วิสาร เตชะธีราวัฒน์ หารือการใช้งบประมาณกลาโหมที่สูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เรียกร้องให้ทบทวนการจัดซื้ออาวุธเพื่อนำไปสนับสนุนด้านคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงนโยบายเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยวิจารณ์การบริหารจัดการและการสื่อสารกับสาธารณะที่ขาดประสิทธิภาพ รวมถึงเรียกร้องให้เปิดช่องทางให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้าถึงผู้นำมากขึ้น และย้ำจุดยืนว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องมาจากการเปลี่ยนคน ไม่ใช่พึ่งพานักการเมืองเดิมต่อไป
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอบพระคุณเป็นพิเศษ ผมดีใจที่ได้มาอภิปราย ช่วงที่ท่านชวนเป็นประธานที่ประชุม และที่ดีใจก็คือได้มีท่านนายกรัฐมนตรี ตลอดจน คณะรัฐมนตรีอยู่พร้อมทั้งคณะ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะขออนุญาตนำเรียนฝากไปถึง นโยบายหลัก ๑๒ ด้าน ผมขออนุญาตเน้นไปถึงการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยของ ประเทศ และความสงบสุขของประเทศ เรื่องนี้ผมขออนุญาตอาจจะต้องพาดพิงไปถึงท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผมเรียนว่าผมกับท่านไม่มีอะไรกัน ผมศึกษาประวัติท่าน ท่านเป็นพี่ใหญ่ เป็นคนที่น้อง ๆ ให้ความเคารพนับถือแล้วท่านก็ช่วยดูแลประเทศชาติ ถือว่าเป็นผู้มีบารมี แต่สิ่งที่สำคัญนั้นผมอยากเรียนว่า ณ วันนี้นโยบายที่ท่านบอกว่าจะรักษา และป้องกันอธิปไตยความมั่นคงในประเทศ มีทั้งหมด ๗ บรรทัด แต่ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ้างอิงและขอเรียนว่าขณะนี้ วันนี้ ประเทศชาติภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นไร พวกเราทราบดี มี คสช. ชอป (Shop) อาวุธ ๓ ปี ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนว่าข้อเท็จจริง อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เปิดเผยจากสาธารณะแล้ว รถถัง ๓๘ คัน ๖,๙๘๕ ล้านบาท รถเกราะล้อยาง ๓๔ คัน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท เฮลิคอปเตอร์ ๑๐ ลำ ๘,๐๘๓ ล้านบาท และเรือตรวจการชายฝั่ง เรือตรวจการไกลฝั่ง ๑๐ ลำ ๖,๕๐๐ ล้านบาท เรือดำน้ำ ๓ ลำ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งปวงผมเชื่อว่าเป็นความจำเป็น ความต้องการที่ประเทศชาติเราจะมีซึ่งอาวุธเหล่านี้ไว้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออภิปราย และขอเรียนให้ท่านประธานและสมาชิกได้รับทราบดังนี้ครับ มีข่าวออกมาบอกว่าขณะนี้ ผมต้องเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า ทีมเสนาธิการหรือทีมที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องจัดซื้ออาวุธ ผมว่าเยอะไปแล้วครับ ขณะนี้มีการติดต่อทาบทามจะซื้อปืนใหญ่จากประเทศอิสราเอล และมีอีกหลาย ๆ เรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบจากประเทศเกาหลีใต้ จริงเท็จ อย่างไรขออนุญาตท่าน พลเอก ประวิตรในฐานะที่ท่านเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และคราวนี้ผมเห็นใจนะครับ ผมทราบว่าด้วยปัญหาสุขภาพ ด้วยปัญหา ส่วนตัวนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ก็เลยต้องมารับหน้าที่นี้แทน สิ่งที่ผม อยากจะขอเท้าความต่อไปนะครับ ในเรื่องกระทรวงกลาโหมมันมีอันหนึ่งที่พวกเราเห็นแล้ว ไม่ค่อยสบายใจ งบประมาณ ๕ ปีของรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ใช้ไป ๘.๙ แสนล้านบาท ทบ. เยอะสุดครับ ๔.๕ แสนล้านบาท ที่สำคัญผมขออนุญาตไล่เรียงไปเป็นปี ๆ นะครับ ปี ๒๕๕๗ มีงบในกระทรวงกลาโหม ๑.๘ แสนล้านบาท และปี ๒๕๕๘ เพิ่มขึ้นไปเป็น ๑.๙ แสนล้านบาท ปี ๒๕๕๙ เพิ่มไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๐ ๒.๑ แสนล้านบาท และที่สำคัญปี ๒๕๖๑ เหลืออยู่ ๑๐๐,๐๐๐ กับ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่ผมเรียน ท่านประธานเรื่องนี้นะครับ ทั้งหมดทั้งปวงโครงการของกระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะเป็น ทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ มีเป็นหมื่น ๆ โครงการ ผมเรียนว่าถึงตรงนี้ขึ้นมามีชาวบ้านแจ้งผม บอกว่า เรือดำน้ำเราชะลอไปได้ไหม ปีนี้ภัยแล้งมันมีปัญหาเยอะแยะ เราเอาโครงการเหล่านี้ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะน้ำในการเพาะปลูก ทำไร่ทำสวน น้ำจะดื่ม น้ำจะบริโภคยังจะไม่มีครับ เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานว่าเรื่องที่จะซื้ออาวุธต่อไป น่าจะหยุดน่าจะพอครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เมื่อวานท่านได้แจ้งในที่ประชุม ผมดีใจนะครับว่าก่อนที่จะซื้อเรือดำน้ำท่านจะต้องไปดูนอต ไปดูวางเหล็ก ส่งคนไปเรียนรู้ จากประเทศจีน แต่ท่านครับเวลาได้เรือดำน้ำมามันเอาไปดำที่อ่าวไทยได้หรือไม่ครับ ทราบว่าแม้กระทั่งขณะนี้เรือจักกรีนฤเบศรเราก็คงจะต้องเอาไปฝากไว้ที่อันดามัน ประเทศเพื่อนบ้านเขาสบายใจหรือครับ เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้ผมคิดว่า ณ วันนี้ ๕ ปี พอแล้วครับ สิ่งที่ผมอยากเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่า โครงการเหล่านี้อยากให้ผันแปร เป็นโครงการเกี่ยวกับเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต่าง ๆ ผมคิดว่ากระทรวงกลาโหมได้งบพอ ๕ ปีอยู่ได้ แล้วที่สำคัญก็คือมีโครงการหลายอันที่คิดว่ามันน่าจะดูแลประเทศเพื่อนบ้านให้มีความเกรงขาม กองทัพไทยได้อยู่แล้วครับ
ท่านประธานครับเรื่องนี้ผมขออนุญาตผ่านไปถึงนโยบายเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขันของไทยในข้อ ๕ ผมเห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดอยู่ที่นี่ ขออนุญาตแตะนิดเดียวครับ เดี๋ยวจะมีเพื่อน ๆ พวกเราที่อยู่ในพรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้ อภิปรายต่อ เมื่อวานนี้ท่านสมคิดท่านพูดสวยครับ และผมยังเรียนนึกถึงตรงนี้ขึ้นมา ผมเห็น ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิด ตั้งแต่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีไปโรดโชว์ (Roadshow) ที่ไหนหลายที่ครับ เมื่อวานผมฟังผมก็เคลิ้ม ผมยังเกรงว่าท่านนายกรัฐมนตรีกับท่าน รองนายกรัฐมนตรีทุกคนจะเคลิ้มตามไปด้วย ท่านบอกว่า ฟิทช์ เรทติ้ง มูดีส์ เวิลด์แบงก์ (World Bank) แต่ท่านครับ สิ่งที่เราเห็นชัด ๆ วันนี้ก็คืออะไรครับ แบงก์ชาติได้แจ้งมานะครับ ว่าตัวเลขหลังสุดในการที่นักลงทุนจะต้องมาลงทุนประเทศไทยครับ ๓ ปีแรกของงบ ปี ๒๕๖๑ ปรากฏว่าไม่เป็นอย่างที่ท่านบอกครับ ท่านพูดสวย ท่านพูดเก่ง ท่านพูดเป็น มาร์เก็ตติ้ง (Marketing) ไปประเทศจีน ไปที่ไหน ไปประเทศญี่ปุ่นคนก็เชื่อท่าน อีอีซี (EEC) ท่านก็เชื่อ แต่ท่านเชื่อหรือไม่ครับว่า ณ วันนี้เงินลงทุนที่มาจากต่างประเทศโดยตรงนะครับ ในไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๑ เทียบกันนะครับ มี ๑๔๖,๓๘๓ ล้านบาท แต่ท่านเชื่อหรือไม่ในปี ๒๕๖๒ ที่เหมือนกันอันนี้ตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ ผิดถูกท่านว่าเองปี ๒๕๖๒ ๓ เดือนแรกมีเงินลงทุนจากต่างประเทศแค่ ๒๑,๔๘๕ ล้านบาท อันนี้คืออะไรครับ ท่านพูดบอกว่าเมืองไทยคนจะหายจนตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงเดี๋ยวนี้ เมื่อวานท่านก็ยังพูดว่าเดี๋ยวเราจะช่วยคนจนต่ออีก นั่นหมายถึงอะไรครับ ทำให้ผมคิดครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีกับท่าน พลเอก ประวิตรได้เอาท่าน หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธรอยู่ต่อเหตุการณ์คนไทยคงไม่ต้องตกต่ำ ไม่ต้องเดือดร้อน เศรษฐกิจ คงจะดีกว่านี้ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปถึงเรื่องสำคัญที่จะต้องเกี่ยวข้องกับ ท่าน พลเอก ประวิตรโดยตรงครับ การพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวในหัวข้อที่ ๕ ในเรื่อง ประเด็นหลัก จริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาท่าน ไม่ควรรีบตอบ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีทุกท่านว่าเอกสารที่ท่านจะต้องตอบ เอกสารที่ทาง ข้าราชการประจำส่งให้มาท่านอย่าเชื่อนะครับ เพราะจริง ๆ แล้วมันก็เป็นการรายงาน ตามปกติ และเป็นตัวเลขที่หลอกลวงทั้งนั้นครับ การท่องเที่ยวผมว่าวิธีแก้ที่ดีที่สุดนะครับ ผมเห็นด้วยเลยที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ให้ท่านประวิตรมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม เพราะว่าด้วยสุขภาพ ด้วยปัญหาที่ท่านจะต้องไปทำภารกิจอย่างอื่น แต่อันหนึ่งที่ต้องขอร้องเลยว่าท่านอย่ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เลยครับ ท่านให้รองนายกรัฐมนตรีอนุทินดีกว่าครับ เพราะอะไรครับ เดือนมกราคมปี ๒๕๖๑ มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโรงแรมของผู้ประกอบการไทยที่ประเทศเคนยา คนตายเยอะ มีการก่อการร้ายมีการวางระเบิดในประเทศเขาและจริง ๆ แล้วท่านไม่รู้เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะการไปต่อสู้แข่งขันที่จะเอาตัวประกันออกมา ทูตทุกประเทศที่อยู่ในประเทศเคนยา ต้องไประดมทุน ระดมเอากำลังไปช่วยเหลือเพื่อที่จะดึงเอานักท่องเที่ยว เพื่อรักษาความสงบ มีคนตายหลายสิบคน แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิตร ท่านก็ไปบอกโดยความที่รู้หรือไม่รู้ ไม่ทราบนะครับ แต่ท่านบอกว่า โชคดีที่คนไทยไม่ตาย และที่สำคัญคือท่านก็ยังไปบอก บอกว่า ทำไมต้องมาก่อการร้ายที่โรงแรมของผู้ประกอบการไทย ท่านก็ไปบอกว่า สงสัย อาหารอร่อยกระมัง ผมไม่ได้โทษท่านนะครับ แต่ทีมของท่าน ทีมเสนาธิการ ทีมที่ปรึกษา ท่านที่ท่านใช้อยู่เอาออกไปให้หมด ใช้ไม่ได้ครับ ข้อมูลเหล่านี้เอาให้นายได้อย่างไรครับ ที่แย่กว่านั้นคืออะไรครับ เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๑ ในปีนั้นถ้าเหตุการณ์ทุกท่านจำได้ มันจะมีเหตุการณ์หมูป่าที่จังหวัดเชียงราย อุทยานถ้ำหลวง สื่อต่างประเทศทุกสื่อ มาที่เมืองไทย ที่จังหวัดเชียงราย ที่แม่สายเพื่อที่จะระดมดูกันว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นจะรอด หรือไม่รอด แต่เผอิญโชคร้ายของเมืองไทยครับ ปรากฏว่ามันก็มีเรือเฟอรี่เป็นเรือท่องเที่ยว และปรากฏว่าคนจีนก็ตายไปหลายสิบคนครับ แต่สิ่งที่ท่านไม่ควรพูดอย่างยิ่งเลยคืออะไร ท่านก็ไปบอกว่าเกิดเหตุเป็นเพราะเขาทำของเขาเองไม่เกี่ยวกับเรา มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ตอนเช้ามีท่านสมาชิกได้เล่าให้ฟังแล้วว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ จริง ๆ ก็คือทั่ว ๆ ไปเราก็รู้อยู่ครับ นักท่องเที่ยวจีนมาเยอะ มาบางทีก็ทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ท่านไปปราบอย่างไรล่ะครับ ท่านไป ปราบทั้งหมด ทำให้ประเทศจีนเดือดร้อนหมดเลยครับ ทัวร์ศูนย์เหรียญวิธีการปราบจริง ๆ แล้วท่านก็ค่อย ๆ เก็บภาษีสิครับ ท่านค่อย ๆ บริหารจัดการสิครับ อย่าไปหักดิบสิครับ และการหักดิบของท่านคืออะไรครับ มีลูกน้องบางคนของท่านแอบอ้างชื่อท่านไปบีบไปทุบ เอาสตางค์เขาด้วยครับ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ท่านทราบหรือไม่ครับ ท่านติดต่อ ค้าขายซื้ออาวุธจากประเทศจีนเยอะแยะ แต่ท่านไม่รู้ธรรมเนียมจีนเลยครับ สี จิ้นผิง กังวล เรื่องนี้เยอะครับ เมืองไทยตอนนี้นักท่องเที่ยวมาเป็นสิบล้านคน รายได้หลักของเราเหลือตัวนี้ เป็นตัวท้าย ๆ ครับ แต่ท่านดันไปพูดอย่างนี้ท่านเชื่อหรือไม่ครับ ผู้ประกอบการพรรคพวกผม คนจีนนะครับ บอกว่า ตอนนั้นท่านพูด สี จิ้นผิง ออกรายการทีวี คนหลายร้อยล้านคน คนจีนเขาจำหน้าท่านได้หมดนะครับ ตอนนั้นท่านเชื่อหรือไม่มีคนเจ็บแค้น ยังคิดว่าถ้าเกิด เจอท่านที่ไหน สงสัยท่านก็เหมือนจ่านิวแน่นอน ที่สำคัญครับท่าน ท่านโละทีมพวกนี้ ออกไปเถอะครับ อย่าใช้เลยครับ ทีมพวกนี้เป็นทีมที่ให้ข้อมูลท่านผิดพลาดมาก ท่านไปพูดได้ อย่างไรว่าไม่เกี่ยวกับเรา เขาตายเอง สิ่งสำคัญก็คือรายได้ของประเทศหดหายหมดเลยครับ ท่านเชื่อไหมครับ สิ่งที่ท่านพูดไม่กี่คำ เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๑ นักท่องเที่ยว เราหดหายจากปี ๒๕๖๐ ใน ๕ เดือนเท่ากันนะครับ เฉพาะคนจีนอย่างเดียว ๕๑๒,๕๐๒ คน รายได้หดหายไป ๕ เดือนนี้ครับ ๑๖,๑๑๙ ล้านบาท ตัวเลขท่านอย่าเชื่อผมนะครับ อันนี้เป็นการคำนวณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์นี่ละครับ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านอย่าให้ท่านประวิตรดูแลเรื่องการท่องเที่ยวเลยครับ เพราะผมกลัวว่าเดี๋ยววันดีคืนดีทีมงานท่านส่งอะไรออกมาพูดอีก นักท่องเที่ยวหนีอีก เดี๋ยวก็ไปอีก รายได้เราควรจะต้องเหลือ ไม่เหลืออีกครับ
ท่านประธานครับ ท้ายสุดผมขออนุญาตว่าวันนี้ดีใจจริง ๆ ก่อนหน้านี้ ผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ผมโกรธครับ ผมแค้นครับ ผมไม่พอใจท่านเกี่ยวกับ เรื่องการยึดอำนาจ แต่ด้วยความที่ผมเข้าใจ และเหตุการณ์ ๕ ปีที่ผ่านมานี้ผมอยู่ อย่างยากลำบากพอสมควร มีคนตามออกนอกประเทศก็ต้องขออนุญาต ไปต่างประเทศ จะต้องมีคนมาคอยเฝ้าตรวจดูวีซ่า (VISA) ว่าขออนุญาตนายกรัฐมนตรีหรือยัง เรื่องนั้น ก็เป็นเรื่องปกติเพราะว่าท่านจะต้องดูแลรักษาความมั่นคงแห่งประเทศไทย แต่ที่สำคัญครับ ผมเพิ่งรู้ว่าท่านเตรียมการมา ๓ ปี และที่สำคัญผมต้องเรียนให้ทางท่านสมาชิกที่เป็นรัฐมนตรี พวกเราที่ไปจากสายการเมืองนะครับ ผมไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีพยายาม จะแนะนำพวกเราหลายคนให้อ่านหนังสือ ไม่ว่าจะแอนิมอล ฟาร์ม (Animal farm) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอื่น แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับกองทัพไทยกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ท่านหาซื้อได้นะครับ ผมขออนุญาตโฆษณา จากโครงการพัฒนาสนับสนุนประชาธิปไตย การเมืองภาคพลเรือนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนเขียนเป็นเสนาธิการทหารบก ได้เช็ก (Check) สอบขอข้อมูลจากผู้หลักผู้ใหญ่ระดับปลัดกระทรวง ท่าน ผบ.ทบ. หลายคน ชื่อคนเขียนคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมถึงรู้นะครับว่า ทำไมท่านคิดกับนักการเมือง ว่าเป็นศัตรูกับท่าน ทำไมท่านถึงต้องออกกฎหมายหลาย ๆ เรื่องที่ทำให้พวกเราต้องประสบ ปัญหาในการยากลำบาก แต่เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับว่าวันนี้ผมดีใจจริง ๆ อยากเห็นบรรยากาศอย่างนี้ครับ เพราะว่าอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก เราก็คนไทย เหมือนกัน มีอะไรคุยกัน มีอะไรพูดกัน ท่านก็มองอีกด้านหนึ่ง ผมก็มองอีกด้านหนึ่ง วันนี้ยังอยากจะให้ท่านหมั่นเดินออกไปพบ ส.ส. บ้าง ส.ว. บ้าง เพราะผมได้รับการร้องเรียน จากเพื่อน ๆ สมาชิกพรรครัฐบาลนะครับ บอกว่าเข้าไม่ถึงท่าน จะไปเข้าถึงท่านก็มีแต่ คนใกล้ชิด พวกนายเวร พวกทีมที่ปรึกษา เพราะฉะนั้นตัวนี้ถ้าท่านมีโอกาสเรามาเริ่ม เพื่อที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มันก้าวหน้า ให้มันเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นนะครับ ผมคนหนึ่ง พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ว่าในเรื่องการแถลงนโยบายวันนี้ผมรับไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะว่า มันต้องเปลี่ยนตัว มันต้องเปลี่ยนคน ขืนใช้คนเก่าใช้ไม่ได้แน่นอนครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ