สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ชี้แจงเกี่ยวกับพิธีสารกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ และย้ำถึงความสำคัญของพิธีสารดังกล่าวต่อการเสริมสร้างกลไกระงับข้อพิพาทที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและการส่งเสริมบทบาทนำของไทยในอาเซียน
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพ คณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ได้ให้ความเห็นชอบพิธีสารกลไกระงับ ข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน (ASEAN) หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ได้ร่วม ลงนามในพิธีสารดังกล่าวในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ครั้งที่ ๓๕ ประเทศไทยได้ใช้หลักการว่ากฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้กลายเป็นกฎหมายภายใน โดยอัตโนมัติ แต่อย่างไรก็ตามภายใต้พิธีสารนี้ประเทศไทยไม่จำเป็นจะต้องออกกฎหมาย ภายในมารองรับ มีข้อถกเถียงกันว่าพิธีสารดังกล่าวซึ่งไม่จำเป็นจะต้องออกกฎหมายรองรับนั้น คณะรัฐมนตรีจะสามารถเห็นชอบอนุมัติโดยไม่จำเป็นจะต้องเสนอรัฐสภาหรือไม่ บางความเห็น ก็เห็นว่าไม่จำเป็น แต่ความเห็นที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบนั้นก็คือเห็นว่าพิธีสารนี้ เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การค้าหรือการลงทุน ของประเทศอย่างกว้างขวาง ตามมาตรา ๑๗๘ วรรคสอง และเกี่ยวกับการค้าเสรีตามมาตรา ๑๗๘ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบ ของรัฐสภาก่อนแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน จึงเป็นเหตุในการนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ในวันนี้ ที่ผ่านมาอาเซียน (ASEAN) ได้มีกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า กลไกระงับข้อพิพาทเดิมนั้นอาจจะไม่มีแรงจูงใจเพียงพอที่จะให้ประเทศสมาชิกได้ใช้กลไก ดังกล่าว ในกรณีที่มีข้อพิพาทประเทศสมาชิกจึงได้กลับไปใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทของ องค์การการค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งประเทศสมาชิกได้เป็นสมาชิกอยู่ในองค์กรนั้น อยู่ด้วย เพื่อที่จะให้กลไกในการระงับข้อพิพาทของอาเซียน (ASEAN) ได้มีความสมบูรณ์สอดคล้อง กับหลักสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสอดคล้องกับกระบวนการของดับเบิลยูทีโอ (WTO) หรือ องค์การการค้าโลก จึงได้เกิดพิธีสารฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งมีหลักการที่สำคัญในบางข้อดังนี้ ในข้อ ๙ กำหนดให้คณะผู้พิจารณาต้องปรึกษาหารือกับ ประเทศคู่พิพาทอย่างสม่ำเสมอ และให้โอกาสแก่ประเทศผู้พิพาทในการหาข้อยุติร่วมกัน ข้อ ๑๐ การปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการระยะเวลาในการพิจารณาคดีและการปฏิบัติตาม คำตัดสินให้ชัดเจนขึ้น ข้อ ๑๙ กำหนดให้สามารถใช้อนุญาโตตุลาการในฐานะกลไกระงับ ข้อพิพาททางเลือกได้ ข้อ ๒๑ กำหนดกรอบเวลาสูงสุดของกระบวนการทั้งหมดทำให้มี ความชัดเจนของระยะเวลาในการระงับข้อพิพาท ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเรียนว่า พิธีสารฉบับนี้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการต่างประเทศ ในแผนย่อย ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ มุ่งเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับมิตรประเทศ สอดคล้องกับแผนย่อยการพัฒนาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่าง ประเทศ มุ่งส่งเสริมศักยภาพหน่วยงานไทยและคนไทย และยกระดับมาตรฐานการพัฒนา ประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ สอดคล้องกับแผนย่อย การส่งเสริมสถานะและบทบาทของประเทศไทยในประชาคมโลก มุ่งสร้างเกียรติภูมิและอำนาจ ต่อรองโดยเน้นการต่างประเทศที่ใช้อำนาจแบบนุ่มนวลอย่างเป็นระบบ ดำเนินนโยบาย ที่ส่งเสริมสถานะไทยในเวทีโลก การส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับปัจจุบัน ที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำของอาเซียน (ASEAN) พิธีสารฉบับนี้จึงเป็นการส่งเสริมบทบาทของ ความเป็นผู้นำของอาเซียน (ASEAN) และส่งเสริมความร่วมมือภายในอาเซียน (ASEAN) ให้แข่งแกร่งขึ้น ตามหลักการของแนวคิดในการเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) ของประเทศไทย คือร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน หรือแอดวานซิง พาร์ตเนอร์ชิป ฟอร์ ซัสเทนนะบิลิตี (Advancing Partnership for Sustainability) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ พิธีสารนี้ได้สร้าง ความมั่นใจให้กับภาคเอกชนในการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เนื่องจากพิธีสารฉบับนี้ ได้ปรับปรุงออกแบบมาเพื่อการระงับข้อพิพาทโดยเฉพาะ และได้มีการอ้างอิงกลไกระงับ ข้อพิพาทภายใต้องค์การการค้าโลกมากยิ่งขึ้น พิธีสารฉบับนี้ช่วยให้กระบวนการระงับ ข้อพิพาทระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากพิธีสารได้มีการปรับปรุงขั้นตอน กระบวนการและระยะเวลาในการพิจารณาคดีให้มีความเหมาะสมและชัดเจนเพิ่มเติม พิธีสาร ฉบับนี้เป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลไทยในการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากพิธีสารฉบับนี้ได้ครอบคลุมถึงกระบวนการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศของสมาชิก ดังนั้นเมื่อประเทศสมาชิกรวมทั้งประเทศไทยเห็นว่าการดำเนินการใด ๆ ไม่สอดคล้องกับความตกลงหรือถูกกระทบสิทธิ เนื่องจากสมาชิกอื่นใช้มาตรการที่ขัดต่อ ความตกลงก็สามารถใช้สิทธิระงับข้อพิพาทได้ พิธีสารฉบับนี้ให้โอกาสประเทศสมาชิกระงับ ข้อพิพาทระหว่างกันในเบื้องต้น แล้วยังกำหนดให้สามารถใช้การอนุญาโตตุลาการในฐานะ กลไกระงับข้อพิพาททางเลือกได้อีกด้วย พิธีสารฉบับนี้ส่งเสริมการค้าและการลงทุน ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ซึ่งจะให้ประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม พิธีสารฉบับนี้ จะทำหน้าที่ส่งเสริม เสริมสร้างกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียน (ASEAN) ให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการปรับปรุงครั้งนี้ได้สร้างความชัดเจนโปร่งใส และเป็นธรรม ในหลักการพื้นฐานของกฎระเบียบของอาเซียน (ASEAN) ที่ทุกประเทศปฏิบัติร่วมกัน พิธีสาร ฉบับนี้ให้สำนักงานเลขาธิการอาเซียน (ASEAN) มีบทบาทมากขึ้นในการอำนวยความสะดวก ของกระบวนการในการพิจารณาตามพิธีสาร ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประเทศ สมาชิกมากยิ่งขึ้น และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ประเทศสมาชิกจะได้หันกลับมาใช้กลไกระงับ ข้อพิพาทของอาเซียน (ASEAN) แทนที่จะต้องใช้กลไกระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก พิธีสารฉบับนี้เป็นพิธีสารฉบับใหม่มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมมากขึ้นหลายประการ จึงเห็นสมควรที่รัฐบาลจะจัดให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องนี้ เพื่อถ้าหากว่ามีการระงับข้อพิพาทเกิดขึ้นภายใต้กลไกของพิธีสารฉบับนี้แล้วจะได้มี การเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นข้อกฎหมาย ที่สำคัญก็คือภาคเอกชนควรจะได้มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับพิธีสารฉบับนี้ จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความรู้กับ ภาคเอกชนและประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้มีโอกาสใช้สิทธิตามกลไกของพิธีสารนี้ต่อไป ท่านประธานที่เคารพ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) รวมถึงอาเซียน (ASEAN) โดยรวม ได้ยึดถือหลักที่เรียกว่าหลักแห่งกฎเกณฑ์ หรือที่เรียกว่ารูล เบสด์ คอมมูนิที (Rule based community) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ คือเป็นประชาคมที่ยึดถือกฎเกณฑ์เป็นหลัก เหมือนกับประเทศที่ใช้หลักนิติธรรมเป็นหลัก ดังนั้นการปรับปรุงพิธีสารฉบับนี้จึงเป็นการ ปรับปรุงที่ก้าวเข้าไปสู่การยึดถือกฎเกณฑ์มากยิ่งขึ้น แม้ว่าพิธีสารฉบับนี้จะมีข้อที่ได้รับ การวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง แต่ในการตกลงระหว่างประเทศ การหารือระหว่างประเทศนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการเห็นพ้องต้องกันจากทุกฝ่าย จึงเห็นว่าพิธีสารฉบับนี้ มีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในสถานการณ์และเวลาขณะนี้ ผมจึงขอสนับสนุน การให้ความเห็นชอบในพิธีสารฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ