สมคิด ชี้รัฐบาลต้องรับฟังปัญหาประชาชน ไม่ควรตอบโต้ด้วยอารมณ์

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

สมคิด เชื้อคง วิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่แสดงอารมณ์ในที่ประชุม พร้อมเรียกร้องให้รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างตั้งใจ พร้อมยกตัวอย่างปัญหาเกษตรกรในพื้นที่ และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ขาดรายละเอียดและไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนในพื้นที่

นายสมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่นะครับ แต่อย่างไรก็ต้องฟังข้างนอก ความจริงเมื่อสักครู่นี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ๒ วันมานี้ก็ดีอยู่ วันนี้ก็เป็นอะไรไม่รู้ อยู่ ๆ ขึ้นมาก็บอกว่าที่แล้วมา ดีอยู่แล้ว แล้วมีการถูกทำลาย ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจก่อนนะครับ ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานไปบอกก่อนว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจว่านี่คือรัฐสภา ทีมผม พวกเราทั้งหลายนำปัญหา นำข้อมูล นำเรื่องความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนมาบอก ท่านต้องรับฟัง แล้วท่านลุกขึ้นมา โอเค (OK) ละครับ คนอารมณ์ไม่ดี ก็ไม่ดีปกติ ถ้าลุกขึ้นมา ตอบแบบอาจารย์วิษณุ ขอโทษครับที่เอ่ยถึง ก็ไม่เห็นเป็นอะไร ก็ตอบปกติ เขาก็รับฟัง แต่นายกรัฐมนตรีมาใช้อารมณ์และมาต่อว่า บ่นว่าเหนื่อยบ้างละ บ่นว่าตัวเองทำงานหนัก ทั้งเหนื่อยทั้งลำบาก ไม่อยากมา ท่านประธานครับ ผมแนะนำนิดเดียวครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เหนื่อยก็ลาออกครับ มันไม่เห็นยากเย็นอะไรเลย แล้วเมื่อสักครู่นี้จริง ๆ ผมจะพูดอยู่เรื่องอื่น นั่นละ แต่เห็นอารมณ์นายกรัฐมนตรีแล้วท่านออกไปบ้างก็ดีครับ ไปดื่มน้ำ กินกาแฟบ้าง อารมณ์จะได้เย็น ๆ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนนายร้อย จปร. นะครับ ที่นั่นเขาอบรมแบบนั้น เพราะท่านเป็นทหาร ที่นี่เป็นอย่างหนึ่ง ท่านต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน พวกเราให้เกียรติ ท่านอยู่แล้ว ขนาดท่านเรียกไปปรองดอง เดี๋ยวนี้เลิกไปแล้ว หายไปไหนไม่รู้ ผมก็ไปทั้ง ศาลากลาง ไปโน่นไปนี่ ไปหมดเลย จะปรองดอง จะสามัคคี เห็นด้วย ไปไหนละครับตอนนี้ ออกอารมณ์มาโวยวายกับพวกผมทำไม มันไม่ได้ประโยชน์อะไร ท่านต้องไปแก้ปัญหา แล้วอยู่ ๆ ก็มานั่งบ่นว่าทุกคนต้องช่วยกัน ทุกคนต้องทำ คนโน้นต้องทำ คนนี้ต้องทำ ตกลงผมจะมีรัฐบาลไปทำอะไรครับ รัฐบาลต้องไปทำ มันมีอะไรพี่น้องเขาก็จะแจ้ง ส.ส. มา ก็มาพูดในสภา ก็เท่านั้นเองครับ เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม ก็พลอยเป็นกับเขา ไปด้วย ปกติท่านน่ารักนะ วันนี้อารมณ์เสียไปเรื่องอะไรก็ไม่รู้ เมื่อคืนผมก็นั่งฟังอาจารย์วิษณุ ไม่ใช่อาจารย์วิษณุครับ ประทานโทษครับ ท่านดอกเตอร์สมคิดครับ ชื่อเหมือนกันล่ะครับ แต่คิดคนละอย่าง ท่านเป็นดอกเตอร์ ผมก็ไม่ธรรมดาหรอกครับ เกือบ ๆ เหมือนกัน แต่ว่าอีกเรื่องหนึ่งที่จะบอกก็คือว่าเมื่อคืนนั่งฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โอ้โฮ ดีมากครับ อันโน้นก็ดี อันนี้ก็ดี ลงทุนเยอะแยะเลย อีอีซี (EEC) รถไฟ ๘ สาย ๑๐ สาย ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ มันทำอยู่แล้ว รัฐบาลชุดก่อนเขาก็จะทำ มันไม่ได้ทำเพราะเหตุผล ทางการเมืองอย่างที่เห็น มันดีไปหมด ผมกลับไปบ้านผมยังนอนนึกว่าตกลงผมกับดอกเตอร์สมคิด อยู่ประเทศเดียวกันหรือเปล่า ท่านดีแต่ของท่านครับ บ้านผมอยู่บ้านนอก อุบลราชธานี มันจะดีอย่างไร ฝากรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ท่านนั่งฟัง และท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการด้วย ข้าวโพด ๖๐๐ บาท ทั้งจังหวัด เงินชดเชยยังไม่ได้เลย อันนี้เรื่องเล็ก ๆ เลย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยไปดู มันไม่ดีเพราะท่านอาจจะได้คุยกับคนรวยกับเศรษฐี พวกผมไม่ได้รังเกียจเศรษฐี คนรวยก็รวยสิครับ รวยมันก็ดีอยู่แล้ว ใครจะไปว่าอะไร ยิ่งรวยยิ่งดี แต่สิ่งที่มันเหลื่อมล้ำ ก็คือรัฐบาลทำอย่างไรก็ได้ให้คนจนรวยขึ้น ถ้าคนจนรวยขึ้นคนรวยก็ยิ่งรวย มันไม่เห็นมีอะไรเลย แต่ที่ท่านพูดเขาก็แนะนำว่าบัตรอะไรต่าง ๆ ของท่านมันไม่ได้ผล ท่านให้กดไปกดมา สมาชิกท่านก็พูด ฝั่งโน้นก็พูดว่ามันไม่ดีมา ๔-๕ ปี ฝั่งโน้นก็พูดว่าไม่ดี รับ ฟังเถอะครับ มันไม่ได้ยากเย็น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านต้องรับฟัง รัฐบาลต้องรับฟัง พวกเรา ก็รักบ้านเมือง ท่านอย่ามาดูถูกเย้ยหยันเลยครับ พูดทำนองแบบนายกรัฐมนตรีแบบนี้ ผมไม่เห็นด้วย ท่านอาจจะเปลี่ยนอารมณ์ท่านไม่ได้ แต่พวกเราก็รับอารมณ์ท่านไม่ได้ เพราะฉะนั้นอยาก เรียนในนี้ว่าวันนี้พวกเรามานำเสนอสิ่งที่เป็นปัญหา เรื่องเกษตรทุกคนก็ข้องใจ เพราะท่าน เขียนไว้ลอย ๆ นะครับ เรื่องภาคเกษตรหน้า ๕.๓ ครับท่านประธาน ท่านพูดให้หมดเลย ผมก็มาข้องใจมันสำปะหลัง โน่นนี่มาหมดเลยมาเหมือนกัน เขาก็แค่ติทำนองว่าในเมื่อ นโยบายรัฐบาลไม่ใส่รายละเอียดเหมือนรัฐบาลอื่น ๆ ใส่ไปให้เขาหน่อยให้เขามั่นใจ เท่านั้นเองละครับ ก็ต้องมาตอบสิครับว่าข้าวจะเท่าไร มันสำปะหลังจะเท่าไร อะไรจะเท่าไร การท่องเที่ยวจะเท่าไร ก็มาตอบวิธีการเท่านั้นเอง เพราะมันไม่มีรายละเอียด ท่านก็ยอมรับ อยู่แล้วว่ามันกว้าง ๆ มันกว้าง ๆ เราก็รู้เราก็พออ่านหนังสือออก ไม่ได้แย่เท่าไรหรอกครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะบอกนะครับ ผมนี่มันนักเศรษฐศาสตร์บ้านนอก ไม่ได้เรียนมาหรอกครับ เรียนงู ๆ ปลา ๆ ดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ก็งง ๆ แต่สิ่งหนึ่งจะบอกนะครับ ถ้าเศรษฐกิจดีอยู่บ้านผมไม่ได้ดูอะไรหรอกครับ ดูร้านก๋วยเตี๋ยวกับร้านข้าวแกง ถ้าร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวแกงมันไม่มีแล้วขาดทุนอยู่ไม่ได้ มันจะอยู่ได้อย่างไร แต่เวลารัฐบาล บอกตัวเลขนี้ดี ตัวเลขนั้นดี ดีไปหมด แต่คนบ้านผมไม่มีสตางค์นะครับ ไม่มีใครมีเงิน ราคาพืชผลเกษตรมันไม่ดี มันก็จะดีอย่างไรท่านก็ทำ ผมเข้าใจว่าทำ เงินที่งบประมาณลงไป ไม่ต้องไปเอ่ยถึงหรอกครับว่างบประมาณมันขาดดุลผมเข้าใจ มันต้องลงทุน มันก็ต้องกู้ แต่เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีท่านอาจจะพูดเลยเถิดไปหน่อย ก็วางกรอบไว้ไม่เคยกู้ ไม่จริง หรอกครับ กู้ทุกปี ปี ๒๕๖๓ นี่ขาดดุลไปตั้ง ๕๒๐,๐๐๐ ก็ไม่เป็นไรไม่ได้ว่า แต่ต้องบอก ความจริงว่ากู้แล้วทำอะไรมันโปร่งใสอย่างไร ชาวบ้านเขาถึงจะเชื่อมั่น บางทีท่าน ทำงานหนักผมเข้าใจ แต่ถ้าเหนื่อยก็ลาออกก็เท่านั้นเอง ผมไม่รู้จะแนะนำท่านอย่างไร มันแนะนำได้เท่านี้ ผมเรียนนะครับว่าเรื่องท่านอ่าน ผมก็อ่านแล้วเรื่องเศรษฐกิจฐานราก จะให้มันดีลดความเหลื่อมล้ำ เขียนดีหมดครับ ผมเรียนว่าลดความเหลื่อมล้ำ ถ้ามันมีอยู่ ก็แสดงว่าเศรษฐกิจฐานรากมันไม่ดี ประชาชนฐานรากมันไม่มีรายได้ โดยเฉพาะกับ ประชาชนภาคเกษตร เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นอย่างนี้ ท่านแก้ปัญหามากี่ปี่ ท่านแก้มาท่านก็ บ่นไปพวกผมก็จะบ่นให้ งบประมาณเมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ขอประทานโทษครับท่านประธาน แจ้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ท่านลงไปเยอะ ๆ จริง ตำบลละเท่านั้น เท่านี้ เท่านั้น เท่านี้ เพื่อนสมาชิกก็พูดมาเยอะแล้ว แต่สิ่งหนึ่งจะบอกก็คือ ว่าลงแล้วมันได้ผลอะไร ถึงไหน ท่านประเมินหรือยัง พวกผมก็นั่งประเมินได้ว่ามันได้ผลน้อย การทำบัตรต่าง ๆ ถ้าอยากจะให้นะครับ ไม่ใช่เป็นการเอาเงินไปแจก ถ้าจะให้เงินก็ให้เงิน มันสะดวก พี่น้องบ้านผม ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา อยากจะซื้อไก่สักตัวก็ไม่รู้จะไปกดร้าน อะไรรัฐ มันก็ไม่มี อยากจะซื้อผักกาด คนนี้ลงแหทอดแหมาก็ซื้อไม่ได้ไม่มีสตางค์ อยู่ในนี้เงิน ๑๐๐ บาท อาจจะไม่มีค่า แต่พี่น้องผมเงิน ๒๐ บาท ๕๐ บาท มีค่าทั้งนั้น เพราะฉะนั้นวันนี้อยากจะให้รัฐบาลทุกคนช่วยกัน ใช่ ทุกคนรักบ้านรักเมือง ไม่มีหรอกครับ ว่าใครจะดึงลงมา ท่านทำงานได้อยู่ได้ พวกเราก็พร้อมที่จะทำงานกับท่าน แต่ท่านก็ต้องให้ เกียรติซึ่งกันและกัน ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมาพอดีเลย ท่านอาจจะอารมณ์เสีย ก็ไม่เป็นไรเป็นบุคลิกท่าน เป็นบุคลิกท่าน แต่ผมก็ไม่ได้ถือสา เพราะท่านเป็นบุคลิก แต่ผม เคยพูดเรื่องปรองดองมาทีหนึ่งไม่รู้ลูกน้องท่านจะรายงานถึงท่านหรือเปล่า ผมบอกว่า เรียนไปบอกท่าน พลเอก ประยุทธ์ และ พลเอก ประวิตร เรื่องปรองดองที่ท่านชวนพวกผม ไปต่าง ๆ ทำกันทั้งประเทศ ผมบอกง่ายนิดเดียว ปรองดองนี่ง่ายนิดเดียว ให้นายกรัฐมนตรี ชื่อ พลเอก ประยุทธ์พูดจาให้เกียรติคนอื่น พูดจานุ่มนวล พูดจาอย่างปิยวาจา เท่านั้น ก็ปรองดองแล้วครับ ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นการลงทุนที่ถูก ฝากรัฐบาลนะครับ บางครั้งเวลามีเท่านี้ก็เลยนำเสนอท่านได้เท่านี้ ขอบพระคุณครับ