วันชัย ชี้สภาเดินหน้าสร้างสามัคคี เสนอข้าราชการเป็นแบบอย่างต้านทุจริต

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

วันชัย สอนศิริ ชื่นชมนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมความสงบเรียบร้อยและการสร้างสามัคคีในสังคม โดยยกตัวอย่างบรรยากาศการประชุมสภาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมหารือเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริต และเรียกร้องให้รัฐบาลและข้าราชการเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินการอย่างจริงจัง

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตอนแรก ผมตั้งใจว่าจะอภิปรายใน ๓ ประเด็น คือ ๑. เรื่องความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่ง ของรัฐบาลนี้ ๒. เรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และประการที่ ๓ นั้น คือเรื่องตัวของรัฐมนตรี ผู้จะปฏิบัติตามนโยบาย แต่ท่านประธานครับ ผมเองได้ฟังการชี้แจง ของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แสดงออกถึงความจริงจังทั้งในอดีต และแนวทางในอนาคตด้วยความเข้มแข็งแล้วก็เด็ดขาด รวมทั้งการชี้แจงของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แล้ว ประเด็นเหล่านี้แทบจะไม่ต้องอภิปรายแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะอะไรครับ เพราะสิ่งที่ท่านตั้งใจมีความมุ่งมั่นนั้น ผมว่านโยบายนั้นแทบจะสำเร็จเกือบเกินกว่าที่จะพูดในรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องความสงบเรียบร้อย ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และเป็น เรื่องสำคัญที่เป็นจุดแข็งของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ พี่น้องประชาชนนี้เลือกมาเป็นจำนวนมาก เหตุเพราะนโยบายหรือการปฏิบัติมาในอดีตนั้น คือเรื่องความสงบเรียบร้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานลองนึกภาพดูนะครับว่า ภาวะเศรษฐกิจของบ้านเมืองเราจะดีขนาดไหนก็ตาม ประชาชนจะกินอยู่ดีขนาดไหนก็ตาม แต่คนในชาติทะเลาะเบาะแว้งกัน แตกแยก แตกสามัคคี แบ่งสี แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย อะไร จะเกิดขึ้นครับท่านประธาน ความหายนะก็เกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้ แต่ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมานั้น เรื่องนี้รัฐบาลที่ผ่านมาและเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ความสงบ เรียบร้อยนั้นที่เป็นปัญหาจนกระทั่งรองนายกรัฐมนตรีสมคิดบอกว่า เศรษฐกิจเราแทบจะเป็นศูนย์นั้น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้นแทบจะไม่มี แบ่งสี แบ่งฝัก แบ่งฝ่ายกันจนกระทั่งบางจังหวัดเราไม่สามารถไปได้ครับท่านประธาน ตัวท่านประธานเอง ขออภัยนะครับท่านประธาน สมัยหาเสียงที่บางจังหวัดท่านประธานยัง โดนขว้างไข่เลยครับ แปลว่าบางจังหวัดบางพื้นที่แบ่งภาคกันแบ่งสีแบ่งฝ่ายกัน จนทำให้เกิด ปัญหาอันสำคัญแยกกันเป็นจังหวัดโน้น เป็นภาคโน้น เป็นพื้นที่ซึ่งมีปัญหาก่อให้เกิด ความแตกแยก แต่ตั้งแต่มีรัฐบาลชุดที่แล้วและเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้เรา มีความมั่นใจว่าการแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งสีนั้น จะทำให้ปัญหาเหล่านี้เกิดความมั่นคง กับประเทศ คนในชาติถ้ามีความรัก มีความสามัคคีไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่แตกแยกกัน ผมเชื่อเหลือเกินว่านี่ละครับจะทำให้เราเกิดความมั่นคงมั่งคั่งได้ ท่านประธานที่เคารพครับ และบรรยากาศทางการเมืองก็สำคัญ ดูจากบรรยากาศทางการเมืองที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา ๒ วันครับ ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้บรรยากาศนั้นรู้สึกเป็นกันเอง ผิดกับสมัยที่ผมเป็น ส.ว. สมัยครั้งแรกครับ มาประชุมสภาเหมือนเราจะมารบกันนะครับ ท่านประธาน แตกแยก แบ่งฝัก แบ่งฝ่ายกันชัดเจน แต่พอมายุคนี้สมัยนี้บรรยากาศ ในสภานั้นพูดจากันด้วยความรัก ความเอื้ออาทร ด้วยความมิตรไมตรี เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าสภามีความรักมีความสามัคคีกันเสียแล้ว ชาวบ้านก็ไม่ทะเลาะกัน เพราะจริง ๆ บางครั้ง ก็เกิดจากการทะเลาะในสภาขยายไปวงนอก จนกระทั่งไปชาวบ้านชาวเมืองกันไปหมด แต่บรรยากาศเห็นมา ๒ วัน ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีมาแถลงนโยบายเป็นต้นมานั้น แม้ว่าจะมีรุนแรงอะไรไปบ้าง แต่เป็นบรรยากาศที่ดูแล้วเป็นมิตรไมตรี สร้างความรัก ความสามัคคีอย่างดียิ่งครับ อันนี้ผมคิดว่าประเด็นนี้จะเป็นจุดแข็งอันสำคัญที่จะทำ ให้เกิดความมั่นคงและเกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองครับ

ส่วนประเด็นเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านเขียนไว้ชัดเจน เลยนะครับบอกว่า จะสร้างจิตสำนึกกระตุ้นเตือนสร้างค่านิยมในเรื่องการปฏิเสธการทุจริต คอร์รัปชันตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญครับท่านนายกรัฐมนตรี และท่านทั้งหลายคงเคยเห็น การโฆษณาครับ ให้เหล้าเท่ากับแช่ง ให้เหล้าเท่ากับแช่งนี่สร้างจิตสำนึกได้ดีมาก เพราะฉะนั้น ค่านิยมที่เรานิยมคนมีอำนาจ คนมีเงิน ไม่ว่าคุณจะโกง คุณทุจริต คุณคอร์รัปชันมา แต่วันหนึ่งมีอำนาจมีเงินเราก็เคารพนับถือกัน ตรงนี้ผมว่ายิ่งใหญ่กว่ากฎหมายนะครับ รัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้นได้สร้างเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็นการปฏิรูป เบื้องต้นก็คือออกกฎหมายที่รุนแรง และมีกระบวนการดำเนินการตามกฎหมายที่รวดเร็ว ทั้งตั้งศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีอาญานี่นะครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่านี่เป็น มาตรการในเบื้องต้นและก็ได้ดำเนินการแล้ว แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ในเรื่องสร้างจิตสำนึก ถ้าตราบใดก็ตามถ้าทางรัฐบาลนั้นสร้างจิตสำนึกได้ จนกระทั่งว่าเห็น ขอโทษนะครับ เห็นว่านักการเมือง เห็นว่าข้าราชการคนนี้ทุจริต ปฏิเสธ เราไม่ยอมรับ ไม่เชิญมางานบุญ มางานบวช มางานแต่งงาน มาเผาพ่อ เผาแม่เรา เพราะเป็นนักการเมืองที่ทุจริต เป็นข้าราชการที่ทุจริต ถ้าเราสร้างจิตสำนึกอย่างนี้ ได้เหมือนกับ ให้เหล้าเท่ากับแช่ง เมื่อนั้นแหละผมว่าจะเป็นการต่อต้านหรือการปราบปราม การทุจริตที่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญมากกว่า กฎหมาย เพราะอะไรครับ เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นทุกกระทรวง ทบวง กรมเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการของคุณหญิงกัลยา ท่านรัฐมนตรีนี่ละครับ ถ้าสร้าง จิตสำนึกตั้งแต่เด็กได้ ให้ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชันได้ โกงเลือกตั้ง ได้เป็นนายกเทศมนตรี เราก็คารวะ ไม่มาเผาพ่อ เผาแม่ เราต้องรอ โกงเงินภาษีอากร เป็นนายก อบต. งบประมาณ แผ่นดิน อบจ. เทศบาล หรือรัฐมนตรีในอดีต เราก็คารวะกับคนเหล่านี้ ผมว่าถ้าเราสร้าง จิตสำนึกจนกระทั่งปฏิเสธ ขออภัยนะครับ คนเลว คนชั่ว ที่มาจากการทุจริตคอร์รัปชัน ได้เมื่อไร ผมถือว่าเป็นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ครับ ผมอยากเห็นเรื่องนี้ครับ แล้วอยากเห็นเหมือนกับคน ปฏิเสธคนสูบบุหรี่ เดี๋ยวนี้คนสูบบุหรี่จะไม่มีที่ยืนแล้วครับท่านประธาน ถ้าการปราบปราม การทุจริตสร้างจิตสำนึกตามนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ทำได้อย่างนี้ขึ้นมาเมื่อไรล่ะครับ ผมถือว่านี่คือการประสบความสำเร็จในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างจริงจังครับ ผมเองนั้นไม่อยากรบกวนเวลาของท่านประธานมากนัก แต่อยากจะกราบเรียนว่านโยบายจะดี ประเสริฐ เลิศหรูอลังการอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าผู้ปฏิบัติโกงกินทุจริตคอร์รัปชัน ผมดีใจครับ ท่านประธาน ได้มีโอกาสคุยกับรัฐมนตรีถาวร ท่านบอกคุณวันชัย เสียงปริ่มน้ำนี่มันดีนะ มันเหมือนบัวปริ่มน้ำ ที่กำลังจะโผล่วันพรุ่งนี้ ถ้าบัวใต้น้ำเมื่อไรไปอีกเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่สำคัญ ท่านรัฐมนตรีถาวรพูดกับผมครับ เสียงปริ่มน้ำมันอยู่ได้ มีอย่างเดียวรัฐมนตรีต้องไม่ทุจริต และรัฐมนตรีต้องไม่คอร์รัปชัน ถ้ารัฐมนตรีทุจริตคอร์รัปชันให้เสียงมากขนาดไหนจะเกินน้ำ ขนาดไหนก็คว่ำ ท่านพูดกับผมอย่างนี้ เพราะฉะนั้นมีตัวอย่างมาเยอะแล้วที่รัฐมนตรีติดคุก เห็นกันจะ ๆ หลัด ๆ อยู่ ไม่ติดคุกก็หนีคุกหนีตะรางไปต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าหัวไม่กระดิก หางมันก็ไม่ส่าย เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ทั้งหมด ผู้นำในนโยบาย ประพฤติปฏิบัติเป็นตัวอย่าง เอาจริงเอาจังและไม่ทำตัวเกลือกกลั้วกับการทุจริต ข้าราชการ ก็ไม่กล้า พ่อค้าก็ไม่เอา ดังนั้นนี่ละครับ ผมจึงชอบใจในนโยบายตรงนี้ครับ ๒ เรื่องนี้ ความสงบเรียบร้อย จุดเด่นที่มีมาแล้วในอดีตและกำลังจะดำเนินการต่อไป และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ๒ เรื่องนี้