วรรณวิภา ไม้สน หารือประเด็นปัญหาที่ประชาชนรอการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องค่าแรง การลดภาษี สวัสดิการมารดาประชารัฐ และการศึกษา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างชัดเจนในนโยบายที่แถลง และเสนอให้ทบทวนการบังคับใช้ระเบียบหาบเร่แผงลอย โดยเปลี่ยนรูปแบบการแก้ไขจาก พ.ร.บ. เป็นเทศบัญญัติเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงระบบสวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิของมารดาและผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะในเรื่องการลาคลอดและการได้รับค่าจ้าง รวมถึงการขาดแคลนบริการรองรับการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่ส่งผลต่ออัตราการเกิดและสังคมสูงวัย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาฟรีในต่างจังหวัด และเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสุขภาพ การศึกษา และความมั่นคงในชีวิตอย่างเท่าเทียม รวมถึงการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ชนบท ทั้งยังเสนอให้รัฐพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานและสร้างสวัสดิการถ้วนหน้า แทนการเน้นลดค่าแรงและภาษีเพื่อดึงดูดนักลงทุนเพียงอย่างเดียว โดยเตือนถึงความเสี่ยงต่อความเหลื่อมล้ำและเรียกร้องนโยบาย
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในสัดส่วนเครือข่ายแรงงาน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันมีความยินดีเหลือเกินที่วันนี้เห็นท่านรัฐมนตรีแล้วก็รัฐบาลทุกท่านมาร่วมแถลงนโยบาย เพราะว่าปัญหาต่าง ๆ พ่อแม่พี่น้องประชาชนรอวันนี้มานานเหลือเกิน แล้วก็อยากทราบว่า รัฐบาลจะดูแลและแก้ไขที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องนี้อย่างไร ดิฉันจะเริ่มเพื่อไม่ให้เป็นการ เสียเวลา เพราะว่าเวลาของประชาชนนั้นไม่สามารถที่จะรออีกต่อไป เนื่องจากมีปัญหา เยอะแยะมากมายเหลือเกินในประเด็นต่าง ๆ นอกจากดิฉันจะสะท้อนปัญหาแล้ว ก็จะนำเสนออีกมุมมองหนึ่งที่หลายท่านไม่เคยได้พูด เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล รวมถึงคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาร่วมกับการบริหารประเทศต่อไป
ประเด็นแรก ในนโยบายของท่านที่มาแถลงนี้ดิฉันยังไม่เห็นในส่วนของเรื่องที่ ประชาชนทวงถามไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง เรื่องการลดภาษี หรือนักศึกษาต่าง ๆ รวมถึง นโยบายที่เกี่ยวกับมารดาประชารัฐที่ถ้วนหน้า ขออนุญาตเอ่ยนาม ครบวงจรเป็นนโยบาย ที่ดิฉันชอบและพร้อมสนับสนุนมาก ๆ ยังไม่เห็นในรายละเอียดของนโยบายที่นำเสนอมานี้
ในประเด็นแรก ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วนว่าแก้ไขอย่างไร วิธีการไหน รวมถึงปัญหาระยะกลางและปัญหาในระยะยาวนะคะว่ารูปธรรมที่แท้จริงนั้น จะแก้ไขและแก้ปัญหาอย่างไร จากที่ดิฉันได้รับเรื่องมานะคะ
ประเด็นแรก ก็คือในเรื่องของนโยบายเร่งด่วน เรื่องที่ ๑ ในการแก้ไขปัญหา การดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะลดข้อจำกัดในการประกอบอาชีพของคนไทย ซึ่งทางรัฐบาลระบุว่าจะทบทวนรูปแบบและมาตรฐานหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะทบทวนแบบไหน อย่างไร ปัญหาเหล่านี้สะสมแล้วก็ เริ่มต้นมาจากการที่มีคำสั่งคืนระเบียบทางเท้า แล้วก็ให้มีการยกเลิกไล่รื้อถอนอย่างจริงจัง หลายร้อยจุด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยได้รับผลกระทบนะคะ ส่วนการแก้ปัญหา ก็ยังไม่ตอบโจทย์มีการใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเรื่องในการทำความสะอาดหรือเรื่องสิ่งแวดล้อม บางที่กลับถูกละเว้น และบางพื้นที่ไม่เข้าข่ายแต่กลับถูกเอาผิด ข้อมูลดิฉันมีเพิ่มเติมจากผู้ที่ ได้ร้องเรียนมานะคะ แล้วก็ไม่ว่าจะยื่นเรื่องไปที่หน่วยงานไหนต่างยืนยันว่าไม่ใช่อยู่ในส่วนที่ หน่วยงานของตัวเองนั้นรับผิดชอบ ทำให้ปัญหาเหล่านี้ยังสะสมมาจนถึงปัจจุบันและยังไม่ได้รับ การแก้ไข ส่วนการแก้ไขเฉพาะหน้านั้นในการจัดพื้นที่ก็ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ กับทั้งผู้ค้าขาย รวมถึงผู้บริโภคได้จริง ดิฉันจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นง่าย ๆ นะคะ อย่างเช่น การที่จะเอาร้านขายของชำไปอยู่ในตลาดสด ประมาณนี้นะคะ ทำให้ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาได้ตรงกับความต้องการของพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ดิฉันจึงมีข้อเสนอเพิ่มเติม สัก ๒-๓ ประเด็นในเรื่องนี้ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่เหล่านี้
ประเด็นที่ ๑ ดิฉันอยากให้ทางท่านประธานฝากไปยังคณะรัฐบาลทบทวน ในเรื่องของการแก้ไขพระราชบัญญัติทั้งฉบับนะคะ เปลี่ยนเป็นการแก้ไขเทศบัญญัติ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากว่าการแก้ไข พ.ร.บ. ทั้งฉบับนั้นไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาทุกจุด ได้เหมือนกันนะคะ เนื่องจากว่าบางพื้นที่จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชุมชน พื้นที่ท่องเที่ยว หรือพื้นที่ท้องถิ่น ซึ่งปัญหาและการแก้ไขก็ควรที่จะเป็นไปอย่างแตกต่างกัน อันนี้ก็ขอให้ประธานฝากให้รัฐบาลพิจารณาด้วยนะคะ
ประเด็นที่ ๒ คือการสร้างมาตรฐานในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขอให้ ตรงกับหลักการแล้วก็หลักกฎหมาย รวมถึงไม่เลือกปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นเวลามีคน ไปยื่นเรื่องก็จะอ้างว่าเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
อีกประเด็นหนึ่งคือการแก้ไขปัญหาและการรองรับก่อนที่จะมีการเวนคืน หรือการโยกย้าย ให้พิจารณาตามพื้นที่และจุดขายที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการ ของผู้บริโภค รวมถึงผู้ขายได้อย่างตรงกัน
ประการต่อมา ในนโยบายเร่งด่วน เรื่องที่ ๒ ของรัฐบาล คือเรื่อง การปรับปรุงระบบสวัสดิการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยปรับปรุงระบบ สวัสดิการและเบี้ยยังชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้ รวมถึงผู้ด้อยโอกาสและขยายไปจนถึงกลุ่มมารดา ประเด็นนี้ดิฉันจะไล่ไปทีละประเด็น รวมถึงว่าปัญหาที่มีปัจจุบันนี้มันคืออะไร แล้วก็อาจจะมีนำเสนอวิธีแก้ไขเพื่อให้ประกอบ การพิจารณาในการบริหารที่จะเกิดในอันใกล้นี้นะคะ เริ่มจากการตั้งครรภ์หรือมารดา ปัจจุบันมีการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานปี ๒๕๔๑ ให้มีการลาคลอดเพิ่มขึ้น จริงนะคะ ฟังแล้วดูดีเหมือนจะเป็นคุณแม่ที่ได้รับวันพักผ่อนมากขึ้น ได้อยู่กับลูกมากขึ้น แต่ในข้อนี้ก็ไม่ได้ระบุว่าลูกจ้างที่ได้วันลาคลอดเพิ่มขึ้นมาจะได้รับค่าแรงในวันที่ลาคลอด หรือไม่ นี่คือความไม่ชัดเจนของวันลาคลอดนะคะ เป็นแบบนี้แล้วดิฉันเชื่อเหลือเกินว่า ไม่มีคุณแม่ที่ไหนที่จะหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างหรือรอความชัดเจนเรื่องนี้ อาจจะต้อง มาทำงานก่อนเวลากำหนดเพื่อต้องหาเงินเลี้ยงลูกนะคะ ยิ่งคนที่ทำงานอยู่นอกระบบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนะคะท่านประธาน ได้ทำงานไปอุ้มท้องไปแล้วก็เลี้ยงลูกไปแน่ ๆ ถ้ายัง ไม่ชัดเจนแบบนี้ ในประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเด็กแรกเกิดซึ่งนโยบายยังไม่รู้ว่าจะตรงกับ ที่ทางฝ่ายรัฐบาลได้หาเสียงไว้หรือไม่ เพราะว่าในนี้ไม่ได้มีระบุ ในปัจจุบันจะมีเพียง ในระบบประกันสังคมและอื่น ๆ ที่ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูลูกจนถึง ๖ ขวบ ๖๐๐ บาท แต่ในหลัก ความเป็นจริงแล้วการเลี้ยงลูก ๑ คน ใช้ค่าใช้จ่ายต่อ ๑ ปี ไม่ต่ำกว่าปีละ ๕๐,๐๐๐ บาท เป็นอย่างต่ำ นั่นทำให้สังคมไทย ท่านประธานคะ สังเกตหรือไม่ว่าอนาคตเราเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุขึ้นเรื่อย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำนี้ว่า มีลูก ๑ คน จนไป ๗ ปี นี่คือสิ่งที่ประชาชน ส่วนใหญ่คิดว่าการที่จะมีลูก ๑ คน มันหมายถึงการบั่นทอนชีวิตของตนเองและลูก ที่จะเติบโตขึ้นไปในอนาคต เพราะว่ายังไม่มีสวัสดิการอะไรที่รองรับในเรื่องของตรงนี้ ทำให้เด็กที่เกิดมาในแต่ละปีมีจำนวนที่ลดลง โดยเฉลี่ยแล้วก็ ๗๐๐,๐๐๐ คนต่อปีเท่านั้น และเข้าสู่ในสังคมที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น
ประเด็นต่อมา ในเรื่องของเด็กที่จะเข้าสู่วัยเรียนหรือควรที่ได้รับการศึกษา ที่ฟรีและฟรีจริง ดิฉันจะไม่แตะประเด็นนี้มาก เพราะมีผู้ที่เชี่ยวชาญกว่าดิฉันจะมาพูดถึง รายละเอียดประเด็นเรื่องนี้ แต่ดิฉันอยากให้ฟรีก็คือฟรีจริง จะสังเกตได้ว่าในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการยุบโรงเรียนหรือการย้ายโรงเรียนจากที่มีเด็กนักเรียนน้อยไปสู่โรงเรียน ที่มีเด็กนักเรียนเรียนมาก แต่พ่อแม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเดินทางของลูกเอง แล้วก็ ต้องย้ายโรงเรียนไปเอง อันนี้ทำให้นอกจากจนแล้วชีวิตก็ยังติดลบลงไปอีกนะคะท่านประธาน
ประเด็นต่อมานะคะ เบี้ยยังชีพของประชาชนที่จะใช้จริง ๆ ดิฉันชอบ นโยบายของท่านมากเลยในเรื่องที่ใช้คำว่า ถ้วนหน้า อันนี้ถือว่าเป็นนโยบายที่ก้าวหน้ามาก ในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาเท่าที่ดิฉันเคยพบเจอมานะคะ ในแต่ละพื้นที่ที่มีการทำงานกันจนไม่มี เวลาดูแลสุขภาพตัวเอง เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากที่จะเจ็บป่วย ไม่มีใครอยากจะเข้า โรงพยาบาล แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในประเทศซึ่งยังคงทำงานหนักขึ้น สัปดาห์หนึ่งเฉลี่ย บางคนไม่ต่ำกว่า ๗๒ ชั่วโมง เขาเหล่านั้นจะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายคะ เขาเหล่านั้น จะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลครอบครัว ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและ เป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ่ในประเทศยังอยู่ในสภาวะแบบนี้ นโยบายของรัฐบาลดีค่ะ แต่อยากให้ชัดเจนมากขึ้นว่าท่านจะแก้ไขเร่งด่วนแบบไหน จะถ้วนหน้าอย่างที่ท่านได้พูดไว้ หรือไม่ ดิฉันก็เรียนฝากท่านประธานไปถามคณะรัฐมนตรีด้วยนะคะ แล้วก็ในประเด็นที่ไม่ว่า จะเป็นผู้สูงอายุ หรือที่ท่านอภิปรายมาว่าจะเป็นผู้ด้อยโอกาสหรือผู้ยากไร้นั้น ดิฉันขอเรียน แบบนี้ว่า เราไม่มีใครอยากเป็นผู้มีรายได้น้อย ไม่มีใครที่อยากจะเป็นผู้ยากไร้ แต่สิทธิตรงนี้ ที่ดิฉันอยากให้รัฐบาลไม่ว่าคุณจะเรียก รัฐสวัสดิการหรือสวัสดิการแห่งรัฐ ก็หมายถึงการดูแล จากรัฐนั่นเอง ดิฉันจึงอยากให้ท่านพิจารณาในเรื่องสิทธิที่ประชาชนทุกคนจะได้รับ อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน อีกทั้งยังสอดคล้องต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔ ด้วยนะคะ แล้วก็ในเรื่องของการเข้าถึงในด้านโอกาส เข้าถึงในด้านการรักษา ท่านประธานลองนึกตาม ดิฉันนะคะ ในอนาคตดิฉันก็ไม่รู้ว่าอย่างดิฉันแล้วท่านประธานเองจะเป็นบุคคลที่ล้มละลาย เมื่อไร แต่อย่างน้อยบั้นปลายชีวิตขอให้มีความมั่นคงในชีวิต มีความมั่นใจว่าในอนาคต ถึงแม้ตัวดิฉันหรือท่านประธานเองจะไม่มีเงินรองรับในอนาคต แต่สามารถส่งลูกเข้าถึง การศึกษาที่ฟรีและมีคุณภาพได้ สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ถ้วนหน้าและเท่าเทียม กับผู้อื่นได้ เป้าหมายปลายทางในระยะยาวอยากให้ประชาชนทุกคนได้รับถึง การรักษาพยาบาลอย่างฟรีแล้วก็เท่าเทียมกันกับในกลุ่มคนอื่น ๆ มีความเชื่อเหลือเกินว่า แต่ละพื้นที่ในชนบท การขาดหมอ พยาบาล และบุคลากร ยังมีอยู่อีกมาก ความแออัด ในโรงพยาบาลยังมีอีกเยอะ สิ่งเหล่านี้จะขอนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหานะคะ อย่างเช่นข้อเรียกร้องการที่พยาบาลบอกว่า ต้องให้บรรจุปีละ ๑,๐๐๐ คน โอเค (OK) รัฐบาลที่ผ่านมาอาจจะอ้างว่าเราไม่มีงบประมาณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าดูตัวเลขจริง ๆ แล้ว งบประมาณมีอยู่เพียงหลักร้อยล้านบาทเท่านั้นนะคะ แต่ผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่จะเข้าถึงการรักษา เข้าถึงบุคลากร หมอ และพยาบาลนั้นมีมากกว่าเสียอีกนะคะ การที่เอางบเพียงหลักร้อยล้านบาทไปบรรจุหมอ พยาบาลนั้น ยังดีเสียกว่าที่จะต้องมาจ่ายเงินเดือนข้าราชการแพง ๆ หรือนายพลที่มีเยอะ เกินไปในประเทศเราอีกด้วยนะคะ
ประเด็นต่อมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องนโยบายเร่งด่วนเรื่องที่ ๕ นะคะ การยกระดับศักยภาพของแรงงาน ยกระดับรายได้ค่าแรงแล้วก็กลไกในการปรับอัตราค่าจ้าง ที่สอดคล้องกับสมรรถนะ นอกเหนือจากเรื่องค่าแรงแล้ว ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าคนที่ ทำงานนั้นอยากมีความมั่นคงในชีวิต อยากมีความมั่นคงในหน้าที่การงานมากเสียยิ่งกว่า ค่าแรงที่สูง แต่เวลาเดินไปหน้าปากซอยนี่ ๓๐๐ บาทก็หมดแล้วต่อวัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ความมั่นคงในอาชีพการงานแล้วก็สิ่งที่จะตอบโจทย์ของประชาชนในอนาคตได้ ดิฉันอยาก เสนอเพิ่มเติมและให้ท่านช่วยพิจารณาเพิ่มเติมอีกนิดนะคะ ในเรื่องของประเด็น ที่จะมีหลาย ๆ กลุ่มที่มีสวัสดิการที่จะเอื้อต่อนักลงทุนหรือต่าง ๆ มากมายในประเทศ ท่านพูดบ่อยครั้งนะคะว่าบ้านเรามีค่าแรงที่สูงถ้าเทียบกับประเทศเวียดนามหรือประเทศ เพื่อนบ้านนะคะ ในทางกลับกันดิฉันอยากให้ทางท่านลองเทียบดูกับประเทศไต้หวันหรือ ประเทศเกาหลีใต้ที่เขามีค่าแรงที่ดีกว่า สวัสดิการที่ดีกว่า ขนส่งคมนาคมในประเทศที่ดีกว่า นอกจากการลดหย่อนสิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้นายทุนแล้ว สิ่งอื่น ๆ ก็สามารถดึงดูดนักลงทุนได้ เช่นกันนะคะ ไม่ใช่เฉพาะแค่เอื้อประโยชน์ ในทางกลับกันนะคะ ถ้าลองคิดประเมินดี ๆ แล้ว เรานำเงินที่ไปเอื้อสิทธิประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่าง ๆ เหล่านั้นกลับมาสร้างสวัสดิการที่ถ้วนหน้า และครบวงจรให้กับประชาชนจะดีกว่าหรือไม่ อันนี้คือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไปยังรัฐบาล หมายถึงว่าการพัฒนาภายในประเทศนะคะ ให้ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต ให้ทุกคน มีศักยภาพในการใช้ชีวิตและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานของตนเองไปในอนาคตที่จะต้อง พัฒนาไปควบคู่กับเศรษฐกิจ ดังนั้นการที่จะต้องกดค่าแรงให้ต่ำลงและลดภาษีต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุน แล้วปล่อยให้ประชาชนส่วนใหญ่แบกรับภาระทั้งหมดไว้แบบนี้ จะเสี่ยงต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำในอนาคตหรือไม่ เรื่องนี้ก็อยากให้พิจารณานะคะ ถ้าเราเปลี่ยนแปลงงบประมาณตรงนี้และพัฒนาจากทางด้านในไปสู่การควบคู่กับ ต่างประเทศจะดีหรือไม่ ลองพัฒนาจากภายในเพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรม เทคโนโลยีหรือ คุณภาพชีวิตให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงในชีวิต ไม่ต้องถูกตีตรา หรือถูกพิสูจน์ความจนนะคะ จึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ขอเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาดูว่า ควรจะปรับเปลี่ยนหรือพิจารณาทบทวนเรื่องนี้ใหม่อย่างไรหรือไม่นะคะ
สุดท้ายนี้ดิฉันขอเสนอเพิ่มเติมว่า ทางเลือกเหล่านี้การที่รัฐจะเลือกให้ เศรษฐกิจโตโดยที่กดคนส่วนใหญ่ในประเทศไว้หรือจะทำให้ทั้งเศรษฐกิจและประชาชน เติบโตไปด้วยกัน แบบไหนจะดีกว่ากันคะ เพราะดิฉันมีความเชื่อเหลือเกินว่าถ้าประชาชน ในประเทศมีความมั่นคง รวมถึงทั้งประเทศและรัฐก็น่าจะมั่นคงไปด้วยนะคะ เพราะว่า ทุกวันนี้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนลำบากแสนสาหัสเหลือเกิน รอการแก้ไขจากรัฐบาล ที่จะเข้ามาบริหารประเทศอยู่นะคะ ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าการที่จะให้สวัสดิการดี ๆ ทุกอย่าง แก่นายทุน และรอให้เขาได้กำไรผลประโยชน์จากทรัพยากรในประเทศและเป็นน้ำไหลริน ลงมาสู่ประชาชนด้านล่างนั้น ดิฉันคิดว่าเป็นแบบนี้มานานเกินไปและควรจะหาวิธีที่แก้ไข เพื่อที่จะให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าปัญหามีมากเหลือเกิน ดิฉันขอเป็นตัวแทนประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่จะมาสะท้อนปัญหาเหล่านี้และฝาก ท่านประธานไปให้คณะรัฐมนตรีที่จะบริหารประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ พิจารณาและ ทบทวนที่จะดำเนินการบริหารประเทศต่อไปนะคะ
สุดท้ายนะคะ ไม่ว่าอยากได้ยินนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ำของประชาชนมากขึ้นนะคะ ว่าท่านจะแก้แบบไหน อย่างไร ในระยะเร่งด่วน รวมถึงระยะกลาง และระยะยาว ว่าท่านจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรที่เป็นรูปธรรม และประชาชน จะได้อะไรจากการที่เลือกท่านมาเป็นตัวแทนของพวกเขาเหล่านี้
ฝากสุดท้ายนะคะ ถ้าเกิดว่านโยบายดี ๆ ที่ทางรัฐบาล ถึงแม้ดิฉันและ พรรคอนาคตใหม่จะเป็นตัวแทนของฝ่ายค้าน แต่ถ้าท่านมีนโยบายที่เอื้อประโยชน์สูงสุด ต่อประชาชนที่ถ้วนหน้าที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์จริง ดิฉันและพรรคอนาคตใหม่ พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ดีที่สุดนะคะ ต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบายหรือด้านอะไรที่เรามีเราพร้อมที่จะให้ข้อมูล ถ้าเป็นประโยชน์สูงสุด แต่การบริหารงานและประชาชนทั้งประเทศนะคะ การที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ต้องแบกรับภาระตัวเองเหล่านี้มาหลายสิบปี รวมถึงค่าแรงที่เข้าไม่ทันกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น การตรึงค่าแรงไว้เป็นสิบปีแล้วจะกระโดดขึ้นทีเดียวเป็น ๑๐๐-๒๐๐ บาทนั้น แน่นอนธุรกิจ เล็ก ๆ มีปัญหาแน่ ฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันอยากให้เติบโตควบคู่กันไป ไม่ใช่แค่เฉพาะธุรกิจ หรือนักลงทุนที่จะมาลงทุนในประเทศ ดิฉันอยากให้เติบโตควบคู่กันไปกับการเติบโตของ ประชาชน การที่จะเห็นประชาชนลืมตาอ้าปากและมีงานทำควบคู่ไปกับมีนักลงทุน ในประเทศ ควบคู่กับการที่ประชาชนคนรากหญ้าจะมีงาน เป็นเจ้าของเป็นคนลงทุนเองบ้าง และพัฒนาจากด้านในขึ้นไปบ้างนะคะ ฝากทางรัฐบาลให้ช่วยพิจารณาด้วยนะคะ ประชาชน รอฟังสิ่งเหล่านี้อยู่ เพราะว่าได้รับร้องเรียนมานานเหลือเกิน
สุดท้ายและสุดท้ายนะคะ ดิฉันมีความเชื่อว่า ไม่ว่าท่านจะมาจากที่ไหน หรือต่างที่อย่างไรนะคะ เราในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทยนั้น มีหน้าที่ที่จะดูแลสุข ทุกข์ ของประชาชน อย่าเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าชีวิตประชาชนในประเทศมีความมั่นคงมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศชาติหรือความมั่นคง ของรัฐก็จะมั่นคงควบคู่ไปด้วยเช่นกัน ขอบคุณท่านประธานค่ะ