ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ตั้งข้อท้าทายต่อความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาประเทศ หลังมองว่าญัตติที่เสนอไม่สะท้อนเสียงประชาชนและกลับยิ่งเพิ่มความขัดแย้ง พร้อมตั้งคำถามถึงจุดประสงค์ของผู้นำและเรียกร้องให้รับฟังข้อเรียกร้องของประชาชนอย่างจริงจัง โดยชี้ว่าการอ้างเหตุผลด้านสาธารณสุขและความสงบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องไม่พบการแพร่เชื้อจากกิจกรรมชุมนุม และวิพากษ์การใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมโดยสงบ รวมถึงการบิดเบือนข้อเท็จจริงและการไม่ลงโทษผู้ก่อเหตุจากฝ่ายรัฐ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบและเคารพสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลลาออกเพื่อเปิดทางให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอร่วม อภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๖๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานคะ ก่อนที่ดิฉันจะเริ่มอภิปราย ดิฉันต้องขอใช้เวลา ตอนต้นนี้สอบถามไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า เมื่อคืนนี้ก่อนนอนท่านได้นอนคิดหรือไม่ว่า การที่เราประชุมผ่านไปแล้ว ๑ วัน ได้เกิดประโยชน์อะไรให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง สิ่งที่ ท่านนำมาพูดคุยกันในสภานี้สามารถที่จะหาทางออกให้กับประเทศไทยได้จริงหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าท่าทีของพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลไม่เปิดใจรับฟังข้อเรียกร้องของพี่น้อง ประชาชนเลย รวมถึงการตอบคำถามของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มี ไปในทางที่หาทางออกให้กับประเทศไทยได้ ทำไมดิฉันถึงกล่าวอย่างนั้นคะท่านประธาน ดิฉันต้องเรียนว่าญัตติที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่นี้เดิมทีจะถูกเสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย นำข้อเรียกร้องของประชาชนเข้ามา พูดคุยกัน แต่กลับกันค่ะ ญัตติที่ถูกเสนอโดยฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนว่าจะเป็นการซ้ำเติม ประเทศไทยและปัญหาที่เกิดขึ้นให้มากยิ่งขึ้น ทำไมดิฉันต้องกล่าวอย่างนั้นคะ ดิฉันต้อง ขอเรียนถามท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าก่อนที่ท่านจะลงนามในญัตติ ท่านได้อ่านข้อความในนั้นบ้างหรือยัง ท่านได้สำรวจดูไหมว่าข้อความที่นำเสนอเข้ามาในวันนี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนข้างนอกได้เรียกร้องและกำลังหาคำตอบให้กับประเทศไทยหรือเปล่า ดิฉันไม่เห็นตามนั้นเลยค่ะ ดิฉันเห็นแต่ข้อความที่ใส่ร้ายกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าทำให้เกิด ความวุ่นวาย ดิฉันเห็นว่ามันเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟ รวมถึงราดน้ำมันใส่พี่น้อง ผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่ด้านนอกด้วยซ้ำ
ข้อที่ ๑ ของญัตติได้กล่าวว่าการชุมนุมอาจนำมาซึ่งการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ท่านประธานคะ ในข้อเท็จจริงแล้วเราไม่พบการติดเชื้อ จากการรวมตัวกันที่ผ่านมาเลยเป็นเวลามากกว่า ๓ เดือน ที่พี่น้องเกิดการชุมนุมกันนั้น เราไม่มีการพบเชื้อในพื้นที่ชุมนุม แตกต่างกันค่ะ หน้าที่ที่จะป้องกันนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะไม่ให้เชื้อจากภายนอกประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยได้ และมีการควบคุมตามขั้นตอน อย่างถูกต้องถึงจะเป็นวิธีที่เรียกว่ารัฐบาลจริงใจในเรื่องของการแพร่ระบาดของการป้องกัน เชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) มากกว่า
ข้อที่ ๒ เรื่องความไม่เรียบร้อยในวันที่ ๑๔ ตุลาคมที่ผ่านมาที่ พลเอก ประยุทธ์อ้างว่าเป็นความผิดของประชาชน ทั้งที่ควรจะเป็นความบกพร่องของ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอารักขาความปลอดภัยมากกว่าที่จะมากล่าวร้ายกับผู้ชุมนุม
ข้อที่ ๓ พลเอก ประยุทธ์ร้องหาความเป็นธรรมให้กับตนเอง โดยกล่าวหาว่า ผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมายเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวาย จึงต้องใช้ความรุนแรงเข้าควบคุม นอกจากนี้ยังข่มขู่ผู้ชุมนุมว่าทำให้เกิดความรุนแรงและอาจจะมีการปะทะกันระหว่าง ผู้เห็นต่าง จนมีการตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนที่ออกมาสร้างความรุนแรงนั้นเป็นเครือข่ายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกพ้องหรือไม่ ดิฉันจึงเห็นว่าญัตติที่เสนอเข้ามา ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาของรัฐบาลทั้ง ๓ ข้อ ไม่ใช่ปัญหาของผู้ชุมนุมเลยค่ะ รัฐบาลไม่ควรใช้ รัฐสภาแห่งนี้ลบล้าง แก้ต่างความผิดของตนเอง แต่ต้องจริงใจในการที่จะแก้ปัญหาจริง ๆ อย่าใช้เสียงข้างมากลากไปอย่างที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้กล่าวเอง ณ ที่สภาแห่งนี้ เรารู้อยู่แล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้คืออะไร แต่ที่เราขาดไปนั่นก็คือความจริงใจที่จะ หาทางออก สิ่งที่รัฐบาลควรทำตอนนี้คือต้องมานั่งคิดว่าจะทำอะไรให้กับประเทศชาติ และประชาชนได้บ้าง ไม่ใช่คิดว่าจะหาวิธีจัดการกับผู้เห็นต่างอย่างไร ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์เคยกล่าวหาใคร ๆ ว่าทำให้บ้านเมืองเกิดความเดือดร้อน เกิดปัญหา เคยบีบบังคับให้ผู้รักษาการอดีตนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ถึงขั้นว่าตนเองต้องฉีก รัฐธรรมนูญ อ้างว่าเพื่อรักษาความสงบในชาติ และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาล บริหารประเทศให้ตกต่ำมาตลอด ๖ ปี ไหนคะความสงบที่ท่านพูดถึง เวลาที่ท่านเคยบอกว่า ขออีกไม่นาน บัดนี้มันนานเกินไปแล้วค่ะ ประชาชนไม่สามารถที่จะทนท่านได้อีกต่อไปแล้ว นอกจากว่า พลเอก ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและยังต้องชดใช้สิ่งที่ ตัวท่านเองเคยทำไว้ด้วย การเรียกร้องของผู้ชุมนุมมีมาอย่างต่อเนื่องทุกครั้งเป็นไปด้วย ความสงบเรียบร้อย จนเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นในวันที่ ๑๖ ตุลาคมที่แยกปทุมวัน มีการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงและไม่เป็นไปตามหลักสากล มีการฉีดน้ำความดันสูง ผสมสารเคมีเข้าตรงตัวผู้ชุมนุม ชี้ให้เห็นถึงว่ารัฐบาลไม่เพียงแต่ไม่ฟังข้อเรียกร้อง ของประชาชน แต่ยังพร้อมที่จะใช้อาวุธหนักกับผู้เรียกร้องทางการเมืองที่ไม่มีอาวุธใด ๆ หรือผู้เห็นต่างได้ทุกเมื่อ มีนิสิต นักศึกษาได้รับบาดเจ็บถูกรัฐควบคุมตัว ถูกตั้งข้อกล่าวหา ร้ายแรง การตัดสินใจใช้ความรุนแรงของ พลเอก ประยุทธ์ต่อผู้ชมถือเป็นความผิดพลาด อย่างยิ่ง และวันนี้ดิฉันต้องผิดหวังอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า มันเป็นเรื่องปกติที่นานาชาติทำกัน ท่านต้องคิดเสียใหม่และท่านไปมองผู้ชุมนุมนะคะ เขาชุมนุมโดยสงบและไม่มีอาวุธใด ๆ ไม่ได้ก่อเหตุเกิดความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น รัฐไม่ควรที่จะ ใช้วิธีที่รุนแรงปราบปรามเขาค่ะ ดิฉันขอให้พวกท่านคิดใหม่ เพื่อที่เราจะได้หาทางออก ร่วมกันด้วย หลังจากนั้นจำนวนผู้ชุมนุมก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว แม้ พลเอก ประยุทธ์จะประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว แต่การประกาศครั้งนั้นกลับดู เสมือนว่าเปิดทางให้เครือข่ายของตนออกมาก่อเหตุม็อบ (Mob) ชนม็อบ (Mob) ดังเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงและอีกหลายสถานที่มีกลุ่มคนของนักการเมือง ประกาศจะทำร้ายนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้เห็นต่างทางการเมือง มีการเข้าประจันหน้า ข่มขู่ กระทำการรุนแรง จนนักศึกษาได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้ก็ยังไม่มีใครถูกตั้งข้อกล่าวหา จากการกระทำในครั้งนั้นทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ตัดภาพมาที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นนิสิต นักศึกษาค่ะ ถูกตั้งข้อหารายวัน ถูกออกหมายจับ ถูกควบคุมตัว แม้แต่นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ที่เป็นนายแพทย์ที่เข้าไปดูความสงบเรียบร้อยรวมถึงไปดูแลความปลอดภัยของ เยาวชนก็ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินเช่นเดียวกัน เกิดอะไรขึ้นคะท่านประธาน นอกจากนี้ยังมีนักข่าวที่ถูกจับขณะปฏิบัติหน้าที่ และเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีก็ถูกควบคุมตัว เช่นเดียวกันค่ะ นี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนเลยนะคะว่าการปฏิบัติการของรัฐบาลครั้งนี้ไม่เป็น ไปตามหลักสากล และไม่สามารถที่จะยอมรับ และประชาชนจะไม่อภัยท่านเด็ดขาด คณะกรรมาธิการการปกครองของสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะทำงานติดตามการชุมนุมของ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อเข้าช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น ได้ลงไปพูดคุยกับเยาวชน นิสิต นักศึกษา ที่เรียกร้องทางการเมือง เราพบว่ายังมีการคุกคามเยาวชนเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ท่านประธานทราบดีใช่ไหมคะว่าการออกมาเรียกร้องทางการเมืองในครั้งนี้ผู้ชุมนุมออกมา ด้วยความเชื่อที่ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รวมถึงการพัฒนา บ้านเมืองของไทยให้ดีขึ้นได้ เขาออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจไม่ต้องมีใครมาจ้างเขาไป แต่ทุก ๆ วันเราเห็นอยู่แล้วว่าท้องถนนของเรานั้นเต็มไปด้วยผู้ที่ไม่พอใจกับการบริหารงาน ของรัฐบาลชุดนี้ จึงต้องออกมารวมพลังอันบริสุทธิ์ไม่มีอำนาจใดแอบแฝงไว้ เราต้องยอมรับ ในข้อนี้แล้วเราต้องเปิดใจรับฟัง ถ้าท่านมัวแต่ปิดหูปิดตากลัวอำนาจของตัวเองจะ หลุดลอยไปจนทำให้บ้านเมืองของเรานั้นไม่สามารถที่จะหาทางออกได้ เราก็ไม่รู้ที่จะพึ่งใครแล้ว นอกจากประชาชนจะต้องรวมตัวกันบนท้องถนน ท่านประธานคะ ดิฉันทราบว่ามีนักศึกษา ถูกออกหมายจับโดยชุมนุมโดยสงบ ที่ผ่านมามีการควบคุมตัวเกิดขึ้นในยามวิกาล และถูกนำ ตัวไป ตชด. ภาค ๑ ปทุมธานี ทั้งที่ประกาศยุติการชุมนุมแล้ว ดิฉันคิดว่าการกระทำเช่นนี้ ของเจ้าหน้าที่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง เป็นการใส่ร้ายนิสิต นักศึกษาให้มีคดีติดตัวจนไม่กล้าที่จะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ใด ๆ อีก ขณะนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งถูกจับกุมไว้ รัฐบาลต้องปล่อยตัวพวกเขา โดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเกิดขึ้นเพราะไม่ไว้วางใจ ในการบริหารประเทศของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งเรื่องที่มาของตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับอัปยศนี้ และความไร้ประสิทธิภาพในการบริหาร ราชการแผ่นดิน เรื่องการใช้อำนาจรัฐโดยเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องจนเกิดการคอร์รัปชัน ทุกหย่อมหญ้า สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยมีเพิ่มมากขึ้น นี่เป็นเพียงสาเหตุส่วนหนึ่งที่ประชาชนออกมาเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเร็วก่อนที่ ประเทศชาติจะเสียหายและด้อยพัฒนาไปมากกว่านี้ ทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดิฉันต้องขอเสนอว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกต้องนำข้อเรียกร้องของ ประชาชน นิสิต นักศึกษา ทั้ง ๓ ข้อ มาพิจารณาดูว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ
ข้อแรก ที่ท่านสามารถทำได้เลย ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เท่านี้เองค่ะเป็นการแสดงความจริงใจว่าท่านอยากที่จะหาทางออกให้กับประเทศจริง ๆ
ข้อ ๒ และข้อ ๓ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภา ที่จะดำเนินการต่อไป ดิฉันมั่นใจว่าถ้าวันนี้ท่านประกาศลาออก ผู้ชุมนุมข้างนอกจะหยุดการเคลื่อนไหวจนกว่าจะมี การเปลี่ยนแปลงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าหาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดคิดได้ว่าตัวเอง ไร้ซึ่งความสามารถในการบริหารประเทศทุก ๆ ด้าน พึงรู้สักนิดว่าตนเองคือต้นตอของปัญหา เป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน แม้ พลเอก ประยุทธ์จะกล่าวว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้ออกมาชุมนุมและอ้างว่าประชาชนเหล่านั้นยังสนับสนุนตนเอง ดิฉันต้องเรียนว่า พลเอก ประยุทธ์และพวกเข้าใจผิดค่ะความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น หยุดคิดและหาเหตุผล เข้าข้างตัวเองต่อไปได้แล้ว พลเอก ประยุทธ์ก็รู้ว่าตนเองไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ที่เคยร้องเพลงว่าขอเวลาอีกไม่นาน มันเป็นเพียงการหลอกลวง ประชาชนเท่านั้น บัดนี้ประชาชนทุกคนหมดความไว้วางใจในตัว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว มันหมดเวลาแล้วสำหรับนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอบคุณค่ะ