เลิศศักดิ์ หารือการเกษตร-ยางพารา จี้ชัดเจนเป้าหมาย-ป้องทุจริต

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล หารือปัญหานโยบายการเกษตรของรัฐบาล โดยเฉพาะการประกันรายได้และราคาเป้าหมายยางพารา พร้อมตั้งข้อกังวลต่อความชัดเจนของเป้าหมายและข้อจำกัดด้านงบประมาณ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น ถนนพาราซอยล์ซีเมนต

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้สิทธิอภิปราย ในเรื่องของการพัฒนาภาคเกษตรและการส่งเสริมเกษตรกร ซึ่งรัฐบาลกรุณาบรรจุไว้ ในนโยบายหลัก ๑๒ ด้าน ข้อ ๕.๓.๑ เรื่องการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และนโยบายเร่งด่วนในข้อ ๔ เรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรและการส่งเสริมการใช้ยางพารา ในอุตสาหกรรมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งจากการที่ได้อ่านนโยบาย โดยละเอียดพบว่านโยบายของทางรัฐบาลค่อนข้างที่จะกว้างมากครับ ยังจับต้องไม่ได้ แต่ก็อาจจะเป็นเพื่อประโยชน์ในการยืดหยุ่นของทางรัฐบาลเอง ซึ่งในช่วงของการรณรงค์ หาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายในการหาเสียงบอกว่า จะกำหนดเป้าหมาย ราคายางพาราไว้ที่กิโลกรัมละ ๖๐ บาท แล้วยังกำหนดอีกว่าจะทำทันทีภายใน ๑๘๐ วัน ที่ได้เป็นรัฐบาล ผมเองก็ได้ดูนโยบายของทางพรรคร่วมรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของยางพารา อย่างเช่นนโยบายของทางพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ประกาศไว้ต่อพี่น้องประชาชนในช่วงเลือกตั้งบอกว่าจะประกันรายได้ในส่วนของ ยางพาราที่กิโลกรัมละ ๖๐ บาท ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็เช่นเดียวกัน ก็กำหนดไว้ว่า จะเป็นการชดเชยราคาในส่วนของยางพาราที่กิโลกรัมละ ๖๕ บาท ท่านประธานครับ ในส่วนของนโยบายของรัฐบาลนั้นไม่ได้ระบุเงื่อนไขของเวลา แล้วก็ไม่ได้ ระบุเป้าหมายของราคาไว้เลย มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงเรื่องนี้ฝากไปที่รัฐบาลว่า อยากให้ระบุในส่วนของราคาเป้าหมายเพื่อให้เกิดความสบายใจในส่วนของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายที่กำหนดไว้ในเรื่องเร่งด่วน ๑๒ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมเดาว่าท่านจะต้องดำเนินการภายใน ๑ ปี แต่ผมไม่มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะรอได้ หรือไม่ อยากขอความกรุณาจากรัฐบาลว่าให้เร่งดำเนินการภายใน ๖๐ วัน ๓๐ วันโดยเร็ว ที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นห่วงแล้วก็ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์จะแก้ปัญหา แล้วก็ทำนโยบายเรื่องของการเกษตรประสบความสำเร็จ ได้หรือไม่ เมื่อวานนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้กรุณา ชี้แจงในหลายเรื่อง ผมดูมาตรการที่ทางรัฐบาลจะดำเนินการ มีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกเป็น มาตรการเรื่องการประกันรายได้ แล้วก็การชดเชยรายได้ เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการส่งเสริม การใช้ยางพาราในประเทศในภาคอุตสาหกรรม แล้วก็การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ประเทศ ท่านประธานครับ ในส่วนของการประกันรายได้ ในนโยบายหาเสียง ท่านได้กำหนด ไว้ที่ ๖๕ บาท หรือ ๖๐ บาท นี่ผมยกตัวอย่างในส่วนของยางพารา ซึ่งท่านจะต้องใช้เงิน ชดเชยทั้งสิ้น ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สำหรับยางพาราที่ผลิตออกมาในแต่ละปี ๔.๓ กว่าล้านตัน ท่านประธานครับ ท่านยังต้องใช้เงินในการชดเชยสินค้าเกษตรประเภทอื่นอีก ที่ระบุไว้ ในนโยบายรวมถึงยังต้องอุดหนุนในโครงการอื่น เช่น โครงการเบี้ยยังชีพ โครงการมารดา ประชารัฐ ค่าแรงขั้นต่ำ รวมเป็นเงินที่รัฐบาลจะต้องใช้ในการชดเชยและอุดหนุน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล ผมว่า ค่อนข้างที่จะลำบาก

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ เพื่อลดภาระ ในส่วนของการส่งออก ขออนุญาตย้อนกลับไปว่าในปี ๒๕๕๗ รัฐบาลเคยตั้งเป้าหมายในการ ดูดซับสภาพคล่องน้ำยางออกจากระบบเพื่อให้ซัปพลาย (Supply) ลดลงในการรักษา เสถียรภาพราคายางพารา ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๗ รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา ยางพาราในระยะยาว โดยกำหนดว่าเป้าหมายร้อยละ ๓๐ ที่จะใช้ในประเทศ ปรากฏว่าปี ๒๕๕๗ มีสัดส่วนการใช้ยางพาราเพียงแค่ ๑๒.๕๑ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๘ ๑๓.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๙ ๑๓.๖๐ เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญในปี ๒๕๖๐ ใช้เพียงแค่ ๑๒.๗๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ใช้น้อยมากต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลที่ผ่านมาคาดหวังไว้ แล้วก็มี ความพยายามที่จะเอาเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นำมาใช้ ซึ่งใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องกันเงินงบประมาณ ส่วนนี้ไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของท้องถิ่นเอง ทำให้เหลือเงินงบประมาณ อยู่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เพื่อใช้ในการก่อสร้างปรับปรุงถนน ซึ่งที่เรียกว่า พาราแอสฟัลติกหรือพาราซอยล์ซีเมนต์ รวมถึงการปรับปรุงสนามกีฬาบล็อกยางปูพื้น สนามเด็กเล่นต่าง ๆ เหล่านี้ ในปี ๒๕๖๑ รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าจะใช้น้ำยางในประเทศ ๙๗,๙๒๐ ตัน แต่ทำได้จริงเพียงแค่ ๒๒,๐๐๐ กว่าตันเท่านั้นเอง ต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นจำนวนมาก ปัญหาอุปสรรค ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่สามารถไปบังคับให้ท้องถิ่น ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่รัฐบาลต้องการได้ เพราะท้องถิ่นมีอิสระในการทำงาน สิ่งที่ควรจะทำก็คือว่ารัฐบาลควรจะมีมาตรการ เป็นมาตรการจูงใจให้ท้องถิ่น ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าท้องถิ่นใดทำโครงการพาราแอสฟัลติกหรือโครงการพาราซอยล์ซีเมนต์ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ควรจะให้เงินอุดหนุนเป็นเงินกรณีพิเศษเข้าไป ทำโครงการเสริมเข้าไปได้อีก ลักษณะเช่นนี้ครับท่านประธาน ในปี ๒๕๖๒ ปลายปี ๒๕๖๑ เกิดไอเดีย (Idea) ของรัฐบาลครับ ที่ต้องการช่วยดูดซับสภาพคล่องของน้ำยางพารา ในระบบ โดยการเอาน้ำยางสดไปผสมทำถนนที่เรียกว่า ถนนพาราซอยล์ซีเมนต์หรือพาราดิน ซีเมนต์ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว ท่านประธานครับ ใช้โครงการนี้ ชื่อว่า โครงการ ๑ หมู่บ้าน ๑ กิโลเมตร ระยะทางรวม ๗๕,๐๓๒ กิโลเมตร และใช้น้ำยางสด ๑,๔๐๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็นสัดส่วน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำยางในประเทศในแต่ละปี อันนี้ดูเหมือนจะดีครับ แต่ยังไม่ทันเริ่มต้นในการทำโครงการหรือทำไปบ้างแล้วเกิดการ ร้องเรียนเรื่องการทุจริตครับ เป็นการทุจริตเรื่องของมาตรฐานน้ำยางผสม ที่เรียกว่า น้ำยาดัดแปร ซึ่งมีเพียง ๓ บริษัทเท่านั้นเองที่ผ่านมาตรฐานนี้ อันนี้ก็ฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยกันดูแลในส่วนนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ