รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล หารือการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนผ่านการส่งเสริมระบบแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้ และการแปรรูปผลผลิตโดยชุมชนในรูปแบบวิสาหกิจ เพื่อลดการพึ่งพารัฐและเพิ่มรายได้ โดยเน้นยกระดับผลิตภาพการเกษตรด้วยมาตรฐานอาหารสากล สนับสนุนโดยสถาบันอาหาร และผลักดันนโยบายเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการสร้างธนาคารน้ำใต้ดินและการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ มีการผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม รวมถึงเสนอจัดตั้ง พ.ร.บ. กศน. เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษานอกระบบอย่างมั่นคงและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล สมาชิกวุฒิสภา ในนามสมาชิก รัฐสภานะครับ นโยบายของรัฐบาลฉบับนี้ผมจะโฟกัสไปที่เรื่องของการเกษตรนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านได้ยินเสียงหัวใจครูเต้น ตอนนี้ท่านมาได้ยินเสียงหัวใจชาวนาเต้นบ้างนะครับ ท่านครับในนโยบายของท่านในข้อ ๕ จาก ๕.๓.๑ ถึง ๕.๓.๘ จะสอดคล้องกันเป็นอย่างดี กับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติคือเข็มทิศนำทาง คือเข็มทิศที่จะนำนาวาลำนี้ให้ไปรอด ให้ชาวนาอย่างพวกผมอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกิน ขอชื่นชมว่ามันสอดคล้องกัน นโยบาย รัฐบาลไปล้อกับยุทธศาสตร์ชาติ ไปล้อกับแผนปฏิรูปประเทศ มันจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างต่อเนื่องกันไปได้ด้วยดี ผมก็อยากจะ ให้ท่านพลิกไปดูที่นโยบายเร่งด่วน มองไปที่ข้อที่ ๔ ในเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกร และพัฒนานวัตกรรม ทุกอย่างดีหมด แต่อยากจะเสนอแนะคณะรัฐมนตรีนิดหนึ่งว่า เมื่อนำนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับปฏิบัติที่เป็นราชการนั้นไม่อยากให้เกิดความซ้ำซ้อน ให้สอดคล้องซึ่งกันและกันให้เหมือนเล่นวิ่งผลัด คือส่งไม้ให้ถูกกัน ไม่ใช่แย่งไม้กัน ในความซ้ำซ้อนนั้นผมมีตัวอย่างความสำเร็จที่จะกราบเรียนให้ที่ประชุมได้ทราบ ให้ท่านประธานได้ทราบ ท่านประธานครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจะทำหน้าที่ ในการส่งเสริมการผลิต โดยใช้ระบบที่มีอยู่แล้ว ที่ดีอยู่แล้วคือระบบแปลงใหญ่ การเกษตร แบบแปลงใหญ่เป็นการรวมเกษตรกร รวมเพื่อซื้อ รวมเพื่อต่อรอง รวมเพื่อขาย เพื่อที่จะ ต่อรองในเรื่องของการซื้อขายโดยผ่าน ศพก. หรือศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สินค้าเกษตร ซึ่งมี ๘๘๒ แห่งอยู่ทั่วประเทศ เขาพร้อมที่จะเป็นโรงเรียนชาวนา โรงเรียน เกษตรกรให้กับคนในพื้นที่ โดยผ่านกลไกของเกษตรกรต้นแบบ อาสาสมัครการเกษตรหรือ อกม. เพื่อที่จะมุ่งสู่การลดต้นทุนการเพิ่มผลผลิต การเพิ่มคุณภาพ แล้วก็เพิ่มรายได้ในที่สุด และอย่างเป็นรูปธรรมด้วย ซึ่งจะเป็นการลดภาระที่รัฐจะต้องไปซับซิไดซ์ (Subsidize) เกษตรกร เกษตรกรอย่างพวกเราไม่แฮปปี้ (Happy) นะครับที่รัฐเอาเงินมาแจก แต่แจกมา ก็ต้องรับไว้นะครับ แต่ไม่แฮปปี้ (Happy) เลย เพราะเราอยากอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกิน ย้ำนะครับท่านประธาน ผ่านมาทางกระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรม ควรจะต้องส่งเสริมการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือที่เรียกกันว่าสร้างผลิตภาพ เป็นการแปรรูป ทั้งในระดับปฐมภูมิและระดับทุติยภูมิ แล้วก็ไม่ได้แปรรูปเชิงเดี่ยว จะต้องออกมา ในรูปลักษณะของกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ หรือเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ก็ได้ ซึ่งมีตัวอย่างความสำเร็จให้เห็นอยู่ทั่วไป แล้วให้เขาได้ก้าวสู่การเป็นบริษัทจำกัด เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งตรงนี้เกษตรกรเมื่อรวมตัวกันเป็นบริษัทเอง นี่มันเป็น ซีเอสอาร์ (CSR) เป็นธุรกิจเพื่อสังคม แล้วก็เป็นตัวอย่างที่ให้เห็น แล้วก็เป็น ความสำเร็จที่ไม่อยากให้วางมืออยากให้ต่อเนื่องไปดังที่ผมได้กราบเรียนท่านไว้แล้วตอนต้น นั่นก็คือว่ากองทุนพัฒนา เอสเอ็มอี (SMEs) ตามแนวประชารัฐ ทำให้กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจ ชุมชนหรือคลัสเตอร์ (Cluster) ในแต่ละแห่ง สร้างโรงงานเพื่อที่จะแปรรูปสินค้าของตัวเอง ได้มามากมายก่ายกอง ในกลุ่มที่ผมทำอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด เราก็ได้โรงสีมา ๑๐๐ ตันต่อวัน ได้โรงงานสกัดน้ำมันรำข้าวมา ซึ่งตรงนี้เป็นการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม มันจะส่งผล ต่อเกษตรกรที่เขาเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ ที่เขาเป็นสมาชิกของสหกรณ์ ให้เขาขายผลผลิต ทางการเกษตรได้ดีขึ้น พวกผมไม่สนว่าตอนนี้ข้าวหอมมะลิในท้องตลาดจะราคาเท่าไร เพราะข้าวหอมมะลิที่สหกรณ์ของเราซื้อไว้ก็คือว่าตันละ ๑๙,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท จะเห็นว่า ท่านไม่ต้องมาซับซิไดซ์ (Subsidize) เลย ถ้าทำกลไกเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์
นอกจากนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมครับ ฝากท่านว่าการเพิ่มผลิตภาพ คือการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐาน มาตรฐานในเรื่องของอาหารที่เกิดจากการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น จีเอ็มพี (GMP) เอชเอซีซีพี (HACCP) บีอาร์ซี (BRC) ฮาลาล (Halal) หรือ ไอเอฟเอส (IFS) ส่วนนี้สถาบันอาหารเขามีองค์ความรู้ เล่นให้มันสอดคล้องกัน
ผ่านมาที่กระทรวงพาณิชย์ครับ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่สร้างศักยภาพ ในการแข่งขันของสินค้าเกษตร เถียงกันมาหลายรอบว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่มีหน้าที่ มาประเมินมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทดเวลาต่อมาเช่นเดียวกัน ผมจะใช้บวกไม่เกิน ๓ นาทีครับ ท่านครับ คือการสร้างศักยภาพของสินค้าเกษตร เพื่อการแข่งขัน คือการประเมินมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น อียู ออร์แกนิก (EU Organic) เอ็นโอพี (NOP) ของยูเอสดีเอ ออร์แกนิก (USDA Organic) ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือแจส (JAS) ของประเทศญี่ปุ่น เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ โดยตรงที่จะต้องทำ เพราะว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างศักยภาพในการแข่งขันในตัว สินค้า ตลอดจนการให้เข้าถึงตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดส่งออก เพื่อที่จะให้หลุดพ้นวงจรที่เกษตรแปลงใหญ่ เกษตรที่เป็นสหกรณ์หรือศูนย์ข้าวชุมชน ที่ต้องไปห้อยไปแขวนอยู่กับสมาคมผู้ส่งออก ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ เป็นสิ่งที่ดี แต่นั่นหมายความว่า เป็นการสร้างศักยภาพขององค์กรเกษตรกรไปในตัวด้วย และที่สำคัญที่สุดในนโยบายเร่งด่วน ข้อนี้ท่านพูดถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ผมขอใช้เวลาอันน้อยนิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือธนาคารน้ำใต้ดิน ทำไมน้ำถึงท่วม น้ำที่มันท่วมเพราะว่าน้ำมันเยอะเกินไปแล้วไม่มีที่ จัดเก็บนะครับ แก้มลิงที่วางอยู่บนผิวดินอัตราการระเหยมันสูง เพราะฉะนั้นถ้าเอาแก้มลิง ลงไปไว้ข้างล่าง เจาะลงไปให้พ้นชั้นดินเหนียว ให้ไปถึงชั้นกรวดหรือชั้นหินผุ ซึ่งเป็นชั้นกรองน้ำ เป็นอย่างดี แล้วเก็บซับน้ำลงไปไว้ในชั้นน้ำบาดาล น้ำมาเท่าไรเก็บลงไปไว้ข้างล่างให้หมด พอตกหน้าแล้งในวันที่เราไม่มีน้ำ ท่านประธานครับน้ำต้นทุนของประเทศไทยมีน้ำจากฟ้า เท่านั้น เพราะฉะนั้นเราต้องเอาน้ำจากฟ้ามาเก็บลงไว้ข้างล่าง แล้วดึงขึ้นมาใช้ในหน้าแล้ง ผ่านระบบบาดาล จะสูบโดยโซลาร์เซลล์ (Solar cell) หรือสูบโดยการใช้พลังงานไฟฟ้า ก็แล้วแต่ ซึ่งโมเดล (Model) ตัวนี้เป็นโมเดล (Model) ที่สามารถใช้ได้
อีกประการหนึ่ง เป็นพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ นั่นก็คือ เรื่องของอ่างพวง อย่าไปทำไว้อ่างเดียว ทำกระจายไปเป็นรายทาง เก็บไว้ เก็บไว้ เก็บไว้ แล้วใต้ก้นอ่างนั้นก็ทำธนาคารน้ำใต้ดินไว้ ปัญหาน้ำแล้งบ้านเราจะไม่มี ที่บ้านผมจะประชุมกัน วันที่ ๓๑ นี้ แล้วก็ผลักดันเรื่องนี้ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ เราผลักดันเรื่องนี้ไปให้ท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาได้ทำ เขามีงบเหลือจ่าย เขามีงบสะสมที่สามารถจ่ายขาดได้บ้างส่วน ให้เขาเอามาทำ เรากระจายบทบาทตรงนี้ ไปที่ท้องถิ่น เพราะคนที่จะรู้เรื่องของคนในพื้นที่คือคนในพื้นที่เองนะครับ กราบเรียน ท่านประธานว่า ในตลอดชีวิตของผมทำอาชีพเกษตรกร มีอยู่ช่วงหนึ่งของชีวิต ผมไปรับราชการครู ขอแตะเรื่องการศึกษานิดหนึ่ง สุดท้ายคือก่อนที่ผมจะมาเป็นเกษตรกร เต็มตัว ผมทำงาน กศน. ผมเป็นผู้อำนวยการอำเภอ ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ กศน. เป็นการจัดการศึกษาระบบหนึ่งของประเทศไทยนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามพี่ตวง พูดถึงเรื่องของการจัดการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบวันนี้นับวันแต่จะเจริญเติบโต เพราะว่าการศึกษาในระบบนั้นเริ่มที่จะไม่ประสบความสำเร็จ คนออกจากโรงเรียนกลางคัน แล้วมาอยู่กับ กศน. เป็นการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แต่วันนี้ไปเป็น มุมเล็ก ๆ ซอกเล็ก ๆ อยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พยายามมีการร่าง พ.ร.บ. กศน. มาแล้วหลายครั้งไม่ประสบความสำเร็จ ครั้งนี้รัฐบาลนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชุดนี้ทั้ง ๓ ท่าน ให้เขาเป็นแท่งหนึ่ง ให้เขาได้สร้างสรรค์คนวัยทำงาน ให้เขาได้สร้าง องค์ความรู้ให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษานอกระบบ แล้วประเทศไทยจะมีคนดี มีคุณภาพครับ กราบขอบพระคุณครับ