กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้รับ มอบหมายจากพรรคภูมิใจไทย โดยท่านหัวหน้าพรรคอนุทิน ชาญวีรกุล ให้ทำหน้าที่ เป็นผู้สรุปจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยต่อประเด็นที่เรากำลังถกกันในสภาในห้วงเวลานี้ ผมอยากจะขอเรียนต่อท่านประธานว่าในช่วงเวลา ๑ ปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยเราเจอภาวะ อันหนักหน่วงจากโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) จนอาจจะเรียกได้ว่ากว่าที่เรา จะเอาชนะมันได้เราต้องทุ่มเทสุดกำลังในการที่จะต่อสู้กับมัน เป็นการทุ่มเททั้งทุกภาคส่วน ไม่ว่าทั้งตัวนายกรัฐมนตรีเอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ ทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน จนวันนี้พวกเราภาคภูมิใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะพวกเรา ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ แต่พอถึงจุดนี้ก็เริ่มมีความคิดกันว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำไปถูกต้องหรือไม่ ซึ่งความจริงผมขอยืนยันว่าในชุดความจริงที่พวกเรามีอยู่เราพบว่ารัฐบาลได้ทุ่มเททำ เพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับ ๑๔๑ ที่อยู่ในระดับเรื่อง ความปลอดภัยของโควิด (COVID) ในขณะที่หลายประเทศ ยุโรป อเมริกา ประสบปัญหา หนักหน่วง และผมคิดว่าหลังจากนี้แล้วเราก็ควรที่จะได้มีเวลาในการที่จะฟื้นฟูเรื่องปัญหา เศรษฐกิจซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและยังดำรงอยู่ แต่ทว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นในวันนี้กลับพบว่า แทนที่เราจะได้ร่วมกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กลับเผชิญปัญหาใหม่ก็คือความขัดแย้ง ในบ้านเมืองอันลุกลาม เผยแพร่ น่าห่วงใย ไม่น้อยกว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ ปัญหาความขัดแย้งการชุมนุมครั้งนี้ ผมเนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์ พอสมควรในเรื่องของการบ้านการเมืองในประเทศไทย เราพบว่าในอดีตที่ผ่านมาความขัดแย้งเป็นเรื่องของการแย่งชิงการเข้าสู่อำนาจของฝ่าย การเมืองนำโดยคนในการเมือง นำโดยผู้คนในพรรคการเมือง จุดหมายปลายทางก็คือ การแสวงหาอำนาจทางการเมืองเป็นการสู้กันของสีแต่ละสีเรื่อยมา แต่ความจริงที่เราเห็น คราวนี้ก็คือความแตกต่างก็คือต้องยอมรับว่าวันนี้การชุมนุมไม่ปรากฏว่ามีการนำโดย ฝ่ายการเมืองที่ชัดเจน ครั้งนี้เป็นการชุมนุมของคนกลุ่มหนุ่ม กลุ่มสาว นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผมคิดว่าเป้าหมายที่เขาได้เข้าสู่การชุมนุมครั้งนี้มิใช่เป็นเป้าหมายทางการเมือง หากแต่เป็นประเด็นทางสังคม หรือประเด็นทางเศรษฐกิจ หรือปากท้อง เพราะเขา มีความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองว่าในอนาคตอันใกล้นี้ถ้าเขาเรียนจบมาแล้วเขาจะมีงานทำไหม เขาจะมีกินจะมีอยู่ได้อย่างไร ถ้าการเมืองหรือฝ่ายการเมืองอย่างพวกเราทำอะไรที่เป็น ความไม่โปร่งใสที่เป็นเรื่องที่เขาห่วงใย ความไม่เป็นธรรมในเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องงบประมาณ เหล่านี้เป็นต้น สิ่งที่เราต้องยอมรับก็คือว่าผู้ที่เข้ามาชุมนุมนี้ถ้าแบ่งเรื่อง เจเนเรชัน (Generation) หรือเจน (Gen) พวกเราส่วนใหญ่ที่นี่เราต่างเป็นเจน บี (Gen B) เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) อายุมากมาย หรืออย่างมากก็เอ็กซ์ (X) แต่วาย (Y) หรือซี (C) ไม่ได้อยู่ที่นี่ ช่องว่างระหว่างความคิดมันแตกต่างกัน ระบบความคิด การสื่อสาร มันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ในข้อเสนอที่มีการเรียกร้องให้มีการเจรจาพูดคุยกัน ผมว่า วันนี้พวกเราที่อยู่ที่นี่ต้องตั้งสติกันให้ดีครับ ตั้งรับกันด้วยความเข้าใจว่าเราจะต้องเปิดหัวใจ ให้กว้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงใจ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราจะต้องสั่ง ต้องสอน เราจะต้องรับสารโดยวิธีการที่ต้องเปิดใจ เข้าใจ ไม่ตัดสินใจ จึงจะสามารถร่วมกันแก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นได้ เราต้องฟังครับ เพราะฉะนั้นถ้าในที่สุดสภาแห่งนี้จะมีการตั้งกรรมการขึ้นมา เพื่อเปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุย เปิดหัวใจคุยด้วยกันถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็น คนไทยด้วยกัน ภูมิใจไทยเราก็สนับสนุนให้มันมีเรื่องนี้เกิดขึ้น สิ่งที่อยากจะเรียนกับ ท่านประธานก็คือว่าในฐานะพรรคการเมืองภูมิใจไทย โดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้แสดง จุดยืนมาตลอดว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนว่าเราสนับสนุนให้พี่น้องประชาชน มาเป็นผู้ร่าง ผมไปอยู่ในกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญทุกกรรมาธิการ ผมยืนยัน เรื่องนี้ได้ว่าผมแสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องนี้ในการตั้ง ส.ส.ร.
เรื่องต่อมาที่ยังยืนยันก็คือกรณีการใช้ความรุนแรง ภูมิใจไทยไม่สนับสนุน เรื่องของการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจากภาครัฐที่กระทำต่อผู้ชุมนุม หรือผู้ชุมนุมกระทำ ต่อภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นด้วยกาย วจี วาจา หรือเขียนลงบนพื้นถนนก็ตาม นั่นคือความรุนแรง ที่เราไม่สนับสนุน และแน่นอนครับสิ่งที่ภูมิใจไทยได้เห็นชัดเจนก็คือว่าปัญหาใหญ่ ของประเทศที่กำลังจะมาในไม่ช้านี้หลังจากที่เราแก้ปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ได้ตามสมควร ก็คือเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ วันนี้เราจะต้องสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่านับจากนี้ไปรัฐบาลจะทำอย่างไรให้ราคาสินค้าเกษตร มีราคาสูงขึ้น พี่น้องประชาชนเกษตรกรอยู่ได้ เมื่อวานนี้ ส.ส. ภูมิใจไทยได้มีโอกาสพูดคุย กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แสดงความห่วงใยเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์จะได้มี การประกันรายได้ให้กับเกษตรกรในเรื่องราคาข้าว สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ก็คือจะประกันในราคา ๑๕ บาท แต่ ส.ส. ภูมิใจไทยจากหลายจังหวัดก็ได้เรียนท่าน ว่าจริง ๆ ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ต้นทุนการผลิตอย่างนี้ ๑๕ บาทไม่พอ เราได้แสดงไปยัง ท่านชัดเจนว่าเราขอกิโลกรัมละ ๑๘ บาทได้ไหม ๑๘ บาทนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนชาวนาซึ่งอาจจะมีลูกที่กำลังชุมนุมอยู่ที่นี่ก็ได้ วันนี้เราต้องแสดงจุดยืน ให้เห็นว่าเมื่อเขาเรียนจบมารัฐบาลจะต้องมีงานให้เขาทำ ไม่มีช่องว่างระหว่างลูกของผู้มีเงิน ผู้มีสถานะทางสังคมกับลูกของชาวนา นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่านั่นคือ ถ้าท่านมาปรึกษาเรา ผมก็จะให้คำแนะนำนี้กลับไป ภูมิใจไทยจะบอกว่าวันนี้ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สร้างโอกาส สร้างรายได้ สิ่งที่ท่านกำลังทำ อยู่ดีแล้ว แต่วันนี้ต้องสร้างให้มากขึ้น สร้างความมั่นใจ นี่คือสิ่งที่พวกเราอยากจะฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีไปว่าปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญมา อันดับหนึ่งแล้วครับ สิ่งที่ท่านเดินมาเรื่องโควิด (COVID) ภูมิใจไทยสนับสนุนว่าท่านเดินได้ ถูกต้อง ท่านประธานครับวันนี้หลายประเทศเจอเรื่องโควิด (COVID) เจ๊ง ล้มละลายไปแล้ว ครับ ผมได้อ่านข่าวเมื่อวานผมตกใจว่ารถไฟใต้ดินของลอนดอนซึ่งช่วงพีค (Peak) นี้คนจะ แน่นมาก วันนี้ไม่มีคนครับ บริษัท แทรเวล ฟอร์ ลอนดอน (Travel for London) หรือ ทีเอฟแอล (TfL) ซึ่งตั้งมา ๑๕๗ ปีล้มละลายครับ แต่ในขณะวันนี้บีทีเอส (BTS) รถไฟใต้ดินเรา แน่นครับ ไม่ได้บอกว่าเหตุผลเพราะว่ามีการนัดหมายกันว่าไปที่สถานีแล้วเราไปกันเส้นทางนี้ อย่างไรเพื่อไปชุมนุมกันที่ไหน แต่บอกว่าวันนี้ประเทศเราสร้างความมั่นใจเรื่องโควิด (COVID) วันนี้ กทม. เรามีบรรยากาศเหมือนไม่เคยมีโควิด (COVID) แต่ที่อื่นร้างครับ ถ้าท่าน เคยไปอังกฤษ ไปลอนดอนจะพบว่า โซโห (Soho) เลสเตอร์สแควร์ (Letter Square) โคเวนต์การ์เดน (Covent Garden) หรือที่ไหน ๆ ถนนออกซฟอร์ด (Oxford) โล่ง เหมือนป่าช้าเลย นั่นคือเศรษฐกิจเขาเจ๊ง แต่วันนี้รัฐบาลท่านทำดีมารักษาให้เราอยู่ในสภาพ นี้ได้ แล้ววันหนึ่งเราจะต้องฟื้นแต่มันอยู่ที่พี่น้องประชาชนต้องร่วมกัน วันนี้ถ้าจะต้องคุยกัน เรื่องของความขัดแย้งก็ต้องคุยครับ ท่านประธานครับ ผมไม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้ ผมอยากจะเรียนว่า พรรคภูมิใจไทยได้มีคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคมา ในข้อ ๘ ว่า
๑. พรรคจะเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นและธำรงไว้ ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และ
๒. พรรคจะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา มาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน นี่คือเจตนารมณ์ อันชัดเจนที่ภูมิใจไทยยังเป็นอยู่และดำรงอยู่ ตอนสมัยท่านหัวหน้าพรรค ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมทำงานอยู่กับท่าน ผมเดินทาง ไปกับท่านทั่วประเทศได้ติดตามท่านไปเพื่อจะไปทำโครงการปกป้องสถาบัน โครงการปกป้อง สถาบันของมหาดไทยเราไปกระตุ้นสำนึกให้พี่น้องประชาชนได้รู้ถึงความดีที่สถาบัน พระมหากษัตริย์ได้ทำไว้กับบ้านเมืองนี้ซึ่งอยู่มากมายผมจะไม่พูดว่ามีอะไรบ้าง วันนี้ น่าห่วงใยว่ามีการกระทำหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการจาบจ้วงสถาบัน เป็นการจาบจ้วงในสิ่งที่เกินกว่าที่ผู้คนทั่วไปที่มีความจงรักภักดีจะยอมรับได้ หลายเรื่อง หลายราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่สถานทูตสาธารณรัฐเยอรมันเป็นสิ่งที่เป็นหน้าที่ของ รัฐบาลนะครับที่จะต้องดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมตรงไปตรงมา วันนี้ถ้าใครกระทำ ความผิดกฎหมายเห็นได้ชัด ท่านละเว้นที่จะไม่ดำเนินคดีไม่ได้แล้วครับ วันนี้มีการดูหมิ่น มีการหมิ่นประมาท มีการแสดงการอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ผมคิดว่าถ้าเห็นชัด ท่านต้องดำเนินการ แน่นอนครับผู้คนที่ไปกันจำนวนนั้นไปที่นั่นมีจำนวนมากมาย แต่ผมไม่เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจในเนื้อหาสาระที่เขามาอ่านกันเมื่อคืน ผมอยากให้รัฐบาล ได้แยกส่วนของผู้ไม่รู้กับผู้ที่ตั้งใจที่จะทำเรื่องนี้ แน่นอนครับเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่อง ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่เราจะพูด แต่ผมคิดว่าวันนี้ถ้าไม่พูดไม่ได้แล้วครับ ผมฝากรัฐบาล เรื่องสำคัญเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง
สิ่งสำคัญต่อมาครับ วันนี้ในขณะที่เราเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาเหมือน ภายในครอบครัวของเรา ในบ้านของเรา แต่สื่อต่างประเทศเสนอข่าวไม่ใช่เป็นเรื่องของ ไล่นายกรัฐมนตรีหรอกครับ แต่พยายามจับคู่ใหม่เรื่องของผู้ชุมนุมกับสถาบัน ผมไม่อยากให้ รัฐบาลละเลยในการที่จะทำความเข้าใจกับต่างประเทศในเรื่องนี้ ต้องแสดงให้เห็นว่าจริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวเราที่เราคุยกันได้ เราพูดกันได้ เพราะคนที่มาชุมนุมก็คือ ลูกหลานเรา วันนี้ต้องฝากครับ วันนี้การละเลยการใช้เสรีภาพผมเคารพ แต่การใช้เสรีภาพ ที่เกินเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ แน่นอนครับมันต้องไปกระทบต่อเสรีภาพของคนอื่น การชุมนุมของผู้ชุมนุม ถ้าตามสมควรของท่านก็ว่ากันไป แต่ถ้าว่าถึงขนาดปิดถนนท่านก็ไป ละเมิดเสรีภาพของผู้ใช้ถนน ถึงเวลาเสียทีที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มแข็งกว่านี้ อะไรที่ ทำได้โปรดทำเพื่อรักษาให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ในขณะที่หลายคนกำลังเคารพกฎหมาย แต่ท่านอย่าให้มีคนละเมิดกฎหมาย ผมจึงฝากท่านครับ เรายืนยันครับว่าสิ่งที่เราแสดง ความคิดเห็นต่อท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลไปวันนี้เพื่อที่ต้องการให้เราก้าวข้าม ความขัดแย้งในเรื่องต่าง ๆ พูดคุยกันฉันคนในครอบครัวเดียวกัน วันนี้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย หรอกครับ ไม่มีช่องว่างระหว่างเจเนเรชัน (Generation) ถ้าเราเปิดหัวใจเพราะวันนี้เราคือ คนไทยด้วยกัน ผมไม่อยากให้เรื่องนี้มันจะบานปลายมากไป รัฐบาลต้องเข้ามาเปิดหัวใจครับ แล้วสิ่งที่ท่านจะต้องให้คำมั่นสัญญาก็คือว่าถึงเวลาวันนี้เราจะต้องเดินหน้าด้วยกัน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีรับปากไว้ ขอบพระคุณครับ