วีระกร คำประกอบ ชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่มาชี้แจงนโยบายต่อสภา พร้อมเสนอแนะการปรับปรุงนโยบายพลังงาน โดยเฉพาะการใช้ไบโอดีเซล B20 และ B100 พร้อมท้วงติงการปรับลดเป้าการใช้เอทานอลที่ส่งผลให้ราคาอ้อยตก รวมถึงเสนอให้เร่งวิจัยการใช้ยางพาราผสมในยางมะตอยเพื่อยกระดับคุณภาพถนนและสนับสนุนราคายางพารา
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า ผมอยู่ในสภามาก็ ๓๖ ปี ผมยังไม่เคยประทับใจนายกรัฐมนตรีที่กล้าเข้ามาตอบ ให้ความกระจ่างกับเพื่อนสมาชิกในวาระของการอภิปรายแถลงนโยบายแม้แต่ครั้งเดียว นั่นแสดงและสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและความเข้าใจ และการให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร คือเป็นเรื่องที่แปลกนะครับเราก็ไม่เคยเห็น แล้วท่านก็มีความตั้งใจเช่นนี้ ก็อย่าว่าแต่ผมชมเลย แม้กระทั่งพี่สงวน พงษ์มณี ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม พรรคเพื่อไทย เขาก็ชมท่านครับ ก็ถือ ได้ว่าเป็นสิ่งหรือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่แปลก แล้วก็ขอชื่นชมนะครับ ผมก็จะขอเข้าเรื่อง เข้าราวแล้วนะครับเพราะว่าเวลาก็จะน้อย ผมอยากจะเรียนเรื่องในเรื่องของนโยบาย ข้อ ๕.๖.๓ เสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ให้ใช้พลังงาน ทดแทนอย่างเหมาะสม กล่าวถึงการส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี ๒๐ (B20) และ บี ๑๐๐ (B100) ซึ่งท่านประธานครับ บี ๑๐๐ (B100) ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ ใช้กับเครื่อง รุ่นเก่าได้ แต่รุ่นใหม่ คอมมอนเรล (Common Rail) ทั้งหลายมันใช้ได้แค่ บี ๑๐ (B10) จนกระทั่งท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็สำนักงานนโยบายพลังงาน กระทรวงพลังงานของเรา ก็ได้ต่อรองจนกระทั่งให้ผู้ประกอบการก็คือ โตโยต้าเขาได้ทำ คอมมอนเรล (Common Rail) เพื่อให้ใช้ บี ๒๐ (B20) ได้ ซึ่งก็เป็นยี่ห้อแรก ต้องขอขอบคุณ การที่ท่านให้ใช้ บี ๒๐ (B20) พอรถรีโว่ (REVO) ใช้ บี ๒๐ (B20) ออก ราคาน้ำมันปาล์มขึ้นเลยครับ อันนี้ขอชื่นชมนะครับ ว่านโยบายของท่านนี่ ใครจะบอกว่าเลื่อนลอย ใครจะบอกว่าหลอกลวงผมว่าเป็นนโยบาย ที่น่าชื่นชม แต่ก็ขอฝากท่านนิดหนึ่งครับ ท่านดูแลในเรื่องของน้ำมันปาล์มเป็นอย่างดีแล้ว ต่อไปเมื่อยี่ห้ออื่นออก บี ๒๐ (B20) ทำคอมมอนเรล (Common Rail) ใช้ บี ๒๐ (B20) ได้ มันก็จะทำให้ราคาน้ำมันปาล์มขึ้นไปได้เรื่อย ๆ ท่านมาถูกทางแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องขอฝาก ทางด้านกระทรวงพลังงานก็คือ ท่านได้ประกาศแผน เออีดีพี (AEDP) ซึ่งก็คือ แอลเทอร์เนทิง เอเนอร์จี ดีเวลอปเมนต์ แพลน (Alternating Energy Development Plan) ประจำปี ๒๐๑๘ ซึ่งความจริงไม่ได้มีอะไรผิดพลาดหรอก เดิมทีท่านเขียนไว้ว่าในปี ๒๕๗๙ เราจะใช้เอ ทานอลที่ ๑๑.๓ ล้านลิตรต่อวัน แต่อยู่ ๆ ท่านก็มาแก้ไขใหม่เป็นว่าใน ปี ๒๕๘๐ เราจะใช้เอ ทานอลเหลือเพียงแค่ ๖.๖ ล้านลิตรครับ ท่านลองนึกดูจาก ๑๑.๓ ที่ท่านประกาศไว้เดิม ท่านมาแก้ตัวเลขเป็น ๖.๖ ล้านลิตรต่อวัน อะไรเกิดขึ้นครับราคาอ้อยดิ่งเลยครับ อ้อยที่มันแย่อยู่แล้วครับ คือผมเข้าใจแล้วว่าเขามีการคาดการณ์ว่าในปี ๒๕๘๐ อีวี (EV) หรือว่ารถยนต์ไฟฟ้ามันจะเป็นที่นิยมจะเกิดการใช้แต่มันยังไม่มาเลยครับ ท่านไปคาดการณ์ ล่วงหน้าและการคาดการณ์ล่วงหน้านั่นละครับ ส่งผลให้ส่งสัญญาณไปยังโรงงานเอทานอล ที่มันกำลังจะเกิด กำลังจะรับซื้ออ้อย ท่านทราบไหมครับว่าปัจจุบันการรับซื้อเอทานอล ของโรงกลั่นในราคา ๒๑-๒๒ บาท มันส่งผล ถ้าตีย้อนกลับมาเป็นราคาอ้อยมันได้ถึงตันละ ๑,๐๐๐ กว่าบาทเลยนะครับ ประมาณ ๑,๐๕๐ บาท เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ มันกำลังไปได้สวยอยู่แล้ว เหตุไฉนกระทรวงพลังงานจึงได้ประกาศตัวนี้ออกมาครับ คือผมเข้าใจและมีเหตุผลครับ เพียงแต่ว่ามันไม่ถูกกาลเทศะ มาประกาศในช่วงอ้อยกำลังแย่ มันไม่เป็นการซ้ำเติมเหรอครับ ส่วนการใช้ยางพารานั้นอยากจะเรียนท่านว่า ปัจจุบันนี้ กยท. เขาก็มีแผนกวิจัย พยายามปรับปรุงการใช้ยางพาราที่ต้องบอกว่าคุณสมบัติมันดีกว่าการใช้ แอสฟัลต์ธรรมดาประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คุณสมบัติในการรับแรงกระแทกคุณสมบัติ ในความคงทนถาวรมันดีกว่าแอสฟัลต์ธรรมดาประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพียงแต่ว่า ค่าใช้จ่ายมันเพิ่มขึ้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน อยากฝาก กยท. เร่งวิจัยมันไม่มีงาน อะไรหรอกครับ งานเทคนิคมันสามารถปรับได้ ขอให้ส่งงบประมาณไปให้เขาวิจัยให้มากขึ้น กว่านี้นิดครับ เอาเวลาให้ไวขึ้นอีกหน่อย ท่านครับถ้าน้ำยางพาราที่เราใช้ผสมไปใน ยางมะตอย ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านลองนึกดูถนนในประเทศไทยทั้งหมดกี่หมื่นกิโลเมตรครับ ถ้าท่านใช้ ๕ เปอร์เซ็นต์เหลือเลยครับ เรียกว่าใช้พอเลยครับ ไม่ต้องไปใช้พาราซอยล์เลยครับ พาราซอยล์ใช้ปีสองปีมันก็ร่อนหมดแล้วครับ ใช้ไม่ได้แล้วครับ การเอายางพาราไปผสมกับ ดินธรรมดามันไม่ค่อยได้ผลหรอกครับ แต่การผสมน้ำยางพาราเข้าไปในยางมะตอยส่งเสริมแล้วก็ได้ผลแน่นอนครับ ท่านประธาน ครับ เพียงแต่ว่าช่วยเร่งงานวิจัยออกมาไว ๆ ปัจจุบันเขาพยายามทำยางผง แต่ค่าใช้จ่ายก็ยัง สูงอยู่ดี ตรงนี้แก้ได้แน่นอนในเรื่องของราคายางพารา ส่วนข้าวนั้นก็ขอบพระคุณนะครับ ผมได้ทราบจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วว่าท่านได้เตรียมงบประมาณที่จะ สนับสนุนให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ในฤดูกาลใหม่นี้ได้ ๑๐,๐๐๐ บาทแน่นอน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันกับผมอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ฝากท่านรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก่อนหน้าที่ข้าวจะออกสู่ตลาด ขอเชิญท่านได้เดินทางไปต่างประเทศ ไปเจรจาหาโควตา ล่วงหน้า หาคอนแทรกต์ (Contract) ล่วงหน้ากับรัฐบาลจีนบ้าง รัฐบาล ต่าง ๆ ที่เป็นลูกค้าของเรารายใหญ่ เอามาแจกจ่ายให้กับพ่อค้าส่งออก ให้เขาเคลียร์ (Clear) ตลาดก่อนที่ข้าวจะออกสู่ตลาดมันก็จะได้เกือบเท่าราคาตลาดโลกวันนี้ ซึ่งถ้าตีกลับมาเป็น ราคาข้าวเปลือกก็ตันละประมาณ ๗,๐๐๐ บาท หรือ ๗,๐๐๐ บาทนิดหน่อย ซึ่งถ้าชาวนา ขายได้ ๗,๐๐๐ บาท ท่านบวกไป ๓,๐๐๐ บาท ชาวนาได้ ๑๐,๐๐๐ บาทแน่นอนครับ ขอบคุณแทนพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศสำหรับรัฐบาลประยุทธ์ ๒ ซึ่งไม่ใช่ประยุทธ์ ๑ ประยุทธ์ ๒ เป็นประยุทธ์ใหม่ไฉไลกว่าเก่า มาในระบบประชาธิปไตย ขอบคุณครับ