นิคม บุญวิเศษ อภิปรายถึงต้นเหตุปัญหาการเมืองที่นำไปสู่การชุมนุมของเยาวชนและประชาชน โดยชี้ว่าความล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤติโควิด-19 โดยเฉพาะการเน้นควบคุมสาธารณสุขโดยขาดสมดุลกับเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อรายได้และธุรกิจขนาดเล็ก จนกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการประท้วง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็น ยุติการใช้มาตรการรุนแรง เปิดการเจรจาอย่างสันติ และเร่งใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุนเอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน พร้อมท้วงติงการปิดสื่อที่เลือกปฏิบัติ ย้ำถึงความสำคัญของสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจแทนการปิดกั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงเรียกร้องให้สอบสวนความบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยขบวนเสด็จ และให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงความรับผิดชอบโดยเร่งด่วน เพื่อรักษาความจงรักภักดีต่อสถาบันอย่างแท้จริงผ่านการกระทำที่สร้างสรรค์และยุติการแบ่งขั้วในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ตอนนี้ก็เป็นประธานรัฐสภา กระผม นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายเพื่อที่จะให้คำแนะนำ หาทางออกให้กับประเทศครับท่านประธาน ก่อนอื่นครับ ก่อนที่พวกเราจะช่วยกันแก้ไข ปัญหาได้ เราต้องรู้ต้นเหตุแห่งปัญหาก่อน ท่านประธานครับ ถ้าไม่ทราบปัญหาแล้ว ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้หรอกครับ หลายท่านนะครับ ผมเคารพความคิดเห็นของท่าน ที่อภิปรายแสดงความคิดเห็น แต่บางท่าน ท่านไม่ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น วันนี้ครับ เป็นที่เข้าใจกันทั้งประเทศแล้วก็ทั้งโลกแล้วว่ามีการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไปครับ เพื่อกดดันให้กับนายกรัฐมนตรีลาออกจากนายกรัฐมนตรี มันต้องมี สาเหตุครับท่านประธาน อยู่ ๆ ไม่มีใครหรอกครับที่จะลุกขึ้นมาชุมนุมประท้วง ลุกขึ้นมา แสดงความคิดเห็นในท่ามกลางที่มี พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่มีใครอยากจะมีคดีติดคุกติดตะราง หรอกครับ คนที่มาล้วนแล้วแต่มีความหวังดีกับประเทศเราทั้งนั้น ยิ่งเป็นเยาวชนที่มีความรู้ สมัยใหม่ เราในฐานะที่เป็นรัฐสภาเราควรจะให้การยอมรับแล้วก็รับฟัง แล้วนำสิ่งนั้นมาแก้ไข ให้มันตรงจุดครับท่านประธาน มีหลายท่านที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีผิดอะไร เราต้อง ยอมรับครับ นายกรัฐมนตรีไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ย่อมจะมีข้อผิดพลาดบกพร่องมากน้อยแล้วแต่ ความสามารถ ถ้าจะบอกว่านายกรัฐมนตรีไม่ผิดเลย เป็นคนดีที่สุด จงรักภักดีที่สุด ถ้าพูด เรื่องนี้ก็เถียงกันแทบเป็นแทบตายละครับ ไม่มีใครหรอกครับที่บอกว่าไม่จงรักภักดี ท่านบอกว่าท่านจงรักภักดีที่สุด แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดเองนะครับ คนของท่านพูด คำพูดเหล่านี้ละครับที่ทำให้พวกเราไม่มีความสามัคคีกัน เราอย่ามาแย่งความจงรักภักดี แล้วไปใส่ร้ายป้ายสีว่าคนอื่นไม่จงรักภักดี ผมอยากให้เลิกนะครับคำนี้ การจงรักภักดีก็คือว่า การต้องทำความดีให้กับประเทศชาติ การที่ไม่ทุจริต ไม่นำภาษีของประชาชนไปละลาย ละเลง กู้เงินจนเป็นหนี้เป็นสิน ถูกไหมครับ ข้าราชการก็ต้องจงรักภักดีโดยการทำหน้าที่ให้ดี ที่สุด ประชาชนจงรักภักดีโดยทำหน้าที่ของประชาชน ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำครับ นี่คือ ความจงรักภักดี เราไม่จำเป็นต้องมาพูด ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อเหลืองแล้วแสดงว่าจงรักภักดี ไม่ใช่ จงรักภักดีอยู่ที่การกระทำมากกว่า ประเทศไทยเรามี ๓ สถาบันหลักครับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพวกเราคนไทยทั้งสิ้น ฉะนั้นเราในฐานะที่เป็น รัฐสภา วันนี้เป็นวันที่เราได้มาแสดงความคิดเห็นหาทางออกร่วมกันว่าประเทศไทยเราจะเดิน ไปอย่างไร รัฐบาล คณะรัฐมนตรีได้มีการเสนอเข้ามา ๓ ประเด็น
ในประเด็นที่ ๑ ท่านอ้างเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในเรื่องนี้เห็นด้วยครับ แต่ท่านอย่าลืมว่าการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus corona 2019) ได้มีการแพร่ระบาดตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม จนถึงเมื่อวานวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๗ เดือน ท่านประธานครับ ท่านได้รวบรวมอำนาจของท่าน อำนาจทุกอย่างมาอยู่ที่ศูนย์กลางคือ นายกรัฐมนตรี ครั้งแรกเราเห็นด้วยเนื่องจากมันมีการระบาดอย่างจริงจังในประเทศไทย นี่ละครับ แต่หลังจากนั้นเรามีการป้องกันจนไม่มีการระบาดแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิตแล้ว เป็นเวลา ติดต่อกันประมาณ ๔-๕ เดือน แล้วเมื่อวานนี้มีการประกาศว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัส (Virus) สะสม ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นี่ ๓,๗๔๓ ราย หายแล้ว ๓,๕๔๓ ราย ตอนนี้รักษาตัว ในโรงพยาบาล ๑๔๑ รายครับท่านประธาน และมีผู้สูญเสียชีวิต ๕๙ ราย รัฐบาลได้มีการออก พ.ร.ก. ชุดหนึ่งออกมาเพื่อกู้เงินนะครับ พ.ร.บ. กู้เงิน ขอโทษทีครับ ๑.๙ ล้านล้านบาท เพื่อมา ช่วยเหลือเยียวยาและควบคุมสถานการณ์ นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลยังใช้เงินส่วนหนึ่งที่เป็น งบประมาณฉุกเฉิน ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อป้องกันโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นี้ รัฐบาลได้ใช้อนาคตของประเทศ รายได้ที่เกิดจากการค้า การขาย การลงทุน ร้านค้าต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน รัฐบาลได้ใช้แรงงานทั่วประเทศต้องตกงาน เรามีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศ ฉะนั้นความสูญเสีย หรืองบประมาณต่าง ๆ ถ้าเราจะรวมแล้ว เพื่อป้องกันโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) โรคเดียวนี่นะครับ ซึ่งเป็นโรคที่มีความเสี่ยง แล้วตายไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเป็นเงินแล้วหลายล้านล้านท่านประธานครับ ถามว่าคุ้ม หรือไม่ ผมเชื่อว่าท่านตอบได้ดี การรักษาโรคนี้ การควบคุมโรคนี้ไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วยครับ แต่ท่านอย่าลืมเรื่องการบริหารในส่วนอื่นด้วยต้องมีความสมดุลกันครับ สุขภาพ สาธารณสุข และเศรษฐกิจต้องควบคู่กันไป ผมเสียดายที่รัฐบาลไม่ใช้โอกาสนี้โอกาสที่เราได้เปรียบ ที่ประเทศไทยเราไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) แล้ว รัฐบาลไม่ใช้ ความได้เปรียบในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประชาชนไม่รีบฟื้นฟูครับ ทั้ง ๆ ที่มีเงินกู้แล้ว รัฐบาลได้กู้เงินมา ๑.๙ ล้านล้านบาท พ.ร.ก. ชุดหนึ่งที่บอกว่าเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเสียดายมาก รัฐบาลบอกว่าจะมาฟื้นฟูเอสเอ็มอี (SMEs) ให้เอสเอ็มอี (SMEs) กู้ แต่ดันไป เขียนเงื่อนไขให้เอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดย่อย ขนาดกลางไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินนี้ได้ ยังมีเงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะมาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมก็ไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นเราต้อง ยอมรับว่ารัฐบาลผิดพลาดบกพร่องไม่มีความสามารถในการบริหาร จึงทำให้เศรษฐกิจมันติดลบ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุผลที่มีการชุมนุมก็คือสิ่งนี้ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ เพราะมันไปกระทบกับพ่อแม่พี่น้องของเขาเองครับ ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมดก็คือเรื่อง เศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านอาจจะไม่มีคนของท่านที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านเศรษฐกิจก็รับฟังได้ครับ แต่ท่านเป็นหัวหน้าทีมในเรื่องเศรษฐกิจนี้ ท่านจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ว่าท่านไม่ทราบ ฉะนั้นคือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน อันนี้คือในญัตติที่ ๑ ที่ท่านเขียนขึ้นมา ท่านบอกว่ามีการชุมนุม มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) มันจะติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ได้อย่างไรท่านประธานครับ ในเมื่อเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ไม่มีอยู่ในประเทศไทยแล้ว เชื้อนี้มันนำเข้าจากต่างประเทศครับท่านประธาน ถ้าเราป้องกัน ไม่ให้ผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยได้นี่ ในประเทศไทยเราก็ปลอดเชื้อครับ มันไม่สามารถงอกขึ้นมาเหมือนต้นหญ้าครับ ไม่สามารถ ตกลงมาเหมือนน้ำฝนได้ ฉะนั้นอย่ามาสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าเรา ไม่รีบแก้ไขตรงนี้ ไม่รีบสร้างความเชื่อมั่น การท่องเที่ยวในประเทศ การลงทุนในประเทศ การค้าขายในประเทศจะไม่เกิดได้เลยครับท่านประธาน ทุกคนจะอยู่ที่บ้านไม่ต้องทำอะไร ครับ รอให้รัฐบาลช่วยเหลือ ๆ ผมถามว่ารัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีการลงทุนในประเทศ มีการท่องเที่ยวในประเทศ โรงแรมต่าง ๆ มีหลายโรงแรมที่เป็นเมืองท่องเที่ยว รัฐบาลไปช่วยเขาสิครับ คนท่องเที่ยวออกครึ่งหนึ่ง รัฐบาลออกครึ่งหนึ่งก็ได้ ช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ถ้าเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ไม่ได้ การจ้างงานจ้างอาชีพมันไม่เกิดครับ คนตกงานนั่นคือปัญหา ครับท่านประธาน ผมอยากให้เงินที่เรามีเรากู้มาแล้วใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด นี่คือ ทางออกทางหนึ่งที่ผมจะแนะนำว่าถ้าท่านประยุทธ์จะอยู่ต่อ ท่านต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ ผมเชื่อว่าถ้าท่านแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้นะครับ หลายคนก็อยากให้ท่านอยู่ต่อครับ แต่ถ้า แก้ไม่ได้ ท่านก็ต้องพิจารณาตัวเอง มันเป็นเรื่องปกติครับท่านประธาน ที่เราต้องการผู้นำที่มี ความรู้ความสามารถให้ประเทศเรามันรอดครับท่านประธาน
ในเรื่องที่ ๒ ก็คือท่านกล่าวหาว่ามีผู้ชุมนุมขัดขวางขบวนเสด็จ ผมก็อยากจะ ทราบเช่นกันครับว่าขบวนเสด็จ ทุกครั้งที่มีขบวนเสด็จนะครับ จะมีเจ้าหน้าที่เคลียร์ (Clear) เส้นทางก่อนถูกไหมครับ จะมีเจ้าหน้าที่อยู่ตามซอกตามซอยต่าง ๆ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๑๐-๒๐ นาที แล้วไฉนเล่าในการเสด็จครั้งนี้จึงไม่มีเจ้าหน้าที่เคลียร์ (Clear) เส้นทางก่อน เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนนะครับท่านประธาน ปล่อยไปไม่ได้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสูงสุดก็คือ นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถปฏิเสธได้ครับว่าท่านมีข้อบกพร่อง ผิดพลาดอย่างไร หรือบุคคล ที่ท่านให้ทำงานผิดพลาดอย่างไร พวกเราก็อยากจะทราบเช่นกันครับว่าเหตุการณ์เหล่านี้ มันไม่น่าผิดพลาดได้ ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีต้องออกมาตอบ ต้องออกมาชี้แจงให้ความกระจ่าง ว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่
ในเรื่องที่ ๓ เรื่องการชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ยุบสภา ที่นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไปได้มีการชุมนุมกัน และมีการสลาย การชุมนุมโดยใช้รถอัดฉีดน้ำแรงเลยนะครับ ผสมสารอะไรไม่ทราบสีน้ำเงินฉีดใส่ผู้ชุมนุม ในขณะที่ผู้ชุมนุมชุมนุมด้วยความเรียบร้อยก็ว่าได้นะครับ เพราะว่าไม่มีการชุมนุมไหน ที่เรียบร้อยมากกว่านี้ ไม่มีอาวุธใด ๆ แล้วก็เป็นลูกหลาน เยาวชนเราทั้งนั้น ทำไมเราไม่พูด ไม่คุย ไม่เจรจากันครับ การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงก็เช่นกันครับ ท่านทำผิด ๆ ถูก ๆ พอมีการทักท้วงจากสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็มีการยกเลิก เห็นไหมครับ นั่นเราต้องยอมรับ ว่าเรามีข้อผิดพลาดจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าเรายอมรับข้อผิดพลาดของเราแล้ว เราไปแก้ ค่อย ๆ แก้ทีละข้อ ๆ ผมเชื่อว่ามันมีทางออก แต่สิ่งสำคัญคือเราอย่าโยนความผิด ให้กับเยาวชนผู้ชุมชน เพราะมันมีสาเหตุที่เขาออกมาชุมนุม ที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้น ฉะนั้นผมจึง อยากจะให้รัฐบาลชุดนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการเปิดโอกาสให้มี การเจรจาโดยการตั้งตัวแทนของผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมอาจจะตั้งตัวแทนที่มีความน่าเชื่อถือ ของฝ่ายผู้ชุมนุมมาเจรจากับฝ่ายรัฐบาลว่าเราจะคิดอย่างไร เราจะทำอย่างไร หาทางออก ให้ประเทศอย่างไร ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ไม่อยากเห็น ความบอบช้ำของประเทศไปมากกว่านี้ ด้วยความรัก ความเคารพต่อทุกท่าน ทุกท่าน ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว ผมเชื่อว่าหลายท่านก็มีความหวังดีต่อประเทศชาติ แต่ถ้าเรา อยากจะให้ประเทศเดินได้จริง ๆ แก้ไขปัญหาจริง ๆ ต้องเอาปัญหามาเข้ากองกลาง แล้วมาค่อย ๆ สะสางปัญหาแต่ละอย่าง ๆ ในส่วนที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ลาออก เท่าที่ผมทราบ ดูท่าทีแล้วนายกรัฐมนตรีคงไม่ลาออกแน่ ๆ แล้วมีทางอื่นอีกไหม บอกว่ายุบสภา หลายท่านก็บอกว่ามันไม่เป็นความผิดของสภาผู้แทนราษฎร แล้วมีทางอื่น อีกไหมครับท่านประธาน ผมเชื่อว่ามีนะครับ ถ้าเราช่วยกันคิดผมเชื่อว่ามี ฉะนั้นสิ่งที่ผมพูด ในวันนี้ก็ขอฝากว่าเป็นความจริงใจที่ผมมี พวกเราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันว่าหลายคน คนไทยทุกคนจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่าเอาความจงรักภักดีมาเป็น ของตัวเองแล้วผลักไสไล่ส่งว่าคนอื่นไม่จงรักภักดี เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ถ้าเราสามารถแก้ได้ ผมเชื่อว่าทุกคนกลับมาสามัคคีกันได้ ก็ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอให้ท่านช่วยแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน
ในเรื่องสื่อเช่นเดียวกันครับท่านประธาน ผมอยากจะฝากนิดเดียวนะครับ การปิดสื่อ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าไม่สามารถทำได้ บุคคลสามารถแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การแสดงความคิดเห็นใด ๆ การปิดสื่อหนังสือพิมพ์ปิดไม่ได้ครับ ถ้าเราจะ ไม่ปิดเราก็คงจะไม่ปิดทั้งหมด แต่ถ้ามีการปิดสื่อ ผมก็อยากจะให้อย่าเลือกปฏิบัติ สื่อหลายช่อง ไม่ว่าจะเป็นช่องใหญ่ ช่องเล็ก มีการพูดเสี้ยมทำให้คนทะเลาะกันเยอะแยะมากมาย แต่บางสื่อ รัฐบาลไม่ได้สนใจ ไม่ได้มีการติเตือนกันด้วย แต่เลือกปิดสื่อบางประเภทที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม รัฐบาล ฉะนั้นผมขอฝากว่าถ้าไม่ปิดก็คือไม่ต้องปิดนะครับ แต่ถ้าจะปิดก็ต้องปิดทั้งหมด ฉะนั้นก็ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยทำงานตรงไปตรงมา อย่าเลือกปฏิบัติ ในส่วนที่ผมจะขอ เสนอในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ ก็ขอฝากไว้ อยากให้นายกรัฐมนตรี ถ้าอยากจะอยู่ต่อท่านจง ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ขอบคุณมากครับ