ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม วิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจและสวัสดิการของรัฐที่ไม่เอื้อต่อประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจังและให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนประเทศ
กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้ ก่อนอื่นก็ขอแสดงความดีใจกับท่านเสนาบดีทั้งหลายที่นั่งอยู่ชั้นบน ทั้งที่บริหารราชการติดต่อกันมา แล้วก็บริหารมานานแล้วก็ร้างเวทีไปเพิ่งกลับเข้ามา แล้วก็ ท่านใหม่ ๆ จริง ๆ ผมเองตั้งใจจะพูดเรื่องการศึกษาครับท่านประธาน ในฐานะที่เป็น ครูบาอาจารย์ผมตั้งใจมาจริง ๆ จะมาฝากรัฐมนตรีณัฏฐพล ก็เห็นว่ามีโปรไฟล์ (Profile) มีรูปทรง แต่ว่าอาจจะนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกัน แต่ด้วยเมื่อคืนนี่ครับนั่งอยู่ ท่านอาจารย์สมคิดที่ผมเคารพนับถือ ที่จริงรัฐมนตรีทุกท่านผมเคารพนับถือหมด เราไม่ได้ผิดกัน เป็นการส่วนตัว แต่ท่านทำหน้าที่บริหาร แต่ผมทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้าน ต้องเอาความจริงมา เล่าเพื่อเป็นเข็มทิศให้พวกท่านได้เดินถูก เพราะ ๕ ปีที่ผ่านมาในสายตาผม ผมมองว่า ท่านเดินผิดทาง บังเอิญอาจารย์สมคิดมาพูดเมื่อคืนว่าได้วางโครงสร้างในระดับรากหญ้า ให้มันแข็งแกร่ง แข็งแล้วครับ แข็งกันเกือบทุกคนเลยครับ เพราะจนกันได้สนิท จนกันได้ดี จริง ๆ ตาสีตาสา ยายมียายมา แล้วท่านบอกว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ตอนท่านอุดตม ขออภัยครับ ท่านอุตตม เดินไปหาเสียงบอกว่าเป็นการวางฐานราก ไม่ใช่ มันเป็นการเดิน ไปหาเสียง หาคะแนน ผมมีเวลาเดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ฟัง ผมตั้งชื่อว่าบัตรประชารัฐหรือบัตร ผมสับสนหมดครับ บัตรคนจนบ้าง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบ้าง หรือบัตรประชารัฐบ้าง แต่จริง ๆ ผมตั้งชื่อบัตรนี้ว่า บัตรเขกหัวและลูบหลัง เขกหัวอย่างไร ท่านทำให้คนจนนี่ จน จน จน พอคนจนเสร็จแล้วท่านก็แจกบัตรไป เข้าร้านรูดปรื๊ดได้นมปั๊บ รูดปรื๊ดได้มาม่า นั่นก็คือลูบหลัง เอาละครับ มีเวลาผมคุยการศึกษาเสร็จเดี๋ยวผมก็จะคุยเรื่องหนี้ แต่ท้ายที่สุดท่านเชื่อ หรือไม่ครับว่า ๕ ปีที่ผ่านมาที่อวดกันว่าบริหารจัดการเศรษฐกิจดีอะไรดี ไม่ใช่ อาจารย์ สมคิดหล่อเมื่อ ๑๘ ปีที่แล้วมา ตอนเราอยู่พรรคไทยรักไทยด้วยกัน เพราะมันมีองคาพยพ มันมีคนช่วย มันมีคนดูแล ช่วยกันผลักดัน ช่วยกันขับเคลื่อน วันนั้นเศรษฐกิจดี บ้านเมืองดี อุดมสมบูรณ์ด้วยข้าว น้ำ ประชาชนอยู่ดีมีสุข บำบัดทุกข์บำรุงสุข ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรี ทุกวันนี้ท่านเข้าใจผิดว่าท่านอาจารย์สมคิดน่าจะเสกเศรษฐกิจของประเทศไทยในยุคปฏิวัตินี้ได้ ก็เลยลงทุนแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งจริง ๆ อาจารย์สมคิดไม่มีสิทธิกลับมาเป็นในวันนั้น เพราะอาจารย์สมคิดมีปัญหาที่จะต้องเว้นวรรคทางการเมือง ก็ลงทุนแก้รัฐธรรมนูญเลยครับ ให้ สนช. แก้ บุคคลที่โดนเว้นวรรคทางการเมืองมาดำรงตำแหน่งได้ แล้วก็ปรับไล่ของ ทีมเศรษฐกิจเดิมออกทั้งหมด ถ่ายโอนเลือดใหม่อาจารย์สมคิดมา แต่ไม่ใช่ครับ มาถึงวันนี้ ก็ยังไม่ใช่ ท่านเชื่อหรือไม่ครับ ผมไม่เชื่อ วันนี้ขอทานยังขาดทุนครับ อย่าว่าพ่อค้า นายห้าง ที่ขายของเลย ขอทานสะพานลอยเขาบอกว่าเขาขาดทุนกับยุคเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ มันเป็น ความน่าเศร้าครับ เขาไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายเลย ผมไปสัมภาษณ์มาตามสะพานลอย เขาบอกว่าขาดทุนมากเลยอาเฮีย สมัยก่อนวันหนึ่ง ๗๐๐-๘๐๐ บาท ทุกวันได้วันละร้อยซาว หรือ ๑๒๐ บาท ก็โชคดีแล้ว ผมถึงสมญานามว่าเศรษฐกิจยุคขอทานยังขาดทุน เอาละครับ ท่านประธาน เดี๋ยวถ้าผมมีเวลาผมจะกลับมาเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผมสับสนจริง ๆ บัตรนี้มันชื่อหลายอย่าง บัตรหาเสียงบ้าง บัตรอะไรบ้าง อย่าต้มกันนะครับ อย่าต้ม กลางอากาศ เพราะผมมาจากการเลือกตั้ง ผมรู้ว่าการเลือกตั้ง เมื่อสักครู่ผมสู้กับอะไรมา ผมสู้กันอย่างไร เดี๋ยวจะมาคุย ขออนุญาตโอนกลับมาเรื่องของการศึกษาก่อน ถ้าผมไม่คุย การศึกษามันก็มวยล้มต้มคนดู ท่านรัฐมนตรีที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นมือใหม่ ผมดูโปรไฟล์ (Profile) ของท่าน ท่านก็ใช้ได้อยู่ ผมดูว่าท่านเป็นคนตั้งใจ อย่างน้อย ๆ วันหนึ่งท่านก็ออกมาเรียกร้องว่าให้ปฏิรูปก่อน แต่ว่าบังเอิญการปฏิรูปยังไม่เรียบร้อย ลุงตู่ของผม หรือที่บ้านผมเรียกท่านช่วงหนึ่งว่าลุงศุกร์ เพราะว่าทุกวันศุกร์เขาจะเจอ ชาวบ้านจะเจอ เขาก็เรียกท่านว่าลุงศุกร์ ท่านปรี๊ดก่อน แต่ท่านเรียกร้องการปฏิรูปวันนี้ ผมดีใจกับท่านเพราะอะไรครับ เพราะช่วงจัดตั้งรัฐบาลในช่วงใหม่ ๆ นั้นที่กำลังชุลมุน กับการจัดตั้งรัฐบาล ผมเสียใจจริง ๆ ครับ และผมกล่าวหาพวกท่านที่นั่งข้างบนด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่มีใครใส่ใจเลย พูดกันถึงกระทรวง ทบวงต่าง ๆ ทั้งนั้น จนผมต้อง ออกไปให้สัมภาษณ์หน้าสื่อว่าผมสงสารการศึกษาไทย จะมีทิศทางไปอย่างไร จะประสบ ผลสำเร็จได้ แม้กระทั่งว่าการจัดตั้งรัฐบาลหนีกันหมด ผมเกือบเห็นอาจารย์ปรีดา บุญเพลิง พรรคคนเดียว หรือพรรคครูไทยเพื่อประชาชนได้เป็นหรือเปล่า หนีกันหมดครับ ไม่เหมือน สมัยพรรคเพื่อไทย ทุกคนวิ่งกันอยากเป็นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพราะกระทรวงศึกษาธิการถือว่าเป็นฐานราก เป็นตอม่ออันสำคัญในการปฏิรูป การศึกษา สร้างคน สร้างชาติ สร้างอนาคต ประเทศไทยเรา นักการศึกษามีไม่น้อย นักวิชาการมีไม่น้อย แต่นักสร้างการศึกษาของชาติยังหาไม่ได้ ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านเคยสร้างทีมฟุตบอลบางกอกมาจนดัง ท่านขายพรม ขายไหม ไม่เป็นไรครับ เพราะท่านไม่ต้องมาจับชอล์ก ไม่ต้องมาจับรถ ท่านมา บริหารจัดการ ท่านเป็นนักสร้างการศึกษาเถอะครับ ถ้าท่านสะใจกับการปฏิรูป อย่างอื่น มันไปปฏิรูปที่ปลายทาง ถ้าเด็กยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ภาษาไม่รู้ ท่านจะมาปฏิรูปอย่างไร กระทรวงศึกษาธิการมันไม่ได้มีโครงสร้างที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรมากมายหรอกครับ เพราะบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการเป็นคนที่มีความรู้ ตั้งแต่ทุ่งหมาว้อมาถึงกลางใจเมือง กรุงเทพมหานคร คุยง่ายคุยกับครู แต่อย่าไปรังแกครู แต่ ๕ ปีที่ผ่านมาผมผิดหวังครับ แล้วมาผิดหวังหนักช่วงที่ไม่มีใครอยากเป็นรัฐมนตรี ผมขอบคุณท่านแล้วเดี๋ยวช่วยกัน ๕ ปีที่ผ่านมานอกจากไม่เสริมสร้างแล้วยังไปใช้ ม. ๔๔ อีก กับครูไม่ต้อง ม. ๔๔ หรอกครับ ม. ๒๒ ก็ตายแล้ว เอาครึ่งเดียว เพราะครูไม่ได้ดื้อ ท่านไปออกกฎหมายปฏิรูปทำให้ โครงสร้างอะไรเขาเบี้ยวไปหมด วันก่อนเห็น ส.ส. บุญยิ่งจากราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หา เสียงกันเลย เพราะมาพูดเรื่องครู เมื่อวานโสภณ ซารัมย์ พูดเรื่องครู ท่านไปใช้ ม. ๔๔ ยกเลิกองค์กรที่กระจายอำนาจไปให้ครู ไม่ว่า อ.ก.ค.ศ. ก.ค.ศ. ไปแต่งตั้งศึกษาจังหวัด ไปแต่งตั้งศึกษาเขต ไปแต่งตั้งศึกษาภาค เอาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน คณะกรรมการศึกษาจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดงานหนักอยู่แล้ว เอาแต่งานแก้ปัญหาน้ำท่วม แค่ฝนแล้งก็ปวดหัวแล้วให้มายุ่งเรื่องครูอีกจนเป็นปัญหาเกือบทุกจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ที่ท่านตั้งไปวันนี้ตำแหน่งซี ๙ ไม่ได้ทำอะไรเลย รอแต่เซ็นอนุมัติครูย้าย รอแต่เซ็นอนุมัติครู ขึ้นเงินเดือน แต่ไม่ได้ทำอะไรช่วยเหลือกับวงการศึกษามากมาย แล้วไปขี่ตำแหน่งเขาอีก คือไปขี่ผู้อำนวยการเขต ผมเสียดายเหลือเกิน ท่านประธานยังมีเวลาเหลืออีกไหมครับ