เอกภพ หารือปัญหาฝุ่น PM2.5-กัญชาคลุมเครือ-บุคลากรขาดแคลน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

เอกภพ เพียรพิเศษ หารือทั้งประเด็นการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว การจัดตั้งคณะกรรมการแพทย์ปฐมภูมิที่เกิดความซ้อนทับ ปัญหาขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ รวมถึงระบบพัฒนาคุณภาพที่เน้นการลงโทษมากกว่าการส่งเสริม พร้อมเสนอร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อรับมือปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่ทวีความรุนแรง และเรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนในนโยบายกัญชา โดยเน้นการวิจัยทั้งในด้านการแพทย์แผนไทยและแผนตะวันตก พร้อมขอให้กระทรวงสาธารณสุขให้ข้อมูลที่ถูกต้องและกำหนดมาตรการป้องกันการใช้ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนตามหลักการแพทย์ที่ไม่ทำร้ายผู้ป่วยและยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนที่จะมา เป็นสมาชิกรัฐสภา ผมเป็นแพทย์ครับ แล้วก็โชคดีที่เป็นแพทย์ที่ในปัจจุบันนี้รัฐบาลบรรจุไว้ ว่าให้ความสำคัญ ผมเป็นแพทย์เฉพาะทางทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ก่อนที่ผม จะอภิปรายต่อไป ผมขอให้ข้อมูลของรัฐสภานิดหนึ่งในเรื่องของที่พูดกันเมื่อสักครู่คือ การแพทย์แม่นยำ ความจริงแล้วการแพทย์แม่นยำกับการแพทย์เฉพาะเจาะจงเป็นคำที่ใช้ ด้วยกันได้ ชื่อภาษาอังกฤษคือ พรีซิชัน เมดิซีน (Precision medicine) เป็นการรักษา โดยการใช้รหัสพันธุกรรมมาช่วยในการรักษาให้มีความแม่นยำขึ้น ต่อไปครับ ตามนโยบาย ของรัฐบาลในข้อ ๙.๒ ที่ให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอย่างทั่วถึง จำนวนแพทย์เวชศาสตร์ ครอบครัวที่กำหนดไว้ว่าทั่วถึงคือ ๑ : ๑๐,๐๐๐ คนของประชากร ลองคิดดูนะครับ ประชากรทั้งหมด ๖๕ ล้านคน ถึง ๗๐ ล้านคนต่อไปในอนาคตจะต้องมีแพทย์เวชศาสตร์ ครอบครัวอยู่ ๖,๕๐๐-๗,๐๐๐ คน ปัจจุบันเรามีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอยู่ ๑,๐๐๐ คน โดยประมาณ แผนเราจะให้มีครอบคลุมใน ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นแล้วต้องมีการผลิตแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัวประมาณ ๖๐๐ คนต่อปี ๖๐๐ คนต่อปี เป็น ๑ ใน ๔ ของแพทย์ที่จบ ในทุกปีของประเทศไทยนะครับ จากปี ๒๕๖๑ เรามีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ผลิต ออกมามากที่สุดแล้ว ๑๘๗ คน แสดงว่าจากนี้ต่อไปเราต้องผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เพิ่มขึ้นในระบบอีก ๕๐๐ คน ต้องทุกปีนะครับ ถามว่าการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว อย่างเดียวเหมาะสมหรือเพียงพอหรือไม่ สำหรับการดูแลคนไข้ แพทยสภาออกมาประกาศล่าสุดว่า แพทย์ทุกสาขามีความขาดแคลนครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ต้องมีความสมดุลในการสร้างแพทย์เฉพาะทางด้วยเช่นเดียวกัน และเรื่องพรีซิชัน เมดิซิน (Precision medicine) ก็จำเป็นต้องใช้แพทย์เฉพาะทางเช่นเดียวกันครับการเปลี่ยนจาก การผลิตแพทย์ไปเป็นผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว แล้วก็ส่งเขาไปอยู่ที่โรงพยาบาล รพ.สต. โรงพยาบาลอำเภอนั้น อาจจะเป็นการแค่ย้ายการแออัดจากโรงพยาบาลใหญ่ไปอยู่ใน รพ.สต. เท่านั้นเอง กระบวนการของการผลิตแพทย์ กระบวนการของการเกิดขึ้นของระบบสุขภาพ ปฐมภูมิ มีการผ่านกฎหมาย พ.ร.บ. สุขภาพปฐมภูมิออกมาแล้ว พ.ร.บ. สุขภาพปฐมภูมิ ก่อให้เกิดอะไรบ้างครับ จะมีคณะกรรมการการแพทย์ปฐมภูมิ คณะกรรมการนี้ผมมีคำถามครับว่า จะมีการทับซ้อนกับหน้าที่ของ สป.สช. หรือไม่ งบประมาณที่ต้องใช้ในคณะกรรมการนี้ และงบประมาณที่จะต้องลงไปในการแพทย์ปฐมภูมินั้นมาจากก้อนไหนครับ แบ่งมาจากเงิน งบประมาณสาธารณสุขก้อนไหน หรือว่า สป.สช. จะกลายไปเป็นพียงแค่ทางผ่านของเงินครับ อีกอย่างที่ พ.ร.บ. นี้ให้ทำก็คือ การให้ผู้ป่วยขึ้นทะเบียนกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว กับหน่วยบริการปฐมภูมิครับ ทุกวันนี้เราขึ้นทะเบียนอยู่แล้ว เราไปอยู่โรงพยาบาลไหนเรา ขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลนั้น แต่การขึ้นทะเบียนกับหน่วยปฐมภูมิจะเป็นการซ้ำซ้อน หรือไม่ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมมีความกังวลครับ ในส่วนของการพัฒนาคุณภาพ ใน พ.ร.บ. ปฐมภูมินี้บอกว่าการพัฒนาคุณภาพมีความผิดทางวินัยด้วย นโยบายของรัฐที่ต้องการจะส่ง แพทย์ไปอยู่ที่ รพ.สต. การที่ให้เขาไปอยู่แพทย์และพยาบาลนั้นต้องเป็นการพัฒนา เพราะฉะนั้นการพัฒนาคุณภาพต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การไปอยู่เริ่มต้นและการ พัฒนานั้นถ้ามีความผิดเชิงวินัยใครจะอยากไปอยู่ การพัฒนาเชิงคุณภาพนั้นต้องเป็นการ ให้รางวัลมากกว่าการให้โทษครับ ความจริงนะครับ มากกว่าการให้โทษครับ ความจริงรางวัล แพทย์และพยาบาล ปัญหาของทางด้านสาธารณสุขมีมากมายครับ ที่ค้างคาอยู่ก็เป็นเรื่อง ของการขาดแคลนงบลงทุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ครับ ตำแหน่งงานและการกระจายตัวของ แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่เกี่ยวกับสุขภาพคือเรื่องของฝุ่นควัน พีเอ็ม (PM) ๒.๕ ครับ ที่อีกไม่กี่เดือนนี้ก็จะกลับมาอีกรอบหนึ่งแล้วครับ เราต้องมีการเตรียมรับมือ ให้ประชาชน ทางพรรคอนาคตใหม่เรามีการเตรียมเสนอพระราชบัญญัติอากาศสะอาดครับ ผมขอเชิญชวนนะครับว่า เราอยากจะให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนเราด้วยนะครับ

ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องทำมากมาย แต่ว่าประเด็นสำคัญแล้วก็เรื่องเร่งด่วน ของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องสาธารณสุขก็คือ การเอาเรื่องกัญชามาเป็นนโยบายเร่งด่วนครับ ทุกวันนี้นโยบายกัญชาพูดออกมาแล้ว แต่ว่ายังมีความคลุมเครือและไม่ชัดเจน พอไม่ชัดเจน ก็มีการเอานำไปใช้ ทุกวันนี้มีคนไข้นำมาใช้แล้วและใช้ไม่ถูกต้อง จนมีคนไข้ที่ไปห้องฉุกเฉิน ด้วยผลข้างเคียงของกัญชามากมายครับ ความจริงแล้วประเทศไทยเป็นประเทศหน้าใหม่ ทางด้านกัญชานะครับ แต่ว่าเป็นโอกาสของประเทศไทยเช่นเดียวกันที่เราจะเป็นหน้าใหม่ ที่จะแซงคนอื่นได้ สิ่งที่เราจะทำครับ คือให้ความสำคัญกับการวิจัยมากกว่าการโฆษณาว่า กัญชาเป็นเหมือนยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค การวิจัยนั้นแบ่งเป็น ๒ ส่วนครับ เป็นการวิจัย ทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่เราได้กัญชาสกัดแบบเมดิคัล เกรด (Medical grade) จะทำให้ รักษาคนไข้ในประเทศได้ราคาถูกลง และอีกอย่างหนึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทยคือ การผลิตกัญชาในลักษณะของตำรับยาใหม่ ๆ ของแพทย์แผนไทย แต่ต้องมีการวิจัยที่สากล ยอมรับและนำเสนอในเวทีสากลได้ สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขควรจะทำในเรื่องของกัญชาคือให้ข้อมูลที่ถูกต้องครับ แล้วก็ ข้อควรระวัง มีมาตรการป้องกันการนำกัญชามาใช้ในคนที่อายุน้อยกว่า ๒๑ ปี ในคนที่ อายุน้อย ๆ จะมีผลต่อการทำงานของสมองมากกว่า และมีโอกาสเป็นโรคประสาทหลอนได้ มากกว่าด้วย รวมถึงกัญชามีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนมากขึ้นด้วย เรายัง แก้ปัญหาเรื่องสุรากับการขับขี่ยานพาหนะและอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้ กัญชาอาจจะไป ซ้ำเติมตรงจุดนี้ได้ และอีกอย่างหนึ่งผมมีประเด็นศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ถ้าเกิดว่าเราไม่สามารถหยุดยั้งการเปิดกัญชาเสรีได้ มีผลการศึกษาที่รัฐโคโลราโดครับ พบว่า การเปิดกัญชาเสรีนี่เขาเก็บภาษีนะครับ การเก็บภาษีได้ ๑ เหรียญ ประเทศสหรัฐอเมริกา จะต้องเสียเงินไป ๔.๕ เหรียญสหรัฐอเมริกาในการรักษาและการดูแลเรื่องของผลกระทบ ที่เกิดจากกัญชาครับ ท่านประธานครับ นโยบายทางด้านสาธารณสุขมีผลต่อชีวิตและ ความเจ็บป่วยโดยตรงครับ สำหรับแพทย์เราแล้วเรามีสิ่งที่เราสอนและเน้นย้ำกันเสมอ ในโรงเรียนแพทย์ครับ มีอยู่ ๒ อย่างครับ อย่างแรกเรายึดถือ ฮิปโปเครติซ โอท (Hippocratic Oath) เราพูดกันว่า เฟิสต์ ดู โน ฮาร์ม (First do no harm) เราจะไม่ทำ อันตรายใด ๆ ต่อคนไข้ อันที่ ๒ ครับ คือพระราโชวาทของสมเด็จพระบิดาครับ ขอให้ถือ ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ ผมขอฝากไว้เท่านี้ละครับ แล้วกระทรวงสาธารณสุขก็จะมีการดำเนินการที่ดีต่อไป ขอบคุณครับ