ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความเสียดายต่อเหตุการณ์ในสภาที่ทำลายบรรยากาศการจากกันอย่างดี พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศด้วยเหตุผล ความเคารพกฎหมาย และกระบวนการประชาธิปไตย โดยเน้นย้ำการบริหารราชการด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ความซื่อสัตย์ และการปรับแผนงานให้ยืดหยุ่น รวมถึงนโยบายการใช้น้ำอย่างยั่งยืน การส่งเสริมเกษตรกรทำนาปรัง และการบริหารจัดการภาษีสินค้าควบคุมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสังคม เพื่อผลักดันให้ประชาชนมีความเข้มแข็งและลดการพึ่งพารัฐอย่างยั่งยืน
ผมนึกว่าพูดได้เยอะ เพราะเขาพูดเยอะใส่ผมเมื่อสักครู่นี้อย่างไร ใช่ไหม กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานสภานะครับ เรื่องของพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนก็จบสิ้นไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ด้วยความเรียบร้อย อันนี้ ผมก็จะไม่กล่าวถึงตรงนี้อีกนะครับ ในส่วนของการพูดจาเมื่อสักครู่นี้นะครับ จริง ๆ แล้วผม ก็คิดว่าทุกคนหลายคนคงรู้สึกเหมือนผมนะ เสียดายวันเวลา ๒ วันที่ผ่านมา ที่รัฐบาล ทั้งรัฐบาลเก่า รัฐบาลใหม่ ที่มานั่งอยู่ในสภานี่นะครับเพื่อจะรับฟังสิ่งอันเป็นประโยชน์ เสียดายที่ในช่วงสุดท้ายที่เราควรจะจากกันด้วยดี ๆ มันถูกทำลายไปนะครับ โดยใคร ก็แล้วแต่นะครับ ผมอยากจะบอกว่าแม่ผมก็เป็นครูนะ เมียผมก็เป็นครู แต่ผมก็ไม่เคยเห็น เขาแสดงกิริยาอะไรแบบนี้ใส่ผม อาจจะเป็นคนใกล้ชิดผมก็ได้นะครับ คนอื่นก็กล้าก็ไม่เป็นไร หรอกนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านก็อยากจะให้ผมมีอารมณ์ อยากให้ผมโกรธ ผมไม่โกรธท่านหรอกครับ เพราะว่าผมก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าผมจะต้องใช้ศาสนากล่อมเกลาจิตใจ ของผม เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ผมเข้าใจถึงแก่นแท้ของศาสนาดีนะครับ ไม่ใช่นับถือ ศาสนาใดแต่ก็ยังไม่ประพฤติตนให้เป็น เขาเรียกอะไรล่ะ ให้เป็นคนโดยสมบูรณ์นะ ผมไม่ได้ ว่าใครนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฟังความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ แต่ผมก็ได้รับฟัง แล้วล่ะ ก็มีประโยชน์สำหรับบางท่าน ส่วนใหญ่นะครับ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ผมก็ทุ่มเททำงานมาโดยตลอดระยะเวลา ๕ ปี ลองนึกถึงคนทำงานอย่างผมบ้าง นึกถึงคนที่ ต้องมาอยู่ในสถานการณ์ตรงนี้ที่ผมเลือกไม่ได้บ้าง ไม่มีใครอยากทำหรอกครับ ถ้าไม่มีปัญหา ไม่มีเรื่องราวขึ้นมาผมจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แล้วถ้าผมทำไม่ดีทั้งหมด ผมจะเข้ามา ในกระบวนการของประชาธิปไตยแบบนี้ได้อย่างไร ท่านจะบอกว่ามาได้อย่างไร มีคนไป บังคับ เอาปืนไปจ่อ ผมว่ามันไม่ใช่หรอกครับ ผมเกรงว่าพี่น้องทางบ้านจะเข้าใจผิดนะครับ ผมทุ่มเทในความพยายามของผมมาหลายปี และวันนี้บรรดาเพื่อนสมาชิกในรัฐบาลใหม่ ของผมก็ตั้งใจมาทำงาน ไม่ว่าจะมาจากกี่พรรคละครับ จะ ๑๐ พรรค ๑๑ พรรค ๑๐๐ พรรค ผมก็จะทำงาน แล้วดูสิว่าจะทำงานได้หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นขอฝากประชาชนที่อยู่ทางบ้านช่วยกันดูแลด้วยว่าเราจะทำให้บ้านเมืองเดินไป ข้างหน้าได้อย่างไร วันนี้เราติดหล่มกับประเทศของเราเป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้ว สิบกว่าปี มาแล้วที่มันจะกลายเป็นประเทศที่ล้มเหลว เหมือนบ้านหลังหนึ่งที่มันกำลังจะพังลงไป วันนี้เราก็ต่อเติม ค่อย ๆ ต่อ ค่อย ๆ เติม มันอาจจะยังไม่เสร็จหรอกครับ มันต้องใช้เวลา ในการต่อ ช่วยกันต่อช่วยกันเติม ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่ออิฐ ถือปูน แต่ถ้าหากมา งัดชะแลงกันอยู่แบบนี้มันไปไม่ได้หรอกครับ การพูดจาอะไรก็ตามมันต้องมีหลักการ และเหตุผล มันต้องมีกฎหมาย ถ้าท่านอ้างกลับไปกลับมาแบบนี้กฎหมายทุกฉบับมันใช้ ไม่ได้หมด เพราะฉะนั้นเมื่อกฎหมายใดออกมาแล้ว กฎหมายใหม่ออกมาแล้ว กฎหมายใหม่ ก็บังคับใหม่ กฎหมายเก่าจบไปแล้วก็คือจบไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผมรับไม่ค่อยได้ ผมอาจจะพูดไม่เก่งเท่าท่าน ผมทุ่มเทมาอย่างที่บอกแล้ว แล้วทุกคนตั้งใจ มาทำงานกัน แล้ววันนี้มาแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลย ผมถามว่า ทำอะไรสักอย่างหรือยัง ยัง เพราะเราเคารพในกระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญจะมีผล ในการทำงานหลังจากแถลงนโยบายในรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ การที่รัฐสภาจะมีเกียรติ หรือไม่มีเกียรติ มันอยู่ที่คนนั่งอยู่ในสภา เพราะฉะนั้นผมคงจะพูดได้แค่นี้ เพราะฉะนั้น ที่เมื่อสักครู่นี้มีสมาชิกถาม ผมไม่ได้ชี้มือใคร สมาชิกบางคนถามว่าอะไรคือการแพทย์แม่นยำ รัฐบาลนี้ต้องทำการแพทย์แม่นยำ ตรวจโรคให้ถูกโรค ใช้ยาให้ถูก ใช้เทคโนโลยีเข้ามาจับ ใช้กล้องผ่าเข้าไป ท่านพูดด้วยความรู้สึกอย่างเดียวมันไม่ได้หรอกครับ เอาอันโน้นมาเทียบ ตรงนี้ เอาอันนี้ไปเทียบตรงโน้น ปีโน้นกับปีนี้ ปีโน้นท่านเอาอะไรมาคิด ท่านเอาอะไรมาพูด ถ้าท่านพูดแบบนี้ได้ใครก็พูดได้ ลองให้ทำสิครับ ทำได้หรือไม่ เดี๋ยวผมจะบอกว่านโยบาย อันนี้ทำอย่างไร เรื่องปัญหาสังคม ปัญหาเศรษฐกิจ ทุกคนก็รู้ดีอยู่ทั้งหมด แล้วทำไมเรา ไม่ช่วยกันแก้ล่ะ ทำไมต้องมาโทษคนนี้ โทษคนนั้น โทษคนนี้ ถ้าทุกคนไม่ช่วยกันแล้ว จะแก้กันได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นหรือครับ มีใครไม่สบายหรือเปล่า ท่านพูดผมก็พูด ผมรู้ท่าน ต้องการให้ผมเป็นอย่างนี้ แต่จริง ๆ แล้วผมเป็นยิ่งกว่านี้ นี่ผมระมัดระวังที่สุดแล้ว เพราะผม ทำงานท่ามกลางความกดดันทั้งสิ้น ทุกคนมีความสุขหรือไม่ครับ แบกภาระคนทั้งประเทศ คน ๗๐ กว่าล้านคน ที่ผ่านมาดูแลคนกี่ล้านที่ว่าดี ทุกภาคหรือไม่ ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดหรือไม่ ผมถามตรงนี้แล้วไปเปรียบเทียบดูว่าที่ผ่านมา ๕ ปี งบประมาณลงไป อำเภอ ตำบล จังหวัดเท่าไร ทุจริตคืออีกเรื่องหนึ่ง ผมมีความผิดทางละเมิดหรือไม่ ผมได้รับ นโยบายในฐานะเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้ทำความผิดฐานละเมิดหรือไม่ ละเว้นหรือไม่ ลงโทษทุกประการ ถ้าผู้กระทำความผิดระดับล่างต้องเข้าสู่กระบวนการลงโทษโดยมีหลักฐาน วัตถุพยาน พยาน ติดคุกไปแล้วเท่าไร ถ้าผมยังไม่ได้ละเมิดอะไร ไม่มีทางละเมิด ผมพูดได้ แยกให้ออกว่าอะไรคือการทำทุจริตทางเชิงนโยบาย มีหน่วยงานตั้งกี่ระดับ ท่านก็เป็นรัฐบาล มาหลายรอบแล้ว มีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ครม. และมีใครอีก กระทรวง และมีใครอีก กรมอีก ๒๐๐ กว่าคน ข้าราชการอีกล้านกว่าคน ท่านพูดมาสิว่าคนล้านกว่าคนไม่ทำอะไรเลย เขาไม่เสียใจหรือครับ เรื่องยาเสพติดรัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ ทุ่มเทสรรพกำลังลงไป อย่างเต็มที่ลงทุกพื้นที่ คนเลวมันก็มีอยู่ไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ หรือจะใครก็ตามก็แจ้งมาสิครับ จับมาสิครับ บอกเจ้าหน้าที่เขาจับให้หมด ท่านบอกมีเยอะ บอกมาว่าที่ไหนจะไปจับพรุ่งนี้ บอกมา บอกมาเลย อย่าให้ไปเจอที่ใครแล้วแต่ หลายอย่างมันเกิดมากี่ปีแล้ว สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดมันเกิด ความล้มเหลวมาจากอะไร ทุกคนต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมดละครับ เพราะมันเกิด ในประเทศไทย ไม่ได้เกิดที่อื่น แล้วใครอยู่ในประเทศไทย คนไทย เว้นแต่คนที่ไม่อยู่ใน ประเทศไทยที่ไปสร้างความเสียหาย ใครก็ไม่รู้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่โทษกันอยู่นี่แหละ ศาลตัดสินอย่างไรออกมาแล้ว ก็ยังโทษอยู่นั่นละ นี่แหละการปฏิรูปทางการเมืองไม่มีวัน เกิดขึ้นได้ เรื่องเศรษฐกิจรัฐบาลก็พยายามพูดทุกอย่างที่ผ่านมาทั้งเศรษฐกิจมหภาค จุลภาค อย่างไรมันก็เกี่ยวข้องกัน การกระจายรายได้มันต้องมาจากข้างบนบ้าง มาจากข้างล่างบ้าง ห่วงโซ่จากล่างบ้าง ถ้าท่านไม่ช่วยผมคิด ไม่ช่วยผมแก้ ไม่ช่วยกันสร้างการรับรู้ ประชาชน ไม่ยอมปรับเปลี่ยน มันจะทำได้ไหมครับ ท่านพูดมาทั้งหมด มันก็ทำไม่ได้ ถ้าตราบใดยังสร้าง ความขัดแย้ง สร้างความไม่เข้าใจอยู่แบบนี้ อันนี้ไม่ใช่ อันนี้ไม่ดี ที่ผ่านมามันดีนักหรืออย่างไร เงินทองที่ออกมาวันนี้เงินมันหายไปเท่าไร ท่านรู้ไหมว่าปล่อยปละละเลยกันมาเท่าไร เงินที่ออกมาใช้จ่ายในธุรกิจหรือในการใช้จ่ายของประชาชนที่มีรายได้น้อย รายได้มาจากอะไร ผิดกฎหมายหรือเปล่า ขายของผิดกฎหมายไหม เงินจากตรงโน้นตรงนี้ไหม ปล่อยปละละเลย จนกระทั่งเงินมันใช้กันว่อนไปหมด พอรัฐบาลเข้มงวด เอาละกลายเป็นรังแกคน ถ้าอยากจะกลับแบบเดิมก็ไปเลือกตั้งมาใหม่
นาปรังไม่ได้ห้าม เขาเพียงแต่เตือนว่าอย่าทำนาปรังในช่วงที่น้ำน้อย ปริมาณน้ำ มันมีแค่นี้ แล้วท่านจะบอกว่าผมไปห้าม ผมไปห้ามเขาได้อย่างไร คุณห้ามเขาได้ไหม คุณห้ามชาวนาของคุณได้ไหม คุณบอกต้องอย่างนี้ต้องอย่างนั้น แล้วคุณไปบอกให้เขาทำ ได้ไหม อย่าปลูกเลย ไปปลูกตรงนี้ เปลี่ยนตรงนี้เขาเปลี่ยนไหม เพราะคุณไปสอนเขาแบบนั้น เพราะคุณสอนแบบนี้มันถึงเปลี่ยนอะไรไม่ได้สักอย่าง เคยทำนาปรังปีละ ๒ ครั้ง วันนี้ทำไป ปีละ ๓ ครั้ง ข้าวราคาเท่ากันหมด ไม่ว่าจะพันธุ์อะไรก็แล้วแต่ ความชื้นเท่าไรก็เท่ากันหมด บิดเบือนกลไกตลาดทั้งหมด เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับว่าเงินทองมันจะหา ไม่ได้ การเก็บภาษีผมก็เห็นว่าดำเนินการได้ การจะไปขึ้นภาษีไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็จะไปขึ้น มันต้อง อธิบายหาเหตุหาผลให้เกิดความสมดุลกัน ท่านบอกว่าเอื้อคนรวย เอื้อคนรวย ผมถาม ผมไม่ได้แก้ตัวให้คนรวย ผมยกตัวอย่างบริษัทบางบริษัทมีบริษัทลูกไม่กี่บริษัทหรอกครับ แต่เขาทำหลายกิจการที่มันเป็นนวัตกรรม ที่มันมีราคามีมูลค่า แล้วท่านทำไมไม่สร้างให้ ประชาชนตรงนี้เขาเข้มแข็งด้วยตัวเขาเองบ้าง รอแต่รัฐบาลช่วย แนะนำอะไรก็ไปบอกว่า ไม่ใช่ ๆ มันจะเกิดขึ้นมาได้ไหมครับ ผมพูดนี่เรื่องจริง ถ้าผมพูดผิดก็บอกมา ผมเสียงดัง อย่างนี้ละครับ
ในเรื่องของเหล้า ยา บุหรี่ ก็ไปว่ากันมา มันก็มี ๒ อย่างเสมอที่ผมพูด เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย รักผม เกลียดผม ผมรับได้หมดละครับ การขึ้นภาษีเหล้า ยา บุหรี่ วันนี้ ก็บอกว่าปัญหาสาธารณสุข สรุปว่าก็ต้องช่วยกันสิครับ ช่วยกัน ไม่เหมาะสมก็ปรับใหม่ มันปรับได้ทั้งหมด แต่ถ้าส่งเสริมมาก ๆ มันก็ใช่หรือไม่ ปัญหาสาธารณสุขมันมากไหม โรคดื้อยา โรคที่มันเป็นแล้วมันไม่ตาย แต่มันรักษานาน มันทรมาน ค่าใช้จ่ายมันสูงคิดบ้าง หรือเปล่า ก็ฟังดูโก้นะครับพูดมาทั้งหมด ความรุนแรงในสังคม ท่านช่วยผมพูดได้ไหมว่า เด็กแว้นอย่าขี่มอเตอร์ไซค์บนถนนได้ไหม เตือนบ้างแบบนี้ได้ไหม ให้เคารพกฎจราจรได้ไหม ไม่เคยเลย สังคมไม่เคยตรงนี้เลย คนดี ๆ เขาทำหมด บางคนทำให้เกิดความแตกแยก อยู่แบบนี้มันไปไม่ได้หรอกครับ อาชญากรรม โจร แล้วมันใครละครับ ก็ลูกหลานเราทั้งนั้น ครอบครัวเขาเป็นอย่างไร รายได้เขาเป็นอย่างไร ต้องคิดถึงเขาสิครับ ไม่ใช่ผมไม่คิดถึงเขา ไม่ใช่ผมสบาย ผมรวย ผมมีรายได้ ๒ ทาง ผมมีเงินเยอะ ผมแทบจะไม่ได้ใช้เงินเลยวันหนึ่ง หัวเราะอะไรครับ มันตลกนักหรืออย่างไร เวลาคุณพูดผมยังไม่ตลกคุณเลยนะ อย่าพูด เอาสนุกนะครับ ใครจะว่าผม ผมเป็นนายกรัฐมนตรีแบบนี้ ผมจะเป็นแบบนี้ เวลาดีผมก็ดี เพราะการเป็นผู้บังคับบัญชาคนไม่ใช่ใจดีตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นบังคับบัญชาใครไม่ได้หรอกครับ ผมบังคับบัญชากำกับการบริหารของ ครม. ผมไม่ได้ไปสั่งเขาเลย ผมถามท่านสิว่าผมเคย ดุอะไรท่านไหม เคยไปสั่งไหม เคยไม่ให้เกียรติเขาไหม หัวเราะเข้าไป พอใจ ชอบ เห็นนายกรัฐมนตรีโมโห ชอบ ผมก็ไม่ใช่คนบ้าแบบนั้นหรอกนะ นี่ผมเสียดาย ๒ วันที่ผ่านมา เสียดายไหม โอ้โฮผมอดทนมากเลย ๒ วันนี้ แต่ผมไม่ไปเรียกร้องจากใคร ผมทำตัวผมเอง ผมไม่โทษพวกท่านหรอก ท่านคนดีคนเก่งทุกคนนั่นล่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องคดีอะไรต่าง ๆ ให้ศาลเขาตัดสินมา ถ้าไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม คนที่ถูกศาลเดียวกันตัดสินนี่ เขาจะว่าอย่างไร ถ้าดีนักเก่งนักกลับเข้ามา ไปบอกด้วย บ้านเมืองกำลังแย่เรากำลังจะให้ยา นี่เติมเชื้อโรคเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นก็ขอพูดแค่นี้ก็คงพอแล้วกระมัง
ถนน รถไฟไปถามชาวบ้านสิเขาอยากได้รถไฟไหม เขาอยากได้ถนนไหม ท่านบอกไม่จำเป็นหรอกเอาเงินมาเฉลี่ยแบ่งปันกันดีกว่า เอ๊ะ คิดแบบนี้แบบอะไรนี่ เราเป็น ประเทศไทยเราก็ต้องบริหารแบบเรา ข้อมูลผมเต็มกระเป๋าอยู่นี่บอกข้อมูลเท็จอีก แล้วคุณ ดูถูกข้าราชการเขากี่คน ข้าราชการก็ดูแล้วกัน เพราะฉะนั้นเราต้องทำใหม่ใช้การบริหาร ราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต เรายังไม่ได้มีการทำอะไรสักอย่างเลย มันผิดตั้งแต่วันเริ่มจะทำแล้ว มันเหมือนกับหมาป่ากับลูกแกะเลย เรื่องการเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่เป็น เจ้าหน้าที่รัฐ อธิบายไม่รู้กี่รอบแล้ว แล้วท่านก็เอาอยู่นั่นละ เหมือนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนี่ละไม่รู้กี่รอบแล้ว ในฐานะข้าราชการการเมืองนี่ยกเว้นใช่ไหม ใช่ไหม อันที่ ๒ หัวหน้า คสช. ถึงแม้ว่าจะมีอำนาจบริหาร แต่อำนาจบริหาร คสช. ผมเหนือจาก ทุกอำนาจทั้ง ๓ อำนาจ อ่านกฎหมายเป็นไหม มีอะไรหรือเปล่า ก็อยากจะบอกนะว่า แหมบางทีมันก็มีอารมณ์บ้างนะ ใช่ไหม ขอโทษนะ ส.ว. ท่านไม่ค่อยเห็นผมเป็นแบบนี้ แต่ผมรักษากริยาผมมา ๒ วันเต็ม ๆ นะ ผมก็เครียดนะ ผมอ่านเอกสาร เอกสารนี่ ผมก็เขียนมา ผมก็ร่างมา เขาไปร่างต่อ ผมก็ถามแล้วแนวนโยบายมันเขียนอย่างไร มันเขียน แบบที่ว่าหรือเปล่า ต้องเขียนงบประมาณเป็นแผนเท่านี้เท่านั้น ทำอะไรบ้าง เขาบอกไม่ได้ เขียนแบบนั้น เพราะมันต่อเนื่องจากนี้คือนโยบายแห่งรัฐ แล้วจากนี้มันไปไหน มันโน่น ไปจัดทำแผนงานโครงการของเขา แต่ตรงนี้มันตีกรอบกว้าง ๆ เขาไม่เขียนชัดเจนหรอกอันนี้ เพื่อจะได้มีความอ่อนตัว ปรับให้เหมาะสมแผนงานโครงการ ตรงนี้อาจจะทำไม่ได้ก็โยกไปทำ ตรงนี้ กิจการนี้มันยังทำไม่ได้ ผ่าน อีไอเอ (EIA) ไม่ได้ ประชาชนไม่เห็นชอบ ก็เลื่อนโครงการ นี้มาเป็นโครงการนี้ เขามีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดละครับ ยุทธศาสตร์ชาติเขาก็เขียนข้างหลัง แล้วมันสอดคล้องกับนโยบายข้อไหนบ้าง กรุณาอ่านเสียบ้างนะครับ อย่าใช้แนวทางเดิม คิดแบบเดิม ๆ พูดกันอยู่ในสภานี่ ผมก็อยู่ภายใต้การปกครองการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลท่านมาตลอด มาตลอด ผมเตือนมาตลอด ท่านไม่เคยฟังผม มันถึงมีวันนี้ แล้วมันจะไม่มีอีกต่อไป ไม่มีใครอยากหรอกครับ ลองมาเป็นผมบ้างสิจะรู้ มีใครจะถามอะไร ผมไหมครับ กราบขอบพระคุณครับ