เจตน์ เสนอตั้งศูนย์ข่าว-ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ คลี่คลายการชุมนุม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

เจตน์ ศิรธรานนท์ กล่าวถึงบทบาทของนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด โดยย้ำว่าการลาออกไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อท่านเป็นผู้มีความจงรักภักดีและเข้มแข็งในการปกป้องสถาบันในช่วงวิกฤติที่มีการโจมตีสถาบันอย่างรุนแรง พร้อมแสดงความห่วงกังวลต่อการจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์และเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการร่วมทุกภาคส่วนเพื่อเจรจาหาทางออกอย่างสันติ ป้องกันความขัดแย้งรุนแรงและสงครามกลางเมือง รวมทั้งเสนอให้เรียกทูตประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อยับยั้งการหนุนการชุมนุมผ่านสื่อสังคม ให้กระทรวงดีอีดำเนินการแก้ข่าวบิดเบือนจากเว็บต่างชาติ และจัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข่าวจริงและแก้ข่าวปลอมอย่างมีระบบในลักษณะเดียวกับศูนย์โควิด พร้อมเสนอให้ใช้กลไกประชามติแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุม โดยถือเป็นการแสดงเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

ส่วนทางท่านนายก ยิ่งลักษณ์ก็ต้องบอกชื่อนะครับท่านประธาน ขออนุญาต ผมก็พูดแค่นี้นะครับ ท่านยุบสภา ครับ ตอนนั้นนะครับด้วยปัญหาเรื่องทุจริตจำนำข้าวหลายแสนล้านบาท และกฎหมาย นิรโทษกรรมสุดซอย เมื่อ ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ท่านพลเอก ประยุทธ์ท่านไม่ได้ทำผิด อะไร แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาที่ส่อว่าในทางที่ว่าจะคอร์รัปชันอย่างไร แล้วผมคิดว่าถ้าหากว่า ท่านลาออกมันจะเกิดบรรทัดฐานต่อเนื่องไปว่าไม่ได้ทำผิดอะไร มีม็อบ (Mob) มากดดันชุมนุม แล้วก็ต้องลาออกไปตามความต้องการของม็อบ (Mob) ที่มาชุมนุม ผมคิดว่าบรรทัดฐานนี้ จะเกิดขึ้นสำหรับนายกรัฐมนตรีคนต่อ ๆ ไปที่จะเกิดขึ้น มันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นครับ อีกข้อหนึ่งคือว่าจบไหมถ้าหากท่านลาออก สมาชิกในที่นี้หลายท่านก็อภิปรายว่าไม่จบหรอก ครับ เพราะว่าความต้องการของม็อบ (Mob) ไม่ได้ต้องการแค่ให้ท่านลาออก ไม่ได้ต้องการ แค่แก้รัฐธรรมนูญ หรืออาจจะต้องการแก้รัฐธรรมนูญก็เพื่อต้องการไปกระทบหมวด ๑ หมวด ๒ ที่สำคัญของชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านลาออกแล้วจะจบนะครับ แต่ข้อสำคัญที่สุดผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ลาออกไม่ได้โดยเด็ดขาด ทำไมครับ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีผู้จาบจ้วงเกินเลยสถาบันเหมือนในขณะนี้ เพราะว่า ท่านประยุทธ์เป็นตัวเลือกเพียงตัวเดียวที่เหมาะสมที่สุดในการปกป้องสถาบัน ทำไมล่ะครับ เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่เข้มแข็งและจงรักภักดีต่อสถาบันที่สุด

ท่านประธานครับ ผ่านไปถึงข้อสังเกตในเรื่องของประเด็นการปฏิรูปสถาบัน ประเด็นนี้ผมเชื่อว่าจะถูกต่อต้านโดยประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งขณะนี้เริ่มทยอยออกมา แสดงพลังปกป้องสถาบันกันแล้ว แต่ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ผมคิดว่าคนไทยทุกคน เสียใจ เจ็บปวด และเศร้าใจที่สถาบันกษัตริย์ที่อยู่คู่คนไทยมาตลอด ตลอดคู่ชาติไทยตั้งแต่ บูรพกษัตริย์ ท่านถูกจาบจ้วงล่วงละเมิด ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในกรณีเหล่านี้รัฐบาล จะต้องตระหนักว่าการที่มีประชาชนอีกฝ่ายหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงพลังอาจจะเสี่ยงต่อเกิดการปะทะ แล้วการปะทะนั้นก็จะนำไปสู่ สงครามกลางเมือง แล้วจะบรรลุสิ่งที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ว่าจะจากฝรั่งเศส ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งดูไบต้องการ เรื่องอย่างนี้ก็ต้องฝากถึงทางรัฐบาลที่ต้องระวัง ผมมีข้อที่อยาก เสนอแนะทางรัฐบาลดังนี้นะครับ

ข้อแรกตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพูดคุยเพื่อหาทางออก ร่วมกัน เพราะว่าหลายประเด็นมันไม่สามารถพูดคุยในห้องประชุมใหญ่นี้ได้นะครับ ก็คง จะต้องอาศัยการพูดคุยกันในห้องประชุมของคณะกรรมการนั้น ซึ่งองค์ประกอบของ คณะกรรมการก็จะต้องประกอบด้วยผู้แทนจาก ครม. ส.ส. ส.ว. ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งนักวิชาการ และที่ทิ้งไม่ได้ก็คือตัวแทนของแกนนำผู้ชุมนุม อันนี้ผมคิดว่าข้อเสนอนี้ เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ

ข้อถัดมาคือรัฐบาลฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นะครับ ท่านต้องเรียกทูตของประเทศที่มีแกนนำที่อยู่ในประเทศที่ผมกล่าวมาแล้วเข้ามาพบ เพื่อให้หยุดการกระทำ โดยอาศัยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ คือเรียกเขามาคุยเฉย ๆ มันคงไม่ได้ครับ แต่ว่าเขามีอิทธิพลต่อการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาอย่างมาก เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าท่านไม่ได้เรียกเขามาพูดคุย มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาก็ยังมีอิทธิพลก็ส่งข้อมูลต่าง ๆ ผ่านโซเชียล มีเดีย (Social media) มาถึงผู้ชุมนุม ตรงนั้นมันจะทำให้สถานการณ์เลวร้าย ยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ก็คงจะต้องฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงดีอี (DE) ท่านต้องเพิ่ม มาตรการการกดดันสื่อข้ามชาติตามที่ท่านแถลงนะครับ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเผยแพร่ ข่าวที่บิดเบือน ผมคิดว่าท่านอาจจะต้องประกาศว่าในเว็บเพจ (Web page) ไหนที่มันมีข่าว ที่บิดเบือนแล้วอาจจะต้องแก้ข่าว แล้วก็ต้องเผยแพร่ให้ประชาชนทราบในเรื่องนี้เพราะว่า มันมีหลายเว็บเพจ (Web page) ที่บิดเบือนข่าวอย่างมากนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามันก็อยู่ในวิสัย ที่ท่านทำได้นอกเหนือจากที่ท่านพูดมาแล้วนะครับ

ในส่วนของการชุมนุมของแกนนำ ผมคิดว่านอกจากนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์แล้ว ยังมีผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ยังมีผู้ที่ต้องการ อำนาจทางการเมือง แล้วก็การเปลี่ยนแปลงนั้นเขาก็มีส่วนที่จะเข้าไปหนุนการชุมนุมของ นักศึกษาซึ่งมาชุมนุมด้วยพลังบริสุทธิ์ ต่าง ๆ เหล่านี้มันก็จะทำให้สถานการณ์ของการชุมนุม แพร่ขยายออกไปนะครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงใช้มาตรการที่รุนแรงหรือใช้ มาตรการที่ทำให้ทางผู้ชุมนุมสามารถที่เผยแพร่กระจายออกไปว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรง ใช้สิ่งที่ไม่ถูกต้องด้วยการเผยแพร่ทางโซเชียล มีเดีย (Social media) แล้วก็เป็นสิ่งที่ทำให้ การชุมนุมขยายตัวออกไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐบาลอาจจะต้องใช้ในเรื่องของ คณะกรรมการลงมาในการช่วยแก้ไขปัญหา

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมคิดว่าในเรื่องของการจัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ แบบเดียวกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีจัดตั้งศูนย์โควิด (COVID) ในการประชาสัมพันธ์ข่าวต่าง ๆ ทั้งแก้ข่าวที่บิดเบือน แล้วก็ประชาสัมพันธ์ข่าวที่แท้จริง ผมคิดว่าน่าจะเป็นทางที่เป็น ประโยชน์ให้ประชาชนที่ไม่สามารถติดตามหรือไม่มีความสามารถที่จะติดตามสื่อโซเชียล มีเดีย (Social media) ได้ เขาติดตามข่าวจากศูนย์นี้เหมือนกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีประสบ ความสำเร็จจากการจัดตั้งศูนย์โควิด (COVID) มาแล้ว ผมคิดว่าน่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่เกิด ประโยชน์นะครับ

สุดท้ายในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าก็ปล่อยให้กลไกมันทำต่อไป แล้วก็ถ้าหากว่ามันมีความจำเป็นในการที่จะทำประชามติของการแก้รัฐธรรมนูญ มันอาจจะ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะแก้ไขม็อบ (Mob) ที่ชุมนุมกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถ้าหากว่าผลประชามติ ออกมาเป็นอย่างไร ผมคิดว่าก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนที่ชุมนุมยอมรับได้ เพราะว่า มันเป็นความต้องการของประชาชนที่จำนวนมาก เป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ที่แท้จริงครับ ขอบคุณครับ