รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา

กราบสวัสดีครับ ท่านประธานรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพอย่างสูง กระผมได้รับมอบหมายจากพี่ ๆ สมาชิกรัฐสภา เพราะบอกว่ายังไม่มีใครที่จะพูดในข้อที่ ๑ ซึ่งถือว่าเป็นข้อที่สำคัญ ก็เลย มอบหมายกระผม ปนัดดา ดิศกุล เป็นสมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็จะขออนุญาต นำกราบเรียนเสนอต่อท่านประธานรัฐสภา และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการปกป้องเทิดทูนและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้พยายามย่นย่อในเรื่องที่คิดว่า จะมีความสำคัญ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ เพราะยังจดจำได้จากเมื่อครั้งที่กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคย มอบหมายให้กระผมรับราชการสนองพระเดชพระคุณที่สำนักนายกรัฐมนตรี และเมื่อครั้งนั้น ก็ได้มีโอกาสออกไปติดตามตรวจราชการในเรื่องของการศึกษาของลูกหลานเยาวชน ซึ่งเรื่องนี้กระผมติดพฤติกรรมดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ก็มองเห็นว่าตรงตามกับที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลายท่านได้กล่าวไว้ว่า เด็กคือผู้สร้างชาติ เด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติและ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เองก็เคยได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัสไว้กับครู ที่อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เมื่อปี ๒๕๐๑ ว่า เป็นครูใช่ไหม ขอฝากเด็ก ๆ ด้วย ช่วยดูแลให้เด็ก ๆ เขาเป็นคนดีของประเทศชาติบ้านเมืองสืบไป ครูผู้นั้นก็ก้มลงกราบ แทบเบื้องพระยุคลบาท แล้วก็กราบบังคับทูลว่า พระพุทธเจ้าค่ะ จะได้ปฏิบัติเช่นนั้น กระผม มองว่ากระทรวงศึกษาธิการ โดยท่านรัฐมนตรีคุณหญิงกัลยาได้เข้าไปกำกับดูแลก็คงจะเป็น เรื่องที่น่าจะที่นำพระบรมราชโอวาทประการนี้ ซึ่งถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ของพระองค์ท่าน แล้วพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ก็ยังได้ทรงมีพระราชดำริว่า เราทำความดีด้วยหัวใจ แล้วขอให้เด็ก ๆ มีทัศนคติที่ดีต่อกัน มีความรู้รักสามัคคี ดังพระปฐม บรมราชโองการ ก็คือ สืบสาน รักษาแล้วก็ต่อยอด ดังนั้นการที่พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงมีพระราชดำรัสไว้ จึงถือว่าเป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก โครงการโรงเรียนคุณธรรม เป็นโครงการที่ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินมาช่วงหนึ่งแล้ว แล้วก็เป็นโครงการที่ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เคยมอบหมายให้กับข้าราชการกระทรวงนี้ และตัวกระผมเองได้ลงไปกำกับดูแลเอง ตามโรงเรียนต่าง ๆ ในทั้ง ๗๖ จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรื่องนี้เองจะกลายเป็นผล พลอยได้ให้กับเด็ก ๆ ในการได้เรียนรู้ในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม หรือที่อาจจะเรียกเป็น ภาษาอังกฤษว่า เป็น สคูล ออฟ มอราลิตี (School of morality) ที่จะให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ ในเรื่องของจริยศาสตร์และเป็นคนดีของชาติบ้านเมืองสืบไปในวันข้างหน้า มีความซื่อตรง แล้วก็เรียนดี เป็นคนดีของบ้านเมือง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้น่าที่จะได้มีการสืบสาน รักษา และต่อยอด พร้อมกับเราทำความดีด้วยหัวใจ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่า ตามโครงการของโรงเรียนคุณธรรม ได้กำหนดขึ้นเป็น ๔ โมดูล (Modules) คือ ๔ แนวคิด หรือยุทธศาสตร์สำคัญ ๔ โมดูล (Modules) ที่กราบเรียนท่านนี้ก็จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ในเรื่องของ ระเบียบพิธี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระเบียบหน้าที่ของความเป็นประชาชนชาวไทยที่ดี และเรื่องอื่น ๆ ตามด้วยเรื่อง เอทิเคตต์ (Etiquette) เอทิเคตต์ (Etiquette) ก็น่าจะแปล ออกไปถึงว่าภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ และอะไรบ้างที่ควรจะต้องเลี่ยงการปฏิบัติ คงไม่ได้ แปลว่ามารยาท เพราะว่ามารยาทจะไปซ้ำกับในข้อที่ ๓ ของ โมดูล (Modules) ก็คือ แมนเนอร์ส (Manners) อันนั้นเป็นเรื่องของมารยาท และสุดท้ายข้อที่ ๔ ซึ่งเป็นไปตาม พระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ก็คือในเรื่องของการศึกษาที่จะทำให้เด็ก ๆ เป็นทั้งคนดี และคนมีความรู้ความสามารถ มีความแตกฉานในเรื่องของการใช้ภาษาต่างประเทศ ที่อาจจะนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ อาจจะพูดภาษาของชาวยุโรป หรือว่าภาษาของประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง มีความแตกฉาน ซึ่งเด็กเดี๋ยวนี้ก็เรียนอะไรต่าง ๆ กันได้รวดเร็ว สิ่งนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการ มีมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดยังทำงานอย่างแข็งขันมาก ก็อยากจะกราบเรียนต่อทาง กระทรวงศึกษาธิการว่าน่าที่จะได้ให้ทางมูลนิธิ ซึ่งพร้อมที่จะมาทำงานร่วมกับท่าน ในการช่วยกันปลูกฝังลูกหลานเยาวชนให้เป็นคนดีของบ้านเมือง และมีความแตกฉานในเรื่อง ของการเรียนหนังสือ การใช้ภาษาต่างประเทศ การเรียนวิชาคำนวณ ตลอดจนเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เรื่องนี้จะโยงไปถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ทางมูลนิธิได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการที่จะให้ความรู้ความเข้าใจว่ากรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ไม่ใช่เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย หลายคนยังมี ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนที่พูดบอกว่าทำไมกรุงเทพมหานครเลือกตั้งได้ แต่ทำไมจังหวัด เลือกตั้งไม่ได้ วิทยากรหลายท่านที่ร่วมอยู่ในโครงการดังกล่าวนี้ก็จะอธิบายให้ทราบว่า กรุงเทพมหานครเลือกตั้ง อบจ. เลือกตั้งเทศบาล ไม่ได้ปกครองตนเอง และกรุงเทพฯ ไม่ได้ กระทำหน้าที่ในนามของรัฐบาล แต่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ ไม่ได้ ถือว่าเป็นจังหวัด ดังนั้นประเทศไทยจึงประกอบด้วย ๗๖ จังหวัดเท่านั้น จังหวัดสุดท้าย ที่แยกออกไปจากจังหวัดหนองคายคือจังหวัดบึงกาฬ ดังนั้นที่พูดกันว่ากรุงเทพเป็นจังหวัด กระผมขอประทานกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและกราบเรียนต่อนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อครั้งที่รับราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีก็เคยประชุมกับทางสำนักงาน ก.พ. และท่านผู้ว่า สมัคร สุนทรเวช ในอดีต เคยดำริไว้ว่าอยากที่จะให้เปลี่ยนชื่อผู้ว่ากรุงเทพมหานครกลับไป เป็นนายกเทศมนตรีกรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ลอร์ด เมเยอร์ ออฟ เดอะ ซิตี้ บางกอก (Lord Mayor of the City of Bangkok) ซึ่งจะมีความชัดเจนมาก เพราะหากเรียกว่ากัฟเวอร์เนอร์ (Governor) ดังเช่นทุกวันนี้ ผู้คนก็จะเกิดความสับสนว่า เป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคเหมือนกับจังหวัดเชียงใหม่ เหมือนกับจังหวัดตากอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ ก.พ. เคยพิจารณาเรื่องนี้ไป กระผมเข้าใจว่าท่านรองนายกรับมนตรี ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม คงจะกรุณาจำเรื่องนี้ได้ว่าได้พิจารณาแล้ว แต่เรื่องก็เป็นที่ยุติไป แล้วก็ยังใช้คำว่า กัฟเวอร์เนอร์ (Governor) มาตราบจนทุกวันนี้ จนทำให้ผู้คนเข้าใจว่า ประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัด แล้วก็พลั้งเผลอคิดว่ากรุงเทพฯ ปกครองตนเอง เป็นจังหวัด อีกจังหวัดหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วก็คือเป็นเทศบาลขนาดใหญ่ ความเข้าใจของโครงการนี้ ที่จะให้เด็ก ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนรายงานต่อท่านประธาน รัฐสภา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยาด้วยนะครับ ว่าสิ่งที่เราได้ดำเนินการไปโรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. ให้เป็นโรงเรียนคุณธรรม จำนวน ๒๙,๘๗๑ แห่ง เป็นของเอกชน ตัวเลขเมื่อสักครู่ขึ้นตรงกับกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. แต่ที่ขึ้นกับเอกชน ๓,๘๙๔ โรง เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๐,๘๓๖ โรง ทั้งสิ้นนี้ยังรวมไปถึงโรงเรียนอาชีวศึกษาด้วย ซึ่งอาชีวศึกษามี ๘๗๗ แห่ง ก็พยายามที่จะให้ จำนวนตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นสถาบันการศึกษาที่เรียกว่าเป็นสถาบันการศึกษาคุณธรรมทั้งสิ้น เพื่อเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะถือ ว่าให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ในความหลากหลายของวิชาการ แล้วก็เกิดความรับผิดชอบต่อตนเอง และครอบครัว และประเทศชาติบ้านเมือง อะไรที่เรียกว่าเป็นวัยคะนอง วัยหนุ่มสาว ที่อาจจะชอบสนุกสนานในอดีต แล้วกระทำอะไรด้วยความพลั้งเผลอไป เราเคยพูดกันว่าก็น่าที่จะให้อภัย อย่าไปถือโทษโกรธกัน เพราะว่าไม่มีใครรู้ว่าในอนาคต ตนเองจะเข้ามาทำหน้าที่อะไร ถ้าใครทราบอนาคตว่าตนเองจะเข้ามาทำหน้าที่อะไร ก็คงจะต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากมาโดยตลอดเวลา แต่ครั้งที่ยังเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษาอยู่ ที่เรียกว่าเป็นวัยคะนองกระทำในสิ่งซึ่งอาจจะไม่ถูกต้อง ก็น่าจะให้อภัยกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะช่วยให้เด็ก ๆ เกิดความรักที่จะเรียนหนังสือ แล้วก็มีอินสทรักเทอร์ (Instructor) ได้ช่วยให้ความรู้ความเข้าใจกับเด็ก ๆ ได้อย่างเกิดมรรคเกิดผล นักวิชาการ ท่านหนึ่งเคยใช้คำว่า สิ่งนี้เป็นพระราชกฤดาภินิหาร คือเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก และเกิดความสำเร็จในการทำงานเพื่อที่จะให้ลูกหลานเยาวชนของประเทศไทย เป็นความหวังให้กับเราให้เกิดขึ้นได้ในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม คือไม่ใช่เป็นนามธรรม กระผมขอประทานอนุญาตท่านประธานรัฐสภากราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีช่วยคุณหญิงกัลยา แล้วก็ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยว่ายังมีอีกมูลนิธิหนึ่งซึ่งร่วมกันทำ โครงการอำเภอคุณธรรม และจังหวัดคุณธรรม กล่าวคือมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ ถ้าหากว่า สิ่งนี้สามารถดำเนินไปสู่ความสำเร็จได้ ตั้งแต่อำเภอคุณธรรม จังหวัดคุณธรรม ซึ่งทำขึ้น เป็นความสำเร็จแห่งแรกก็คือที่จังหวัดพิจิตร แล้วก็ยังตามมาอีก ๆ หลายจังหวัด ก็จะกลับ กลายเป็นเรื่องที่ช่วยให้การแก้ไขปัญหาสังคมการเพิ่มพูนคุณภาพของลูกหลานเยาวชน ให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างประการสุดท้ายที่เราพูดกันว่าลูกหลานเยาวชนคงไม่ทราบว่า เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ปี ๒๕๑๐ อาเซียนก่อตั้งขึ้นที่เมืองบางแสน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี แต่ลงนามที่กรุงเทพเรียกว่า ปฏิญญากรุงเทพฯ หรือแบงค็อก เดกคลาเรชัน (Bangkok Declaration) ก็ยังพูดกันอยู่ว่าเด็ก ๆ ทราบหรือเปล่าว่าตอนนั้นทำไมเขาให้ประเทศไทยเป็น เจ้าภาพในการก่อตั้งประชาคมอาเซียน ซึ่งมีเพียง ๕ ประเทศในเวลานั้น ปี ๒๕๑๐ มี ๕ ประเทศ ปี ๒๕๒๗ ที่ประเทศบรูไนดารุสซาลามเข้ามาเป็นประเทศที่ ๖ แล้วครบ ๑๐ ประเทศจริง ๆ กระผมขออนุญาตเท่าที่จำได้จะเป็นประมาณปี ๒๕๔๒ ก็ยังพูดกันอยู่ว่า ในปี ๒๕๑๐ นี้ ๒ เหตุผลสำคัญที่อาเซียน (ASEAN) อีก ๔ ประเทศให้เกียรติประเทศไทยก็คือ ๑. ประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักและเทิดทูนยิ่ง เคารพยิ่งของประชาชน ชาวไทย และชาวอาเซียน (ASEAN) ทั้งมวล และประการที่ ๒ ซึ่งข้อนี้ได้พูดให้ใครต่อใครฟัง ก็จะตกใจว่าเขาได้เคยยกย่องให้ประเทศไทยเป็นประเทศแบบอย่างของความที่ประชาชน มีความรักสมัครสมาน เป็นตัวอย่างที่งดงามให้กับสมาชิกประเทศของอาเซียน อันนี้เป็น ๒ ข้อที่โครงการของโรงเรียนคุณธรรมพยายามที่จะปลูกฝังความคิดนี้ แล้วก็ให้นักเรียน ลูกหลานเยาวชนได้ช่วยกันรักษาประเทศชาติให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ให้เป็นไปตามพระบรม ราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันให้จงได้ กระผม ขออนุญาตที่จะจบลงด้วยความทรงจำอันงดงามยิ่งของคนไทยที่น่าจะมาตรงกับสิ่งที่ทาง รัฐบาลได้กำหนดไว้ในข้อที่ ๑ แล้วก็ยังแยกออกเป็น ๑.๑ ๑.๒ ๑.๓ สหประชาชาติได้กล่าวเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ไว้ในครั้งหนึ่งว่า รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งประเทศไทยนี้ สหประชาชาติมีปณิธานที่จะส่งเสริมประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติ ในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน เพื่อจุดประกายแนวความคิดการพัฒนาแบบใหม่สู่นานาประเทศ เรื่องนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่เราจะบอกเล่าให้กับลูกหลานเยาวชนได้เกิดความเข้าใจ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพอย่างสูง กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ท่านสมาชิกรัฐสภา พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ เรื่องหนึ่งซึ่งมีความไพเราะอย่างยิ่ง แล้วเรา พยายามที่จะปลูกฝังให้ลูกหลานเยาวชนเกิดความรู้ความเข้าใจตระหนักในเรื่องนี้ก็คือ ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร กระผมกราบเรียนทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ หากท่านจะได้ มอบหมายงานนี้ให้กับทางผู้ใต้บังคับบัญชาท่านได้ทำงานในสิ่งซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง แก่ลูกหลานเยาวชนสืบไปในวันข้างหน้า กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี