เลิศรัตน์ ชี้ปัญหากระจายอำนาจ อปท. พร้อมเสนอปฏิรูปพลังงานตามรัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือประเด็นการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการปลดล็อกงบประมาณที่ยังถูกกักไว้ที่ส่วนกลาง พร้อมเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นและการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสังเกตต่อการทบทวนยุทธศาสตร์พลังงาน ทั้งการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐให้ได้ตามรัฐธรรมนูญ และการดำเนินการตามข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดินที่อาจกระทบต่อการลงทุนและเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาว

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสกระผมในการอภิปรายครั้งนี้ กระผมขอฝาก เรื่องสำคัญให้เป็นความหวังของประชาชนกับรัฐบาลชุดนี้ คือเรื่องการกระจายอำนาจ การปกครองตามนโยบายหลัก ข้อ ๑๑.๘ ในทุกมิติ ทั้งอำนาจ หน้าที่ บุคลากร ภารกิจ กิจกรรม แล้วที่สำคัญที่สุดคืองบประมาณ ซึ่งหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคหวงไว้ ไม่ค่อยปล่อยให้ส่วนท้องถิ่น

อีกประเด็นหนึ่งคือประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมี ความสำคัญจำเป็นมาก แต่ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน ซึ่งเรื่องนี้หากดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้ จะช่วยลดและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นเป้าหมาย เป็นวัตถุประสงค์หลักของรัฐบาล ชุดนี้ลงได้อย่างมาก ท่านประธานครับ เรื่องนี้กระผมไม่ได้กล่าวหารัฐบาลชุดที่ผ่านมา เพราะความล่าช้าที่เกิดขึ้นมาจากหลาย ๆ รัฐบาล โดยตั้งแต่มีพระราชบัญญัติกำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งในขณะนั้น ท่านประธานรัฐสภาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วต่อมาก็ได้มีกฎหมายปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรมนัก ท่านประธานครับ ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัดในสมัยที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภา ได้พิจารณากฎหมายเมื่อปี ๒๕๕๒ โดยได้รับ ร่างกฎหมายคงไว้ ซึ่งกรมทางหลวงชนบทของกระทรวงคมนาคมที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมา ทั้ง ๆ มาตรา ๕๔ ของกฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ได้กำหนดให้กรมทางหลวงชนบท ต้องยุบเลิกภายใน ๑๐ ปี ก็คือภายในปี ๒๕๕๕ พอใกล้จะถึงเวลาก็มาขอออกกฎหมาย ขอยกเลิก ซึ่งแนวคิดในวันนั้นรัฐบาลในสมัยนั้นก็ไม่เชื่อมั่นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีความพร้อมในการที่จะบริหารจัดการภาระหน้าที่ต่าง ๆ ได้ จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ไม่ได้พิจารณาเรื่องการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง อบต. ส่วนใหญ่จึงมีสภาพเหมือน เป็ดง่อยอยู่ทุกวันนี้ ท่านประธานครับ จากผลการศึกษาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศของสถาบันพระปกเกล้า และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น กระผมมีข้อเสนอเร่งด่วนที่เสนอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการ กระผม ขีดเส้นใต้ว่า เร่งรัด อยู่ ๔-๕ ประการคือ

ประการแรก ลดบทบาทการปกครองส่วนภูมิภาคให้ประชาชนมีบทบาท ตัดสินอนาคตของเขาเอง

ประการที่ ๒ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น มีกลไกให้ผู้หญิง เข้าสู่การเมืองมากขึ้น ให้ประชาชนมีบทบาทในการกำกับดูแลและตรวจสอบ อาทิ การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในกระบวนการถอดถอนผู้บริหาร และสมาชิกสภาท้องถิ่น

ประการที่ ๓ เร่งรัดการถ่ายโอนอำนาจและภารกิจ โดยพัฒนาบุคลากรของ อปท. ให้มีความรู้ ความสามารถและมีธรรมาภิบาล และมีกลไกในการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน

ประการที่ ๔ จัดทำกฎหมายที่เอื้อต่อการกระจายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพ

ปะการที่ ๕ โอนงบประมาณให้ อปท. อย่างเพียงพอต่อการให้บริการ สาธารณะและจัดทำกิจกรรมสาธารณะ ซึ่งมีข่าวดีในเรื่องนี้อยู่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ คือ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่ง สนช. ได้ออกมา จะมีผล บังคับใช้ตั้งแต่ต้นปีหน้า กำหนดให้ อปท. มีอำนาจจัดเก็บภาษีทั้งหมดในส่วนนี้ในเขตพื้นที่ ของตนเอง ซึ่งยอดรวมการจัดเก็บผมคิดว่ามีหลายหมื่นล้านบาท ก็จะใช้ในการพัฒนาของ อปท. ได้ กระผมหวังว่ารัฐบาลจะได้เร่งรัดการกระจายอำนาจให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วหลังจาก ที่หยุดชะงักมาร่วม ๒๐ ปี ซึ่งประชาชนทั้งประเทศและ อปท. ๗,๘๕๓ แห่ง กำลังรอคอย ความหวังจากรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประเด็นสำคัญสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้เป็นเรื่องพลังงานครับ ด้านพลังงานนั้น เป็นนโยบายหลักที่ ๕.๖.๓ และ ๕.๖.๔ ของนโยบายหลักนี้ ซึ่งปัญหาสำคัญที่ผมคิดว่ายิ่งกว่า ปัญหาเร่งด่วนคือปัญหาด่วนจี๋ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ที่ผ่านมาให้ข้อเสนอแนะกระทรวงพลังงานไว้ ๒ ประเด็น คือ

๑. ให้พิจารณาทบทวนยุทธศาสตร์กระทรวงพลังงาน ๒๕๕๙-๒๕๖๓ กับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พีดีพี (PDP) ๒๕๑๘ ซึ่ง กพช. ให้ความเห็นชอบแล้ว เพื่อกำหนดแนวทางให้รัฐมีสัดส่วนของการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ตามที่ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๖ (๒) กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน ผมขอเน้นว่า ๑๒๐ วัน นี่ก็ล่วงเลยมาประมาณ ๑ เดือนแล้ว

๒. ต้องดำเนินการให้รัฐมีสัดส่วนการผลิตไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ภายใน กำหนดเวลา ๑๐ ปีนับจากปี ๒๕๖๒ โดยปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าเองเพียงแค่ร้อยละ ๓๕

ทั้ง ๒ ประเด็นนี้นับว่าเป็นเผือกร้อนที่ด่วนมาก จึงอยากจะเรียนถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าจะดำเนินการอย่างไรกับข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งต้องชี้แจงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจน แต่ถ้าหากดำเนินการตาม ๒ ข้อนี้ย่อมจะ ก่อให้เกิดความปั่นป่วนในด้านการลงทุนโรงไฟฟ้าและกระทบต่อความมั่นคงด้านการผลิต ไฟฟ้าอย่างแน่นอนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ