อุบลศักดิ์ หารือปัญหาบุคลากร-เสนอแก้ราคารถสินค้าเกษตรตกต่ำ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม หารือปัญหาข้อจำกัดด้านบุคลากรในระบบสาธารณสุขและการศึกษา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลบรรจุพยาบาลและครูจ้างเข้ารับราชการเพื่อยกระดับคุณภาพบริการและขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งยกประเด็นปัญหาราคารถสินค้าเกษตรตกต่ำและหนี้สินของเกษตรกร ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพนโยบายรัฐ โดยเฉพาะการประกันรายได้ที่อาจไม่ตรงเป้า และเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการอย่างมีระบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นจะต้องขอบพระคุณทางท่านประธานที่กรุณา สลับเวลาให้ผมเลื่อนมาเรื่อย ๆ ครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่านโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มี ความประสงค์ที่จะช่วยเหลือบุคคลที่คลอดแล้ว แต่ไม่มีนโยบายที่จะช่วยเหลือบุคคลที่จะ ปฏิสนธิหรือก่อนตั้งท้อง เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า วันนี้ โรงพยาบาลหรือสาธารณสุขมีทั้งหมด ๗๖ แห่ง มีหมอแค่ ๕๑ แห่ง มีแพทย์ ๑๐๙ คน สาธารณสุขอำเภอมี ๘๗๘ แห่ง มีหมอ ๗ แห่ง มี ๓๔ คน โรงพยาบาลสุขภาพและตำบลมีอยู่ ๙,๙๐๐ แห่ง มีหมออยู่ ๒๓ แห่ง ทั้งหมด ๓๔ คน ต้องกราบเรียนถามว่าวันนี้กระทรวง สาธารณสุขจะบริหารจัดการบุคลากรได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์จบมามีประมาณ ๒,๘๐๐ คน บรรจุประมาณ ๑,๘๐๐ คน อีกส่วนหนึ่งไปทำงานส่วนตัว และพยาบาลอีกเป็น หมื่น ๆ คนที่จบมาแล้วมาทำงานได้เป็นลูกจ้าง ไม่ได้เป็นราชการ ถามว่าจะบริหารบุคคล ได้อย่างไร จะมีคุณภาพได้อย่างไร เมื่อรัฐบาลจะมีสวัสดิการด้านสาธารณสุข ผมอยากเห็นว่า พยาบาลที่มีอยู่ทั้งประเทศที่ทำงานในส่วนราชการนั้นควรจะบรรจุเขาเป็นพนักงานหรือ ราชการเพื่อขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการศึกษา ท่านนายกรัฐมนตรีไปอาชีวศึกษาทีไรก็ชื่นชม ท่านทราบไหมครับว่าอาชีวศึกษาสร้างชาติ มีข้าราชการที่บรรจุประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน มีวิทยาลัยทั้งหมด ๔๕๒ คน แต่ปรากฏว่าครูจ้างมีอยู่ ๑๓,๗๗๕ คน เป็นลูกจ้างจบปริญญาโท เงินเดือน ๘,๐๐๐ กว่าบาท อยู่กันมาเป็นสิบ ๆ ปี และจะให้บริหารการศึกษาได้อย่างไร ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า เมื่อสุขภาพอนามัย ไม่สามารถจะดูว่าเด็กก่อนจะคลอดมานั้น หรือก่อนจะปฏิสนธินั้นจะเป็นคนพิการหรือไม่ เมื่อคลอดมาแล้วจะสร้างปัญหาให้กับรัฐบาล หรือไม่ ในขณะเดียวกันเมื่อเข้าการศึกษาที่บอกว่าสร้างชาติจะสร้างได้อย่างไร ในเมื่อ งบประมาณไม่มีกำลังใจ ฝากรัฐบาลไปดำเนินการ

ส่วนประการที่ ๓ นั้นต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พืชผลการเกษตรตกต่ำมาจากหลายสาเหตุ สาเหตุที่ ๑ เมื่อรัฐบาลมีเครื่องมือพร้อม ไม่ว่า ผลิต แปรรูป การตลาด ก็หมายความว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เคยทำงานร่วมกันเลยนะครับ ฝ่ายผลิตผลิตไป แปรรูป ก็ว่าไป การตลาดหาได้หรือไม่ เมื่อวานนี้ได้ทราบจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่าอยากจะประกันรายได้นะครับ ผมดูแล้วศึกษาแล้วไม่น่าเป็นไปได้ อันนี้ต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำทุกตัว ไม่ว่า อ้อย เมื่อก่อนนี้ตันละ ๑,๒๐๐-๑,๓๐๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือ ๓ ตัน ๑,๐๐๐ บาท มัน ๓.๕๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือประมาณ ๑.๕๐ บาท ขึ้นไปเล็กน้อย แม้แต่ข้าวเมื่อก่อนเราเคย ขายได้เกวียนหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ถามว่าจะบริหารได้ อย่างไร โดยหลักการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้กล่าวไปเมื่อวานนี้ว่า เราจะ ประกันขั้นต้นโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็หมายความว่าต้นทุน ๘,๐๐๐ บาท รัฐจะชดเชยให้ เมื่อรัฐมีนโยบายบอกว่าจะไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินไปบริหารเรื่องการนี้ เมื่อไม่เอาเงินงบประมาณท่านจะไปเอาเงินที่ไหนไปประกัน ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า จากเมื่อวานนี้ท่านได้กรุณาบอกว่าเงินที่ส่งช่วยเหลือเกษตรกรจะเอาเข้าบัญชีเกษตรกรเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านทราบไหมว่าทางปฏิบัตินั้น โดยเฉพาะชาวนาผมว่า ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เช่านาเขาทำ ระหว่างที่เงินเข้าบัญชีนั้นนายทุนเจ้าของที่มานั่งรอ อยู่ในธนาคารเรียบร้อย พอเซ็นชื่อก็มาจ่ายเงินข้างหลัง อันนี้ผมติดตามอยู่ครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมกลัวว่าจะบริหารงานคิดว่าจะช่วยชาวนา แต่ที่ไหนได้กลับไปช่วยเจ้าของที่ หรือนายทุนครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่า ปัญหาเรื่องราคาข้าว ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านคงทราบดีแล้วว่าข้าวนั้นต้นทุนไม่ต่ำกว่า ๘,๐๐๐ บาท และข้าวตันหนึ่ง เกวียนหนึ่งมีประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ออกมาเป็นข้าวสารเสียประมาณ ๖๘๐ กิโลกรัม แปรเป็นข้าวสารขายเป็นเงินได้ประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท ออกมาเป็นปลาย เป็นรำ เป็นแกลบ รวมแล้วจะได้ ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แต่ผมเห็นนโยบายรัฐบาลบอกว่า จะให้ได้ข้าว ๑๐,๐๐๐ บาท ถามว่าชาวนาจะอยู่ได้ไหม ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้ารัฐบาลที่มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรจริง ๆ ผมก็ยินดีจะให้ ความร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีประสบการณ์ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ทำหน้าที่เป็น กรรมการนโยบายข้าว กรรมการ คชก. ซึ่งมีเม็ดเงินเอาไปช่วยสินค้าเกษตร ผมทราบดีครับ ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบการใช้เงินดังกล่าว จะเห็นว่าโครงการ แต่ละโครงการนั้นถามว่าดีหรือไม่ ไม่ว่าจำนำ ไม่ว่าประกัน ไม่ว่าจะรวบรวมข้าวเปลือก แต่บุคลากรที่เข้าไปทำนั้นอาจจะมีช่องว่าง ช่องโหว่ ผมเห็นรัฐบาลมีนโยบายบอกว่าจะประกันรายได้ ท่านทราบไหมครับว่าปีนั้นรัฐบาลไหน ไม่ทราบประกันรายได้ รัฐบาลเจ๊งไป ๖๘,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมมีข้อมูลอยู่ในตัวเรียบร้อย เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งต่าง ๆ ที่กราบเรียนมาว่า ไม่ว่าโครงการใดก็ตามถ้าหากว่าท่านควบคุม อย่างดีผมเชื่อว่าโครงการจะประสบความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ารัฐบาลนั้นอาจจะ ถ้าไม่เป็นใจก็ถือว่าไม่ฉลาดทันกระบวนการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นกระทรวงพาณิชย์มีทูตพาณิชย์ อยู่หลายประเทศ เขาเรียกว่าตลาดซื้อขายล่วงหน้า ตั้งแต่ผลิตแปรรูปการตลาด แบบครบวงจร เขาเรียกว่า ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าถ้าบริหาร อย่างมีประสิทธิภาพ ผมมั่นใจว่าพี่น้องเกษตรกรประชาชนจะมีความสุข แต่ที่ผ่านมานั้น พี่น้องก็ทราบดี ท่านประธานก็ทราบดีอยู่แล้วว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรผมเป็นหนี้ถ้วนหน้า หนี้ขณะนี้หนี้ในระบบมีไม่น้อยกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าหนี้มันจะหมดอย่างไร รัฐบาลมีนโยบายหรือไม่ว่าจะแก้ปัญหาหนี้ของพี่น้องเกษตรกร เมื่อ ๒-๓ วันนี้ก็มีชาวนา ที่จังหวัดนครปฐมฆ่าตัวตายเพราะคิดไม่ออก หนี้สินล้นพ้นตัว ตายอยู่ประจำ เพราะฉะนั้น วันนี้อยากให้รัฐบาลเข้าไปศึกษาอย่างแท้จริง อย่างมีคุณภาพ อย่างมีองค์ความรู้ อย่าไปคิดว่า ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา หรือฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ถ้าท่านทั้งหลายยอมรับความจริงและมาทำงาน ร่วมกัน ผมคิดว่าประโยชน์จะได้กับประชาชนทั้งประเทศ ในโอกาสนี้ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ