จิรายุ ตั้งคำถามกลไกอนุญาโตตุลาการ ชี้ขาดศาลอาเซียนหวังแก้พิพาทมีประสิทธิภาพ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตถึงการนำเรื่องที่กฤษฎีกาชี้ว่าไม่จำเป็นต้องเข้าสู่รัฐสภามาพิจารณาใหม่ พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการจัดสัมมนาของกระทรวงพาณิชย์ที่มีผู้เข้าร่วมจำกัดและถ่ายทอดผ่านสื่อสังคม ซึ่งไม่สอดคล้องกับความสำคัญระดับชาติและภูมิภาคอาเซียน พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจเรื่องอนุญาโตตุลาการภายใต้กรอบกฎบัตรอาเซียนอย่างชัดเจน ทั้งในด้านประสิทธิภาพในการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศและรัฐกับเอกชน และเสนอให้มีการพิจารณาจัดตั้งศาลอาเซียนเพื่อเสริมสร้างกลไกการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเรียกร้องให้ไทยผลักดันกลไกระงับข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว พร้อมเสริมเสียงไทยในเวทีโลกผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐมนตรีและกฤษฎีกา เพื่อให้อาเซียนสามารถเจรจาต่อรองกับสหภาพยุโรปและองค์การการค้าโลกได้อย่างมีพลังและประสิทธิผลมากขึ้น

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภา ๒-๓ ประเด็นที่อยากจะฝากท่านรัฐมนตรี นาน ๆ จะเห็นท่านมาสภาแล้วก็ขึ้นบัลลังก์นะครับ ติดตามผลงานท่านมาตลอดนะครับ ขออภัยที่เอ่ยถึงท่านนะครับ ในฐานะฉายากำนันป้อ แป้งมันพันล้าน ท่านวีรศักดิ์ ผมถามท่านอย่างนี้ครับ แล้วเดี๋ยวท่านตอบตอนท้ายอยากฟัง จากปากท่าน ไม่อยากฟังจากเจ้าหน้าที่นะครับ กรณีที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดกันเยอะ แล้วว่า เมื่อกฤษฎีกาพิจารณาแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องทำไมท่านจึงเอาเข้ามาในรัฐสภาอีก อันนี้ เป็นปัญหา อีกหน่อยนี่ผมเชื่อกฤษฎีกาไม่ได้เลยท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ผมเป็น ประธานกรรมาธิการนี่เชิญกฤษฎีกาบ่อยมาก กฤษฎีกาบอกว่าไม่ต้องเอาเข้า กระทรวงพาณิชย์ บอกให้เอาเข้าก็เลยเดือดร้อนสมาชิกวันศุกร์นี่ละครับ เพราะฉะนั้นเอาให้ชัดประเด็นนี้

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพ ดูแล้วกระทรวงพาณิชย์บอกว่าเข้าข่าย เป็นสัญญาที่จะต้องทำในรัฐธรรมนูญที่เขียนชัดเจน มาตรา ๑๗๘ วรรคสี่ ให้ประชาชน แสดงความคิดเห็น ผมฝากท่านรัฐมนตรีคนเก่งแห่งเมืองโคราช ถ้ากระทรวงพาณิชย์จัดงานแบบนี้ ต้องเรียกมาแล้วก็อบรมหน่อยนะครับ พี่น้องประชาชนครับ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญอันสูงสุด ของประเทศบัญญัติไว้อย่างนี้ บอกว่าต้องมีการเปิดประชาพิจารณ์ว่าอย่างนั้นเถอะ ปรากฏว่า ไปจัดสัมมนามีคนไปประมาณ ๑๒๕ คน แล้วที่น่าสนใจท่านรัฐมนตรีครับ ถ่ายทอดสดผ่าน เฟซบุ๊ก ไลฟ์ (Facebook live) ทันสมัยด้วยนะครับ ประเด็นก็คือเรื่องระดับชาติกับสมาชิก ประชาคมอาเซียน (ASEAN) ประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไน เอาแค่นี้เองหรือครับ แล้วที่ผ่านมาทั้ง ๑๐ ประเทศนี่เขากำลังดูถ่ายทอดสด ประเทศไทยอยู่ว่าตกลงรัฐสภาไทย กระทรวงพาณิชย์ไทย กระทรวงการต่างประเทศ ทำกันแค่นี้หรือ

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ กฎบัตรอาเซียน (ASEAN) เป็นข้อตกลง ที่ผมอยากจะถามว่าตัวแปรสำคัญที่ท่านเขียนกันมานี่ท่านรู้จักคำว่า อนุญาโตตุลาการ กันมากน้อยขนาดไหน เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยตอบผมหน่อยนะครับ เพราะว่าเมื่อเช้านี้ ผมฟังท่าน ๆ นี่ ท่านพูดถึงอนุญาโตตุลาการนี่นะครับ

คำถามต่อไปท่านประธานที่เคารพครับ ผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ที่ท่าน บอกว่าอนุญาโตตุลาการเป็นทางเลือก ประเทศไทยรับรองจริงหรือครับ ท่านเคยจำได้ไหมว่า อนุญาโตตุลาการได้เคยพิจารณาข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนมากี่เรื่องแล้ว ท่านรัฐมนตรี ทราบไหม แล้วปรากฏว่าอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยออกไปแล้วแต่ปรากฏว่าอีกศาลหนึ่ง ของประเทศไทยไปบอกอีกอย่างหนึ่ง นั่นล่ะผมถามครับว่าถ้าเกิดกระทรวงพาณิชย์หรือเวลา ที่เราไปตกลงระหว่างประเทศกันแล้ว แล้วท่านบอกว่าเป็นทางเลือกไปใช้อนุญาโตตุลาการ สุดท้ายอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งแบบนี้แต่อาเซียน (ASEAN) ไม่เอา ท่านจะแก้ไขปัญหาแบบไหน ท่านจดไว้แล้วท่านตอบนะครับ เพราะว่าท่านแก้ไขหลายมาตรา หลายข้อที่ท่านพูดนะครับ นอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ในกระบวนการพิจารณาที่ท่านบอกว่ายืดเวลา ๓๐ วัน ไปเป็น ๖ เดือนฟังดูเหมือนจะดี แต่ท่านฟังข้อสังเกตไว้ครับ ข้อสังเกตที่ผมถามไปยังท่าน ก็คือ ๓๐ วัน ยืดไป ๖ เดือน ดีอย่างไรครับ ท่านบอกมีเวลาสิจิรายุ ๖ เดือนนี่ก็ต้อง ๑๒๐ วัน จากเดิม ๓๐ วัน เขาจะได้มีการพิจารณาอรรถคดีต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดรอบคอบนะครับ ท่านรัฐมนตรีอย่าเพิ่งครับ เดี๋ยวจบแล้วท่านค่อยตอบครับ ผมอยากให้ท่านตั้งใจฟังก่อน อนุญาโตตุลาการสำคัญ ท่านรัฐมนตรีขออภัยท่านนะครับ พอดีเห็นท่านเสียสมาธิกับคนข้าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ยืดออกไป ๓๐ วัน เป็น ๖ เดือน ๑๒๐ วัน คำถามต่อไปครับ ท่านบอกว่าจะได้มีเวลาในการพิจารณาคดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่างอาเซียน (ASEAN) ระหว่าง ประเทศ ระหว่างรัฐกับเอกชนในแต่ละประเทศ คำถามแบบด้อยปัญญาแบบผมนี่นะครับ การยืดเวลากับการเพิ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นระดับโลก อาเซียน (ASEAN) ต้องไปเจรจากับ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ไปเจรจากับอาฟตา (AFTA) ไปเจรจากับสหภาพยุโรป อียู (EU) นี่ล่ะ คือปัญหาท่านประธานครับ ประเทศไทยเอาอย่างไรครับ ยืดเวลา เหมือนเวลาเราพิจารณา กรรมาธิการวิสามัญครับ เวลาไม่พอก็มาขอท่านประธานชวนแล้วก็ยืดเวลา ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่ม คุณภาพเข้าไปก็สามารถทำได้ ถ้าคดีความนี่ท่านบอกว่ามี ๓๐ วัน มีผู้พิพากษาอยู่ ๑๐ คน ท่านเพิ่มสิครับ ประเทศละ ๑๐ คน ๑๐ ประเทศนี่ ๑๐๐ คน เวลามันเร็วกว่า ๓๐ วัน อันนี้ ผมคิดแบบเด็ก ๆ ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ แต่เรามายืดเวลาแล้วก็บอกว่ายืดเวลา จะได้มีวิธีการพิจารณาคดี เมื่อสักครู่ท่านวุฒิสภาท่านอธิบายแล้ว มีเรื่องของฟิลลิป มอร์ริส เรื่องบุหรี่ประเทศฟิลิปปินส์ เรื่องโน่นนี่นั่นเป็นข้อพิพาท เวลาอันไหนประเทศไหนได้ประโยชน์เขาก็ต้องการครับ ประเทศไทยก็ต้องการ ถ้าส่งข้าวไป ประเทศเวียดนามแล้วบอกนี่ลิขสิทธิ์ประเทศไทยก็ต้องฟ้องกันครับ แต่ฟ้องกันอย่างไร ให้มันเกิดประนีประนอมในฐานะเพื่อนบ้านในสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจึงบอกว่าอีดีเอสเอ็ม (EDSM) ผมติดตามมาโดยตลอด ท่านประธานครับ ผมเป็นประธานสหพันธ์ในภูมิภาคอินโดจีนครับ ผมไปประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศจีนด้วยรถยนต์ แล้วก็ไปประชุมกับพ่อค้าหลายครั้งในรอบที่ เขามีการปฏิวัติ ท่านประธานครับ ขับรถไปนะครับ ไม่ได้ไปเครื่องบิน เราจึงเห็นว่าวิธีการคิด ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าประเทศด้อยพัฒนา แต่ใช้คำสวยหน่อยครับ ประเทศที่พัฒนาน้อยหน่อย เขียนอย่างไรมันก็รู้ แต่อย่าไปเขียนระบุ ในพิธีการสัญญาครับ ถ้าเราเป็นประเทศด้อยพัฒนาบ้างละ นี่ผมเกิดมาท่านประธานครับ ปีนี้จะ ๕๐ ตั้งแต่เด็ก ๆ เขาบอกจิรายุ ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา ๕๐ ปีมาแล้ว ท่านประธานครับ มันยังไม่พัฒนาเสียที ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี อย่างนี้นะครับว่า สหภาพยุโรปหรือว่าอียู (EU) ทำไมจึงไม่ค่อยมีปัญหาครับ เขามีกฎหมาย เหนือรัฐ เหนือรัฐคืออะไรครับ สหภาพยุโรปมีข้อตกลงอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียม แน่นอนครับ เวลามีข้อพิพาทระหว่างประเทศเยอรมัน ประเทศอิตาลี ประเทศฮอลแลนด์ ประเทศเบลเยียม เขาก็แก้ไขปัญหาโดยใช้กฎหมายอียู (EU) แต่ประเทศไทยใช้ได้ไหมครับ อาเซียน (ASEAN) ใช้ได้ไหม ใช้กฎหมายของอาเซียน (ASEAN) ได้ไหมครับ อันนี้ล่ะคือเป็น ปัญหาที่บอกว่ากฎบัตรอาเซียน (ASEAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศแบบธรรมดา เพราะฉะนั้น วิธีการมาแก้อันนี้คือกระบวนการวิธีแค่แก้ไข มันไม่ใช่เป็นเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศที่ต้อง เอาเข้ามาสู่รัฐสภาแห่งนี้ กระทรวงการต่างประเทศท่านไปพิจารณาครับ กระทรวงพาณิชย์ ของท่านรัฐมนตรีไปพิจารณาครับ แล้วผมก็จะรอดูท่านครับ ถ้าท่านทำไม่ได้คราวหน้า ๖ เดือน ต่อไปผมอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านว่าท่านค้าขายไม่ได้ ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่ากรณีดังกล่าวนี้ คราวนี้ปิดสมัยประชุมท่านช่วยกรุณาไปคิด เรื่องของศาลอาเซียน (ASEAN) หน่อยครับ เอาให้เป็นจริงเป็นจังเสียทีเถิดในรัฐบาล ยุคประชาธิปไตยที่มีท่านประธานชวนนั่งบนบัลลังก์นี่ละครับ ผมจะยกมือคนแรกเลยที่จะผ่าน กฎหมายระหว่างประเทศ อะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ พออาเซียน (ASEAN) พูดคุยอะไร กันเรียบร้อยเขาก็บอกพวกคุณสุมหัวกัน พอไปเจรจาดับเบิลยูทีโอ (WTO) องค์การการค้าโลก เขาบอกกฎหมายระดับอาเซียน (ASEAN) เจ้าจุก เจ้าแกละ อย่ามาคุยกับระดับป๋า นี่ล่ะคือปัญหา ท่านประธานครับ กระทรวงพาณิชย์ต้องไปนั่งทบทวนดูแล้วครับว่าวิธีแก้ไขปัญหาที่ให้ มีความจีรังและยั่งยืนแล้วได้รับการเคารพนับถือ อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นอย่างไรครับ อนุญาโตตุลาการพิจารณาแล้วท่านบอกว่ายอมรับ ยอมรับได้ไหมละครับ เอาเอกสาร อนุญาโตตุลาการในระหว่างประเทศนี้ไปที่ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เขายอมท่านไหม หรือเอา เอกสารอนุญาโตตุลาการในประเทศไทยไปที่ประเทศฟิลิปปินส์ เขายอมรับท่านไหม อันนี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ท่านต้องเรียกหัวหมู่ทะลวงฟันทั้งหลายในกระทรวงพาณิชย์ กระทรวง การต่างประเทศ มานั่งสุมหัวกันแล้วก็ทำเรื่องนี้ให้จริงจัง แค่ขยายเวลาเอาเข้าสภา แล้วแต่ ท่านนั่งข้างบนกัน นั่งข้างล่างกัน ผมจึงต้องลุกขึ้นมาอภิปรายนี่ท่านประธานครับ

ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ กรณีที่เรายังไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศ ในอาเซียน (ASEAN) อย่างชัดเจนนี่นะครับ มันจึงทำให้เกิดข้อพิพาทหลากหลายครับ แน่นอนครับ เราก็รักข้าวพันธุ์มะลิของประเทศไทย แน่นอนครับ ประเทศฟิลิปปินส์เขาก็ รักเกาะแก่งของเขาที่เป็นธรรมชาติ เกิดเขาเอาข้าวประเทศไทยไปจดทะเบียนมันก็ต้อง ฟ้องร้องกันครับ แต่ถ้าเกิดฝรั่งมังค่าจากสหภาพยุโรป ๓๐ กว่าประเทศทำบ้าง ทำอย่างไรครับ ไปฟ้องดับเบิลยูทีโอ (WTO) สุดท้ายดับเบิลยูทีโอ (WTO) บอกพวกคุณมันเป็นพวกประเทศ ที่ฉันเคยไปล่าอาณานิคมมา เด็ก ๆ นี่ละครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีทำได้นะครับ คราวหน้า ผมกดไลก์ (Like) ให้ ๑๐๐ กะโหลก ท่านประธานครับ

ประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องของระบบการเจรจาข้อพิพาทในอุดมคตินี่นะครับ เขียนอยู่ในเอกสารที่ท่านให้มานี่ละครับ ซึ่งผมก็อ่านมาหลายเดือนแล้วลักษณะเช่นนี้ การระงับข้อพิพาทในอุดมคติของสมาชิกประชาคมอาเซียนครับ ๑. รักษาสัมพันธ์คู่กรณี ก็คือจะทำอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องเกรงใจประเทศลาวเขา เกรงใจประเทศพม่าเขา ประเทศ มาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศบรูไน เขาก็ต้องเกรงใจประเทศไทย เหมือนกัน รวดเร็วครับ ท่านบอกรวดเร็ว แต่เมื่อสักครู่ท่านผ่องถ่ายเวลาออกไปอีก ๓๐ วัน ไปเป็น ๓ เดือนบ้าง อะไรบ้าง อันนี้ล่ะคือปัญหาครับ ถ้าประเทศไทยมีข้อเสนอในการประชุม เสียดายท่านจุรินทร์ไม่มาเองนะครับ ถ้ามาเองผมจะพูดกับท่านจุรินทร์เยอะกว่านี้ครับ เพราะท่านจุรินทร์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปเจรจาในการประชุมอาเซียน (ASEAN) ที่เมืองทองปีที่แล้ว เสนอเขาบ้างไหมครับ หรือได้แต่พยักหน้ารับ จริง ๆ ผมอยากให้ ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) อีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็นำเสนอให้กับประชาคม อีก ๙ ประเทศในข้อตกลงต่าง ๆ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ข้อ ๓ ประหยัด ข้อ ๔ กลไกการบังคับที่มี ประสิทธิภาพ อันนี้ล่ะครับปัญหา ข้อ ๕ รักษาความลับ รักษาอย่างไรครับ ความลับรักษากัน ไม่ได้หรอก เมื่อมีการฟ้องร้องก็ต้องเปิดสำนวน ต้องเรียกพยานหลักฐาน บุคคล เรียกเอกสาร เยอะแยะมากมาย

ประเด็นที่ ๕ มีความเป็นธรรม เป็นการระงับข้อพิพาทในอุดมคติของประชาคม อาเซียน (ASEAN) ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวผมจะรอฟังท่าน วันนี้ไม่ไปไหนครับ ว่าพิธีสารที่ท่านเอาเข้ามาในรัฐสภาที่มีทั้งท่านสมาชิกวุฒิสภา ไม่ต้องมา อธิบายประชาคมอาเซียน (ASEAN) เกิดขึ้นเมื่อไร เรียนมาตั้งแต่ ม. ๖ รู้ เพิ่มมากี่ประเทศ มาจากไหน อย่างไร เรารู้ แต่ที่เรากำลังคุยวันนี้เรามาเพราะอะไรกันในห้องประชุมรัฐสภา ที่ต้องมาเสียค่าแอร์ (Air) เป็นเพราะว่าท่านรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับกฤษฎีกา ผมจึงอยาก จะถามกฤษฎีกาเหมือนกัน แล้วตกลงถ้าเกิดท่านไม่เห็นด้วยกับรัฐมนตรี ตกลงท่านทะเลาะ กันก่อนได้ไหมก่อนจะเข้ามาสภา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ อันนี้จะเป็นต้นแบบต่อไป ในการพิจารณาร่วมกันของสมาชิกรัฐสภาทั้งวุฒิสภาและ ส.ส. ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องของ ๑๐ ประเทศที่ต้องเจรจาต่อรองกับ ระดับโลกอย่างอียู (EU) เราถูกแบน (Ban) มาเยอะ ถูกถอดจีเอสพี (GSP) ถูกถอดโน่นนี่นั่น เยอะแยะมากมาย ถ้าอาเซียน (ASEAN) แข็งแรงโดยรัฐมนตรีที่ชื่อวีรศักดิ์เจ้าพ่อแป้งมัน ผมจะยกนิ้วโป้งให้ตลอดเวลาที่เจอท่าน แล้วไม่ว่าผมจะไปที่ไหนผมจะบอกเลยว่ารัฐมนตรีคนนี้ เป็นคนคิดโพรเจกต์ (Project) ดังที่ทำให้ประชาคมอาเซียน (ASEAN) ต่อสู้กับสหภาพยุโรป และดับเบิลยูทีโอ (WTO) ได้ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ