วิไลลักษณ์ ชี้วิกฤตองค์กรอุทธรณ์เวิลด์เทรด เสนอตั้งศาลยุติธรรมอาเซียน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์ ชี้แจงถึงกรอบความตกลงและพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 พร้อมวิเคราะห์ข้อจำกัดของกลไกที่มีอยู่ โดยเฉพาะในบริบทเศรษฐกิจและกรณีวิกฤตองค์กรอุทธรณ์ของเวิลด์เทรดที่ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ จึงเสนอให้ปรับปรุงพิธีสารและผลักดันการจัดตั้งศาลยุติธรรมอาเซียนเพื่อเสริมความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพในการระงับข้อพิพาททางการค้าอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

นางสาววิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ก่อนหน้านี้ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ได้เคย ทำความตกลงกันและได้จัดให้มีพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างกันมาแล้ว ฉบับหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ได้มีการลงนาม กันที่กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ เรียกเป็นภาษาอังกฤษอย่างย่อว่า เดอะ ไนน์ทีนไนน์ตีซิก โพรโทคอล ออน ดีเอสเอ็ม (The 1996 Protocol on DSM) ในขณะนั้น อาเซียน (ASEAN) มีสมาชิกเพียง ๗ ประเทศ โดยที่ประเทศลาว ประเทศพม่า และประเทศ กัมพูชา ยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ด้วยค่ะ จนกระทั่งมีสมาชิกเพิ่มขึ้น เป็น ๑๐ ประเทศอย่างในปัจจุบัน และต่อมาอาเซียน (ASEAN) ได้ยกระดับความสัมพันธ์ ต่อกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) หรือเออีซี (AEC) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าประเทศสมาชิกจะได้ใช้ช่องทางในพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาท ด้านเศรษฐกิจมาเป็นเครื่องมือในการเจรจาทำความตกลง หรือระงับข้อขัดแย้งต่อกันแม้แต่ กรณีเดียว ทั้งนี้มิได้หมายความว่าประเทศสมาชิกจะไม่เคยมีข้อขัดแย้ง หรือข้อพิพาท ด้านเศรษฐกิจระหว่างกันแต่อย่างใด ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๓ ค่ะ ตัวอย่างเช่น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ประเทศฟิลิปปินส์ได้ฟ้องร้องประเทศไทยต่อองค์การการค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอ (WTO) กรณีภาษีนำเข้าบุหรี่หรือที่รู้จักกันดีว่ากรณีฟิลลิป มอร์ริส คดีนี้ดำเนินการในดับเบิลยูทีโอ (WTO) นานกว่า ๑๐ ปี และกำลังมีทีท่าว่าจะบานปลายกลายเป็นการตอบโต้กันทางการค้า ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ด้วยค่ะ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศฟิลิปปินส์ที่อาจจะกระทบ ต่อตลาดส่งออกรถยนต์ของไทย ถึงแม้ว่าในตอนเริ่มต้นจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ตามที หรือกรณีที่ประเทศเวียดนามร้องต่อดับเบิลยูทีโอ (WTO) กล่าวหาประเทศอินโดนีเซีย ในปี ๒๕๕๘ กรณีการกีดกันการนำเข้าแผ่นเหล็กและเหล็กกล้าจากประเทศเวียดนาม ซึ่งกรณีนี้ประเทศเวียดนามเป็นฝ่ายชนะคดี เป็นต้น ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปด้วยค่ะ ท่านประธานคะ จะเห็นว่าตัวอย่างข้อพิพาทที่ดิฉันยกมาทั้ง ๒ กรณีข้างต้นเกิดขึ้นระหว่าง ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ด้วยกัน แต่ก็ไม่มีชาติใดนำข้อพิพาทนี้เข้าสู่การดำเนินการ ตามกลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียน (ASEAN) ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเหตุว่ากลไกที่กำหนดอยู่ ในพิธีสารมีกระบวนการที่สลับซับซ้อน ทั้งกรอบระยะเวลาในการพิจารณาก็สั้นกว่าเมื่อเทียบ กับองค์กรอื่น เช่น ศาลโลก หรือองค์การการค้าโลก ยังไม่รวมถึงความมั่นใจของคู่กรณีในการ บังคับให้เป็นไปตามคำชี้ขาดหรือคำตัดสินว่าจะมีผลเป็นรูปธรรมเพียงใด ท่านประธานคะ ดิฉันจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกับอาเซียน (ASEAN) ปรับปรุงแก้ไขพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาท ด้านเศรษฐกิจของอาเซียน (ASEAN) ฉบับนี้ เพื่อให้มีความทันสมัยแก้ไขข้อขัดข้องและรวมทั้ง เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกในการใช้ช่องทางตามพิธีสารฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไข ข้อพิพาทระหว่างกัน

อีกเหตุผลหนึ่งที่ดิฉันเห็นว่ามีความสำคัญและจำเป็นจะต้องให้ความเห็นชอบ ต่อพิธีสารฉบับแก้ไขนี้ ก็เนื่องจากว่าในปัจจุบันองค์กรอุทธรณ์ของดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งเปรียบเสมือนศาลสูงสุดด้านการค้าของโลกสถาบันหนึ่ง เมื่อเกิดคดีข้อพิพาททางการค้า และทางเศรษฐกิจขึ้นมักจะมีการฟ้องร้องไปที่ดับเบิลยูทีโอ (WTO) และเมื่อศาลชั้นต้นหรือที่ เรียกว่าคณะผู้พิจารณาได้มีคำชี้ขาดหรือคำตัดสินไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปหากคู่กรณีไม่พอใจ ในคำตัดสินคดีก็จะไปยังชั้นอุทธรณ์โดยองค์กรอุทธรณ์ แต่เดิมคณะอุทธรณ์นี้มีสมาชิก ๗ ท่าน วาระท่านละ ๔ ปี ในการพิจารณาคดีจะต้องมีองค์คณะคดีละ ๓ ท่าน ขอสไลด์ (Slide) ที่เป็นลักษณะวงกลมก่อนหน้าอันสุดท้ายเมื่อสักครู่ด้วยค่ะ แต่วันนี้สมาชิกในคณะอุทธรณ์ ของดับเบิลยูทีโอ (WTO) เหลืออยู่เพียง ๑ ท่านเท่านั้น ท่านประธานคะ ในภาพท่านจะเห็น ได้ว่าวงกลมสีแดงเหลือตำแหน่งที่ว่างอยู่ ๔ ที่ แต่จนถึงวันนี้ขณะนี้ว่างเป็น ๖ ที่แล้วค่ะ ไม่เป็นองค์คณะ ไม่สามารถดำเนินการพิจารณาได้ และยังไม่สามารถแต่งตั้งสมาชิก คณะอุทธรณ์ทดแทนได้ จนกำลังจะเป็นวิกฤติครั้งใหญ่กระทบต่อการดำรงอยู่ขององค์การ การค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอ (WTO) เพราะมหาอำนาจประเทศหนึ่งคัดค้านการแต่งตั้ง ทดแทนดังที่เป็นข่าวไปแล้วทั่วโลก ทั้ง ๆ ที่สมาชิกของคณะอุทธรณ์บางคนครบวาระไป ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จนเหลือเพียง ๑ ท่านดังกล่าว ท่านประธานคะ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้เกิดเป็น ช่องว่างในการดำเนินการระงับข้อพิพาททางการค้าในชั้นอุทธรณ์ของดับเบิลยูทีโอ (WTO) ดิฉัน ก็หวังว่าพิธีสารที่แก้ไขฉบับนี้จะเข้ามาทดแทนได้ในเวลาที่เหมาะสม เพราะเหตุว่าในการแก้ไข พิธีสารฉบับนี้ได้ทราบว่ามีการดำเนินการมาแล้วเกือบ ๗ ปี แล้วเสร็จในปลายปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานี้เองจนได้เข้ามาสู่สภาของเราในวันนี้ จึงเชื่อว่าประเทศสมาชิกทั้งหมดได้ร่วมกัน พิจารณาปรับปรุงแก้ไขจนเป็นที่พอใจแล้ว เมื่อนำมาใช้ก็น่าจะได้รับความเชื่อมั่นนำมาเป็น ช่องทางในการระงับข้อพิพาทระหว่างกันได้ ท่านประธานคะ อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตว่า แม้จะมีการรวมกลุ่มกันจนเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) อย่างในปัจจุบัน เหตุใด ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) จึงยังคงนำเอาข้อพิพาททางการค้าระหว่างกันไปดำเนินการ นอกประชาคมทุกครั้งไป ถึงเวลาหรือยังที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) จะได้ร่วมกัน ผลักดันให้เกิดศาลยุติธรรมอาเซียน (ASEAN) เพื่อให้ดูแลกันและกันในหมู่สมาชิก และทั้งเพื่อปกป้องชาติสมาชิกจากคู่กรณีนอกกลุ่มให้ได้รับความเป็นธรรมดังเช่นที่ ดำเนินการอย่างได้ผลในศาลสหภาพยุโรป ขอสไลด์ (Slide) สุดท้ายด้วยค่ะ หรือยูโรเปียน คอร์ต ออฟ จัสทิซ (European court of justice) ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นศาลสูงสุดของ ประชาคมยุโรป โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก และมีผู้พิพากษารวม ๒๗ ท่าน จาก ๒๗ ประเทศสมาชิกประเทศละ ๑ ท่าน ศาลนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๑๙๕๒ และยังคงถือเป็น ศาลสูงสุดของสหภาพยุโรปจนถึงปัจจุบัน ดิฉันขอฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วย ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ