รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

กุลวลี นพอมรบดี หารือเรื่องโรงไฟฟ้าในจังหวัดราชบุรี ซึ่งโรงไฟฟ้าเหล่านี้ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ และดีเซล ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อชุมชน โดยเธอเสนอให้กรมกิจการพลังงานทบทวนและแก้ไขระเบียบวิธีการใช้เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านบุญสิงห์ ด้วยนะคะ เป็นพี่ที่น่ารักของน้อง น้องเองก็เตรียมการมา แล้วก็ขอโอกาสนี้กับสภาด้วยค่ะ ตามรายงานแถลงนโยบาย นโยบายหลัก ๑๒ ด้านของคณะรัฐมนตรี ข้อ ๕.๖.๓ การเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ก่อนที่ดิฉันจะเข้าสู่ หัวข้อนี้ขออนุญาตเท้าความสักเล็กน้อยนะคะ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ตำบลสามเรือน ตำบลพิกุลทอง ตำบลหินกอง เป็นพื้นที่ที่มีผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือ ไอพีพี (IPP) ซึ่งเป็นพลังงานความร้อนร่วม เชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้แก๊สธรรมชาติ จากทางประเทศพม่ามาทางอีต่อง จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงพลังงานที่ใช้เชื้อเพลิงสำรอง ก็คือใช้ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง โดย ไอพีพี (IPP) นี้มี ๓ แห่ง แห่งแรก บริษัท ผลิตไฟฟ้า ราชบุรี จำกัด มีกำลังการผลิตอยู่ ๓,๖๔๕ เมกะวัตต์ ตั้งในพื้นที่ตำบลสามเรือน ตำบลพิกุล ทอง ๒. บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด กำลังการผลิตอยู่ที่ ๑,๔๐๐ เมกะวัตต์ ๓. บริษัท ไตรเอนเนอจี้ จำกัด ตำบลหินกอง กำลังการผลิตอยูที่ ๗๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งรวมกำลังการผลิต แล้วจะมีอยู่ที่ ๕,๗๔๕ เมกะวัตต์ ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กบง. เองก็ได้มีการอนุมัติให้มีการ สร้างทดแทนโรงไฟฟ้า ไตรเอนเนอจี้ ตำบลหินกอง กำลังการผลิตอยู่ที่ ๗๐๐ เมกะวัตต์ เนื่องจากว่าที่บริษัท ไตรเอนเนอจี้ จำกัด จะหมดสัญญาในปี ๒๕๖๓ ซึ่งตามแผน พีดีพี (PDP) ๒๐๑๘ ที่กำหนดโดย กพช. ด้านความมั่นคงของพลังงานเพื่อรองรับการเติบโต ของเศรษฐกิจและชุมชน ก็กำหนดให้มีการสร้างเพิ่มอีก ๑ โรงในพื้นที่เดิมของตำบลหินกอง อีก ๗๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งถามว่าถ้าหากรวมตรงนี้เพิ่มเข้าไปแล้วกำลังการผลิตจะรวมทั้งสิ้น ๖,๔๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าจังหวัดราชบุรีน่าจะเป็นจังหวัดที่มีโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิต น่าจะมากที่สุดในประเทศไทย เป็นการสร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี เป็นอย่างยิ่งนะคะ ซึ่งถามว่าที่ผ่านมามีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร กกพ. เองก็พยายามที่จะ สร้างแรงจูงใจโดยการมีการออกระเบียบว่าด้วยเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยให้โรงไฟฟ้า นำเงินเข้ากองทุนตามปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ และตามชนิดเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ในการผลิต กระแสไฟฟ้า อย่างเช่นในจังหวัดราชบุรีใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก โรงไฟฟ้าก็จะต้องจ่ายเข้าที่กองทุน ๑ สตางค์ต่อหน่วย แต่ถ้าเป็นที่แม่เมาะ จังหวัดลำปาง ก็จะใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ในการผลิตกระแสไฟฟ้าก็จะต้องจ่ายอยู่ที่ ๒ สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากแอสซูม (Assume) ว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างที่จะสกปรกกว่าเลยต้องจ่ายมากกว่า ซึ่งจุดประสงค์ในการจัดตั้ง กองทุนแน่นอนการสร้างโรงไฟฟ้าจะต้องสร้างปัญหาให้กับพื้นที่ ทั้งดิน น้ำ อากาศ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน แหล่งน้ำ แล้วก็อากาศในการสูดลมหายใจ คนในชุมชนได้รับ ผลกระทบ แล้วพื้นที่จังหวัดราชบุรีเองก็เป็นพื้นที่ที่เพาะปลูกทางด้านการเกษตร ก็ย่อมได้รับ ผลกระทบด้วยเช่นกัน กองทุนนี้ก็สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการเยียวยาคนที่อยู่รอบ ๆ พื้นที่ โรงไฟฟ้า แต่ว่าที่ผ่านมามีปัญหาในการใช้เงินกองทุนไฟฟ้านะคะ ระเบียบที่ กกพ. จัดตั้ง ขึ้นมาเพื่อบริหารเงินกองทุนไฟฟ้ามีปัญหามาโดยตลอด หมายความว่าชุมชนไม่สามารถที่จะ นำเงินกองทุนไฟฟ้านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นั่นก็คือ กองทุนไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง เหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นคือเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ที่ผ่านมาพี่น้องชาวตำบลหินกอง นำโดยท่านกำนัน ประพันธ์ บุญพริ้ง ท่านรองนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เทียม ทิมทอง ก็ได้นำคณะ ม็อบมาขับไล่ตัวแทนของ กกพ. เขต ๑๐ ก็คือท่าน ผอ. กกพ. เขต ๑๐ ดิฉันเองก็ไปรับ หนังสือด้วยเช่นกัน ดิฉันจึงเห็นสมควรว่า กกพ. ควรที่จะมีการทบทวน แล้วก็แก้ไขการ กำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติของการใช้เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า และนำผลที่ สปท. หรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องขอ อนุญาตที่เอ่ยนามท่าน เป็นผู้คัดเลือกสมาชิก สปท. ซึ่งคณะนี้ก็มีมันสมองที่ดีเยี่ยมนะคะ เพราะว่าปัญหาที่ สปท. รายงานท่านนายกรัฐมนตรีไปซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ชุมชนต้องการจริง ๆ ในด้านของการปฏิรูปการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ซึ่งแนวทางที่เสนอไป อาทิเช่น ตัวอย่างสิทธิประโยชน์ในรูปเม็ดเงินที่บางประเทศใช้อยู่ เช่น ในประเทศแคนาดา ประเทศ สหรัฐอเมริกา คนในชุมชนได้รับหุ้นเป็นรายครัวเรือน นั่นหมายความว่ามีการจ่ายเงินปันผล มีความเป็นองค์กร มีความรักองค์กรเนื่องจากว่าเขาได้รับเงินปันผล มีความเป็นส่วนของ เจ้าของนะคะ