ชัยชาญ ช้างมงคล หารือเรื่องงบประมาณกองทัพ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปรับปรุงงบประมาณให้เหมาะสมตามยุทธศาสตร์และแผนการป้องกันประเทศ และเรียกร้องให้จัดหาสมรรถภาพที่เหมาะสมเพื่อปกป้องความมั่นคงทางทะเลของประเทศไทย
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ขออนุญาตเรียนชี้แจงเรื่องงบประมาณกองทัพ ซึ่งที่ผ่านมา ๒ วันนี้ก็มีท่านสมาชิกได้กรุณา กล่าวถึงงบประมาณกองทัพ ผมขออนุญาตเรียนว่าในแผนหรือในยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ หรือจะเป็นระดับสากลก็ตาม ในเรื่องของงบประมาณกองทัพนั้นเฉลี่ยแล้วประเทศต่าง ๆ นั้น ก็อยู่ในระดับ ๒ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ที่ผ่านมากองทัพไทยเองก่อนปี ๒๕๔๐ ก็อยู่ได้ ในระดับทั้ง ๒.๒ เปอร์เซ็นต์ ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) พอหลังจากปี ๒๕๔๐ ซึ่งเกิด วิกฤตขึ้นในปีนั้น งบประมาณกองทัพนั้นได้ถูกปรับลดลงเหลือประมาณ ๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ของ จีดีพี (GDP) แล้วก็ได้เติบโตขึ้นมาบ้าง ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ ย้อนหลังไป รัฐบาลที่ผ่านมาก็อยู่ในระดับ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดก็ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ในปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานี้ก็อยู่ระดับ ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ผมขออนุญาตเรียน ให้เห็นภาพชัดก็คือว่าในงบประมาณของกระทรวงกลาโหมใน ๑๐๐ บาทนั้น ประมาณ สัก ๔๗-๔๘ บาทนั้นจะเป็นงบกำลังพลและงบบุคลากร ประมาณสัก ๒๓-๒๔ บาทนั้นก็จะ เป็นงบในการปฏิบัติภารกิจทั่วไป รวมทั้งภารกิจที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติม ประมาณ สัก ๑๘-๑๙ บาทนั้นก็จะเป็นงบในเรื่องของการพัฒนากองทัพ ซึ่งสัดส่วนนั้นจะเห็นได้ว่า น้อยมากในการพัฒนากองทัพนั้น เมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้เรียนแล้วว่า เรามียุทโธปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างมาก แล้วในอดีตที่ผ่านมานั้นเราไม่ได้รับ งบประมาณในการที่จะซ่อมปรับปรุงเพิ่มเติมหรือให้มีการใช้การได้อย่างต่อเนื่อง งบใน ๑๙ บาทนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในเรื่องของการปรับปรุงให้สามารถที่จะใช้การได้ต่อไป ในส่วนที่ไม่สามารถที่จะซ่อมและคืนสภาพหรือคุ้มค่าได้นั้นก็เป็นการจัดหาทดแทน ในการจัดหาทดแทนนั้นขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาว่า ในการจัดหาทดแทนนั้นเรามีคณะกรรมการในการจัดหา เรามียุทธศาสตร์ เรามีแผนการประเมินภัยคุกคามว่าเราควรจะมีความเร่งด่วนในการจัดหายุทโธปกรณ์เช่นไร เสร็จแล้วเราก็มีให้กองทัพนั้นได้ตั้งคณะกรรมการมาคัดเลือกแบบ คัดเลือกคุณลักษณะเฉพาะ ให้ตรงกับการปฏิบัติการ ตรงกับหลักยุทธการ ยุทธวิธีของแต่ละเหล่าทัพ แล้วเสนอมาที่ กระทรวงกลาโหม ซึ่งทุกเหล่าทัพเป็นคนกำหนดความต้องการขึ้นมา ในการดำเนินการนั้น ก็มีคณะกรรมการคัดเลือกแบบที่เหมาะสม และมีการดำเนินการค่อนข้างที่จะโปร่งใส และมีแผนการดำเนินการที่ชัดเจน แล้วก็กำหนดความต้องการด้วยว่าในขั้นต้นนี้เราจะมี ส่วนหนึ่งที่จะซ่อมให้ใช้งานยืดสภาพต่อไป ไม่เกิน ๑ ใน ๓ จะเป็นการจัดหาใหม่เพื่อเป็น ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อทดแทนที่ไม่สามารถจะซ่อมคุ้มค่าได้ ทั้งเรื่องของรถเกราะที่ท่าน กล่าวก็ดี รถถังก็ดี
สำหรับในส่วนของเรือดำน้ำ ผมขออนุญาตเรียนว่าตรงนี้เป็นยุทธศาสตร์ของ กองทัพเรือ ยุทธศาสตร์ทางเรือ ขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของผลประโยชน์ทางทะเลนั้น ประเมินแล้วว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจถึง ๒๔ ล้านล้านบาทต่อปี เรามีเรือเข้าออกอ่าวไทย เรือสินค้ามากกว่าปีละ ๑๕,๐๐๐ ลำ เพราะฉะนั้นความมั่นคงทางทะเล ผลประโยชน์ทางทะเลนั้น เป็นสิ่งที่เรา โดยเฉพาะกองทัพเรือที่มีหน้าที่หลักในการที่ปกป้องน่านน้ำความมั่นคง ทางทะเล กองทัพเรือก็มียุทธศาสตร์ทางทะเลที่จะต้องกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ขีดความสามารถที่จะปกป้องความมั่นคงทางทะเล เรือดำน้ำก็เป็นส่วนหนึ่ง ท่านอาจจะ ได้ข่าวว่าในภูมิภาคนี้มีหลายประเทศที่มีการจัดหาเรือดำน้ำเข้ามาใช้งานแล้ว การจัดหา เรือดำน้ำนั้น ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนเมื่อวานนี้ว่าไม่สามารถจะจัด ต้องการวันนี้ พรุ่งนี้ได้ ใช้เวลาลำหนึ่งประมาณ ๖ ปี จะเริ่มตั้งแต่จัดกำลังพลเข้าไป ตั้งแต่เริ่มต้นจนใช้งานได้ และเข้ามาประจำการ ในการจัดหานั้นก็มีขั้นตอนในการดำเนินการ การจัดหานั้นมิได้มา เพื่อหวังที่จะเป็นการที่จะไปทำให้ประเทศต่าง ๆ นั้นเกิดความไม่ไว้วางใจ ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน (ASEAN) นั้นก็มีการฝึก มีการร่วมกัน เป็นการป้องปราม หรือว่าเป็นการฝึก ปฏิบัติการร่วมกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันด้วย ในขณะเดียวกัน ถ้าประเทศเกิดวิกฤตก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงที่จะรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นั่นหมายถึงผลประโยชน์ของชาติของเราทุกคน ขอบคุณครับ