำทุกวิถีทาง เลยครับ แต่บังเอิญมีกลุ่มย่อย ๆ ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ก็ดีครับ ท่านก็ จงรักภักดี แต่มีกลุ่มย่อย ๆ กระจัดกระจายมาก็กรูมาตรงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ แล้วก็ ดำเนินการ มีการออกคำสั่ง ผมจะไม่พูดหรอกเพราะมีการดำเนินคดีแล้ว ชูกี่นิ้ว บอกอย่าง โน้นอย่างนี้อย่างนั้น จริง ๆ ท่านสมชาย แสวงการ จะขอเปิดคลิป (Clip) แต่ก็อาจจะทำให้ กระทำกระเทือนบางคน ผมเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังเพื่อจะชี้ให้เห็นว่าที่บอกว่าทำไมตำรวจ ทำไมท่านนายกรัฐมนตรี ทำไมไม่ทำโน้นทำนี้ทำนั้น ระดับบริหารนี่นะครับ ท่านสั่งการ มาตลอด ระดับปฏิบัติทุกระดับพร้อม ผู้บัญชาการนครบาลถึงต้องเตรียมกำลังอีก ๑ กองร้อย ปกติไม่ต้องเตรียมครับ โดยทั่วไปไม่ต้องเตรียม แต่วันนั้นต้องเตรียมครับ เพื่ออะไร เพื่อป้องกันเหตุ แต่เนื่องจากคนมันจะหาเรื่องหรือเปล่าไม่ทราบ ตอนนี้คดี ขึ้นสู่ศาลแล้ว ผมจะไม่ใช้เวลาที่จะอภิปรายมากมาย เพราะคดีอยู่ในระหว่างการสอบสวน ของพนักงานสอบสวนแล้วก็คงจะสู่ศาล ก็มีการจับกุมดำเนินคดีไปหลายราย นี่นะครับ ท่านครับ ข้อเท็จจริงมีประมาณอย่างนี้ แล้วก็กล่าวหาว่าทำไมลงโทษ ทำไมเอาเฉพาะ ๓ นายพล ผมตอบว่าผมเป็นผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาลผมก็ทำอย่างนี้ ไม่ใช่ทำเพื่อลงโทษอะไรครับ เพื่อเอามาสอบสวนก่อนว่าคุณมี ความบกพร่องอะไรหรือเปล่า ทำได้เต็มที่หรือไม่ ท่านประธานเป็นผู้พิพากษามาก่อนครับ คดียวดยานชนกันบางครั้งมันเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ไม่ได้ความประมาท ไม่ได้เจตนา ก็ต้อง สอบสวนก่อน สอบสวนแล้วถ้าเกิดว่ามีใครผิดตรงนั้นมาว่ากัน และผมเชื่อว่าเรื่องนี้นะครับ ถ้าเรื่องเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์หรือทุกเรื่องเท่าที่ผมมีความรับผิดชอบอยู่เราไม่เคย ปล่อยผ่านนะครับ อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากจะชี้แจงไปสู่พี่น้องประชาชน แล้วน้อง ๆ แล้วทุกฝ่ายได้เข้าใจนะครับ ทุกคนทำหน้าที่เต็มที่ แต่มีไอ้คนส่วนน้อยนะครับ ผมขออนุญาต อาจจะใช้คำที่รุนแรงไปนิด เรียกเขาไอ้ เปลี่ยนเป็นว่าแต่บังเอิญมันมีคนส่วนน้อยนิด ๆ ไม่ใช่ ผู้ชุมนุมโดยส่วนใหญ่ไปหาเรื่องหาราวครับ จะพยายามให้มันมีเรื่องครับ แล้วก็สร้างประเด็น สร้างปัญหา อภิปรายพูดจากันไม่รู้จบรู้สิ้น ผมฝากไว้นะครับในเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ขอลดระดับเสียงลงหน่อย อยากให้ทุกคนสบายใจ วันนี้อยากให้ทุกคนสบายใจ เรามาพูดกันด้วยเรื่องความเป็นจริง อย่าเอาเรื่องเท็จมาพูดกัน โกหกในสภาผมไม่ชอบ แต่ก็แล้วแต่ท่านแล้วกัน เรื่องที่ ๒ ท่านครับ เขาใช้คำว่าการสลาย การชุมนุม ท่านประธานครับ ที่จริงการสลายการชุมนุมคือการไม่ให้อยู่เลยนะครับ คือไปเลย ที่จริงกระบวนการขั้นตอนก็พัฒนากันมาเรื่อย วันก่อนก็มีท่านผู้แทนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็บอก ว่ายูเอ็น (UN) ได้กำหนดโน่นนี่นั่น ของเราก็มีมาตรฐานครับ ที่ผมเล่าให้ฟัง มันมีขั้นตอน ในกระบวนการ ก็มาจากหลักสากลของยูเอ็น (UN) เหมือนกัน ทั้งหมดมันมี ๗-๘ ขั้นตอน ท่านประธานครับ ในการสลายการชุมนุมแต่วันนั้นผมคุยกับน้อง ๆ นะครับ ก่อนอื่นฝาก ไปถึงท่านที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยสั่งอะไรให้ไปสลายการชุมนุม ผมขอ พูดดัง ๆ หลายครั้งว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยสั่ง เป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำที่จะต้อง ดำเนินการไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ท่านเรียกร้องเหลือเกินให้ปล่อยตัว คนโน้นคนนี้ ท่านเรียกร้องเหลือเกินว่าไม่ให้ดำเนินการกับคนโน้นคนนี้ ที่จริง ณ เวลานี้ เราก็พยายามผ่อนคลาย เท่าที่ผมทราบนะครับท่านประธาน ไม่ได้มีการดำเนินคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ ที่ไปร่วมชุมนุม ที่จริงบางสิ่งบางอย่างเราก็ให้ความอะลุ่มอล่วย แต่จะมีบ้างครับ จะไม่ให้มีเลยได้ไหมท่านประธานครับ คนทำผิดกฎหมาย แล้วจะให้ เจ้าหน้าที่ของบ้านของเมืองอยู่เฉย ๆ ทำไปเลย สมมุติอย่างนี้นะครับท่านประธาน มีคน ไปยืนด่าหน้าบิดาของท่าน หน้าบ้านท่าน แล้วตำรวจบอกว่าคนด่านั้นก็คือคนที่พิเศษ ไม่เป็นไรไม่ต้องดำเนินคดีได้ไหมครับท่านประธาน ถ้าได้นะครับ ผมก็จะได้ไปบอกหลาย ๆ คน ว่าบางคนมันอาจจะต้องโน่นนี่นั่นอะไร มันไม่ได้ครับ ใครมาด่าพ่อล่อแม่เรา ยิ่งไปพูดจา ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมนี่นะครับร่วมการชุมนุมตั้งแต่ ๑๔ ตุลา ผมอยู่ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยนะครับ ผมร่วมชุมนุมกับนักศึกษาสมัยนั้น ประเด็นไม่ใช่อย่างนี้ท่านประธานครับ เวลาที่เราเดินขบวนเราจะมีป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ รวมทั้งสมเด็จพระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ เพราะเราถือว่า ทรงอยู่เหนือสิ่งอื่นใด บ้านเมืองมีทุกวันนี้เพราะท่านนะครับ เสียสละพระชนม์ชีพ เสียสละ ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เพื่ออะไร รักษาผืนแผ่นดินนี้ไว้ให้พวกเราหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมก็แอบฟัง ตอนหลังพัฒนาไป การชุมนุมใหญ่ ๆ ก็มีตั้งแต่ ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา ๑๙ เรื่อยมา เรื่อยครับ พฤษภาทมิฬ มาถึง นปช. กปปส. ขออนุญาต ไม่ได้เสียหายอะไรครับ ผมเอ่ย เฉย ๆ มันก็เป็นเรื่อง ผมนี่ครับไปเฝ้าดู แม้แต่ครั้งนี้ผมก็ไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยผมก็ไป ที่โน่น ที่นี่ ผมก็ไป โอ้โฮ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ยินมีกลุ่มน้อย ๆ ฝากน้อง ๆ ด้วยนะครับ กลุ่มน้อย ๆ กลุ่มน้องส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรครับ กลุ่มน้อย ๆ ท่านเชื่อไหมบางคนเรียกท่านนายกรัฐมนตรี ว่าอย่างไร อาเฮียตู่ ผมไม่พูดเต็ม ๆ นะครับ พูดได้อย่างไร เด็ก ป. ๔ ม. ๑ ม. ๖ ท่านพูด อย่างนี้ท่านครับ มันเป็นการใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมหรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมถึงกลับมาว่า ในวันนั้นเราไม่ใช่สลายการชุมนุม ผู้ควบคุมบัญชาเหตุการณ์เขามีวิจารณญาณ เดิมที ท่านชุมนุมอยู่ที่ไหน ท่านประธานครับ จำได้ไหม ชุมนุมอยู่ที่แยกราชประสงค์ครับ ยังห่าง ยังไกลเขตพระราชฐานพอสมควร ตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ หรือแม้แต่ทาง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาตรา ๑๑ ชุมนุมสาธารณะ มาตรา ๗ บอกไว้เลย ๑๕๐ เมตรในรัศมี ผมเชื่อว่า ใครก็ตามที่ทำหน้าที่ตรงนั้นต้องขอคืนพื้นที่ครับ ผมดูทีวี (TV) นะครับ วันนั้นผมไม่ได้ไป เสียดายเหมือนกันผมไม่ได้ไปบังเอิญมีภารกิจ ก็ดูทีวี (TV) ถ่ายทอดสดปรากฏว่าอย่างไร ท่านประธานครับ ตำรวจได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ๗ ขั้นตอน ท่านรู้ไหมครับ ตั้งแต่ประกาศ ขอให้น้อง ๆ กลับบ้านเถอะนะ ขั้นตอนที่ ๒ ว่าอย่างไร ถ้าไม่กลับก็จำเป็นต้องฉีดน้ำนะ นี่แค่ขั้นตอนที่ ๒ เอง ยังไม่ไปขั้นตอนที่ ๓ เลยแก๊สน้ำตา ไม่มีครับ อาจจะผสมสารอะไรบ้าง ก็เป็นเพียงคนที่โดนสามารถที่จะลบล้างได้ด้วยลำพังไม่ต้องถึงกับเป็นอันตรายมากมาย ขั้นที่ ๔ ใช้กระบอง ขั้นที่ ๕ กระสุนยาง ตาข่าย ถึงเราใช้กระสุนจริงแต่ก็โยงข้างล่างนี่ ตำรวจเพิ่งทำ แค่ ๒ ขั้นเอง มันรุนแรงนะท่านครับ ท่านไปชุมนุมทำไมตรงนั้น กฎหมายเขาก็ห้าม หรือบอก ว่าบ้านนี้เมืองนี้ไม่ต้องมีกฎหมายแล้ว ใครจะทำอย่างไรก็ได้ ใช่หรือเปล่าครับ ถ้าท่านบอกว่าได้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะบอกกับท่านอย่างไรดี ผมคงไม่ไปทำอะไรท่าน แต่อาจจะมีคนอื่นไปทำอะไรท่าน หรือเปล่าผมไม่ทราบ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง จริง ๆ นะท่านประธาน แล้วท่านเห็นไหมครับ พอน้อง ๆ ไปแล้วตำรวจเราตามไปไหมท่านประธาน พอพ้นจากเขตรัศมีเขตพระราชฐานแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่มีใครติดตามเลยครับ ให้น้องไปสบาย ๆ ไม่ได้ลุกไล่อะไร แต่ขอตรงนั้นนะ มันเป็นเขตที่ผิดต่อกฎหมายโดยชัดเจนนะครับ ก็เรียนไว้ด้วยความเคารพ ตอนนี้ผมขอ มีทางออกสักนิดเดียวท่านครับ ทั้ง ๒ เรื่องนี้ผมเข้าใจว่าคงจะเคลียร์ (Clear) นะครับ ถ้าไม่เคลียร์ (Clear) เดี๋ยวหลังประชุมแล้วมาคุยกับผมได้ ไม่ใช่คุยแบบพี่แบบน้องนะครับ ตอนนี้ผมอยากจะเสนอแนะสักนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ไหน ๆ มาประชุมแล้วเพื่อหาทางออก เราก็ต้องควรมีเสนอแนะ หลาย ๆ คนพูดตรงกัน เจรจาหันหน้าเข้าหากัน ก็ที่ท่านตั้งไว้ ๓ เรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ สุดท้ายปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่หลัก ใหญ่ ๆ นะ ย่อย ๆ มีอีก ผมก็บอกว่าสิ่งเหล่านี้เราต้องคุยกันด้วยเหตุผลแล้วกัน ผมไม่อาจใช้ เวลามาก แต่การคุยด้วยเหตุและผลจะใช้เวทีไหนก็ได้ท่านครับ แต่ขอให้ ๑. ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ใช้ ความรุนแรง น้อง ๆ ก็อย่าใช้ความรุนแรงแล้วกัน เราคุยกัน เจ้าหน้าที่พร้อมที่จะใช้ ความละมุนละม่อม เพราะผมยังกราบเรียนไว้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมองทุกคนก็คือคนไทย ด้วยกัน ก็อยากจะฝากไว้

ส่วนเรื่องที่ผมอยากจะเสนอแนะอีกนิดเดียว เพราะผมไปฟังเขามาก็อยากจะ ถ่ายทอด ถือโอกาสจะถ่ายทอดว่าเขาบอกว่าอย่างไรครับ เรื่องเศรษฐกิจ เมื่อวานนี้ทาง แบงก์ชาติก็บอกว่าเศรษฐกิจเราเริ่มดีขึ้นแล้วนะ ก็ช่วยกันสิครับ ถ้าช่วยกันผมว่าเศรษฐกิจไทย ดีมากนะครับ ช่วงนี้โควิด (COVID) วิกฤติเป็นโอกาสเราจะได้พูดง่าย ๆ ว่าวัคซีนในกลางปีหน้า ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ทรงตั้งบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ผลิตยานี้ด้วยทุนของ ส่วนพระองค์ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็กำลังจะมียาวัคซีนป้องกันโควิด (COVID) แต่ทำอย่างไรท่านครับ หลาย ๆ ครั้งที่เราจะต้องการส่งเสริมเพื่อให้เศรษฐกิจเราเดินหน้า ผมกราบเรียนตรงนี้ครับ มีคนเขาฝากมานะครับ ประเทศหลายประเทศที่เป็นมหาเศรษฐี พวกมีเงินทั้งหลายมันแพนิก (Panic) มันตื่นเต้นครับ ไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่มันมองแล้ว ประเทศไทยน่ามาที่สุดเลย พร้อมที่จะมา เอาเงินมาลงทุน เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านไว้ด้วยว่า ถ้าเป็นไปได้ พวกเขายินดีผ่านกระบวนการขั้นตอนของการคัดกรองทุกอย่าง แล้วพร้อมจะ มาอยู่ยาว เอาเงินมาทิ้งในประเทศไทยเป็นล้านล้านบาท