ภราดร สนับสนุนนโยบายรัฐบาล เห็นด้วยเน้นเกษตรกรไม่เป็นภาระงบ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ภราดร ปริศนานันทกุล หารือนโยบายการเกษตรของรัฐบาล โดยเห็นด้วยกับการช่วยเหลือเกษตรกรในระยะสั้น แต่เสนอให้มีกลไกระยะยาวผ่านการแบ่งปันกำไร (Profit Sharing) อย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ขาย โดยใช้โมเดลอ้อยและน้ำตาลเป็นตัวอย่างเพื่อปรับใช้กับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในอันดับแรกต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ได้มีโอกาสร่วมอภิปรายในนโยบายรัฐบาล ที่วันนี้ทางรัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ผมเรียน กับท่านประธานว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ หลังจากทางที่ทางรัฐบาลนั้นได้แถลงนโยบาย เสร็จสิ้น ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกินพรุ่งนี้ นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะสามารถที่จะทำงานได้ อย่างเต็มที่ เต็มรูปแบบ ผมเชื่อว่าหลังจากที่ผมและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเขาเฝ้ารอ มาตลอดระยะเวลา ๔ เดือนเต็ม ๆ หลังจากที่มีการเลือกตั้ง เขาเฝ้ารอว่าเมื่อไรที่จะมีรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วมาทำหน้าที่ในการที่จะแก้ไขปัญหาในประเทศให้กับเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องปากท้อง ผมเป็นผู้แทนเขตครับ ผมไปที่ไหนก็มีแต่ พี่น้องประชาชนบ่นให้ฟังแล้วก็ถามหาว่า เมื่อไรจะได้รัฐบาล และเมื่อไรรัฐบาลจะแก้ไขปัญหา เรื่องปากท้องให้เขาเสียที ผมได้เห็นท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายเมื่อเช้า และได้รับ หนังสือเล่มนี้ ได้เปิดอ่านก็ดีใจที่ทางรัฐบาลได้เห็นถึงความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนา ภาคการเกษตร ท่านลงเอาไว้เป็นนโยบายหลักข้อ ๕.๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนแรก ๕.๓.๑ นโยบายท่านเขียนเอาไว้ว่าจะรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและรายได้ให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๖ พืชเศรษฐกิจหลัก โดยผ่านเครื่องมือและมาตรการที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือจะไม่เป็นภาระกับงบประมาณของแผ่นดินมากนัก อันนี้คือ หัวใจครับ ท่านประธานสังเกตดูช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายรัฐบาลที่ผ่านมา วิธีการแก้ไข ปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร วิธีการของรัฐบาลแต่ละรัฐบาลนั้นเหมือนกัน คือพยายามที่จะแก้ไขปัญหาในระยะสั้น นั่นก็คือใช้เงินงบประมาณมหาศาล บางปี หลายหมื่นล้านบาท และบางปีก็เป็นแสนล้านบาท นี่คือวิธีการแก้ไขปัญหาในรัฐบาล ที่ผ่านมา ซึ่งผมบอกว่าเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นทั้งสิ้น ผมยินดีที่เห็นข้อความนี้ ปรากฏขึ้นในข้อความแถลงนโยบายของทางรัฐบาล หมายความว่าทิศทางนโยบายในอนาคต ของรัฐบาลนี้จะพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงราคาของตลาด เข้าไปแทรกแซงราคา ของพืชผลทางการเกษตรให้น้อยลง แต่อย่างไรก็ดีในนโยบายเร่งด่วนข้อ ๔ ซึ่งอยู่หน้า ๓๑ ท่านก็กำหนดเอาไว้ว่าจะมีการประกันรายได้ จะมีการช่วยแทรกแซง ซึ่งนั่นก็คือ การแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรนั่นละ ผมยังเห็นด้วยที่ในช่วงแรก ๑ ปีหรือ ๒ ปี แรกของทางรัฐบาล ท่านจะพยายามช่วยเหลือเยียวยา และพยายามที่จะแทรกแซง ราคาพืชผลทางการเกษตรในอันดับต้นก่อน เพราะขณะนี้ต้องยอมรับครับว่าราคาพืชผล การเกษตรตกต่ำจริง ๆ และเราไม่สามารถที่จะวางรากฐาน แล้วทำให้สำเร็จลุล่วงได้ภายใน ๑ ปี เพราะฉะนั้นนโยบายเร่งด่วนที่กำหนดเอาไว้ในข้อ ๔ ยังมีความจำเป็นและผมเห็นด้วย แต่อย่างไรก็ดีการทำนโยบายระยะสั้น ขณะเดียวกันเราจะต้องคิดหากลไกในการที่จะ วางแผนในระยะยาวด้วยเช่นเดียวกัน กลไกที่จะทำให้เสถียรภาพของราคา เสถียรภาพ ของรายได้ของพี่น้องเกษตรกรเขามีความยั่งยืน เขามีความมั่นคง กลไกที่ว่าท่านไม่ได้เขียน ระบุเอาไว้ชัดเจนในตัวนโยบาย ผมจึงขอนำเสนอกับทางท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลว่า ทางพรรคภูมิใจไทยเรามีแนวคิด วิธีการคิดที่จะหากลไกเพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแต่ใช้เงินแสนล้านบาท หลายหมื่นล้านบาทในแต่ละปีเพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้น เท่านั้น เรามีแนวคิดเรื่อง โพรฟิต แชริ่ง (Profit Sharing) หรือที่เรียกว่า กำไรแบ่งปัน เรื่องนี้ นโยบายนี้ แนวคิดนี้คือการเอากำไร เอาผลประโยชน์ของทั้งระบบของภาคการเกษตรเอามา แบ่งปันกันใหม่ จัดสรรกันใหม่ ระหว่างผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ขาย ผมยกตัวอย่างข้าว ที่ผ่านมานี้เราจะเห็นนะครับ ยกตัวอย่างในอุตสาหกรรมข้าว อุตสาหกรรมข้าวจะมีผู้ผลิตคือ ชาวนา ผู้แปรรูปคือโรงสี และผู้ขายคือผู้ส่งออกหรือผู้ผลิตข้าวถุง ท่านประธานจะเห็น เลยครับว่าโรงสีก็ดี หรือผู้ส่งออกก็ดี เราไม่เคยเห็นโรงสีจนหรือโรงสีเจ๊ง และเช่นเดียวกัน เราไม่เคยเห็นผู้ส่งออกจนหรือผู้ส่งออกเจ๊ง ในเส้นทางการผลิต ในเส้นทางอุตสาหกรรมนี้ คนที่เจ๊งมีคนเดียว คือเกษตรกร คือชาวนา นั่นมันส่งสัญญาณอะไร ส่งสัญญาณว่า อุตสาหกรรมนี้มันไม่ได้เจ๊งทั้งระบบ มันเจ๊งเพียงตัวคนเดียวคือผู้ผลิต เพราะฉะนั้นมันเกิด ความผิดพลาดขึ้นในการจัดสรรแบ่งสรรกำไร เราจึงจำเป็นที่จะต้องมาจัดสรรและแบ่งสรร กำไรกันใหม่ให้มีความเหมาะสม และให้มีความยุติธรรมสำหรับผู้เล่นทั้ง ๓ ตัว พวกผม พยายามที่จะยกโมเดล (Model) ของอ้อยและน้ำตาลเอามาเป็นตัวอย่างเพื่อที่จะให้ พืชชนิดอื่นนำไปศึกษาและเอาไปปรับใช้ อ้อยและน้ำตาลเขาทำอย่างไร อ้อยและน้ำตาล เขามีพระราชบัญญัติรองรับเฉพาะของเขาโดยที่กำหนดสัดส่วนเอาไว้ชัดเจน แบ่งสรร ผลประโยชน์ แบ่งสรรกำไรกันชัดเจนว่ากำไรจากการขายน้ำตาล ๗๐ เปอร์เซ็นต์จะต้องถูกแบ่งคืน กลับไปให้ผู้ผลิตคือชาวไร่อ้อย ส่วนอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของกำไรจากการขายน้ำตาลจะให้กับ ผู้ผลิตหรือโรงงานน้ำตาล นี่คือโมเดล (Model) ของอ้อยและน้ำตาล ผมอยากจะนำเสนอ ท่านประธานถึงรัฐบาลว่าเราสามารถที่จะนำโมเดล (Model) แบบนี้ไปใช้กับพืชเศรษฐกิจ หลักตัวอื่นอีก ๕ ชนิดได้ จึงนำเสนอกับท่านประธานแบบนี้ครับ ผมใช้โอกาสตรงนี้สั้น ๆ ในท้ายที่สุดครับ เรียนกับท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่า หลังจาก ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านแถลงนโยบายของรัฐบาลเสร็จสิ้นเมื่อเช้า และผมเองได้มีโอกาส อ่านทั้งหมด ๓๕ หน้า เป็นนโยบายที่สวยงาม เป็นนโยบายที่งดงาม เป็นนโยบายที่สวยหรู ๓๕ หน้า แต่ผมบอกกับท่านประธานครับ มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าหากว่า เราไม่สามารถที่จะแปรเปลี่ยนนโยบายหรือความคิดที่มีอยู่ใน ๓๕ หน้านี้ให้เกิดขึ้น เป็นรูปธรรมได้ ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรีพูดหลายครั้งว่าสภาไม่ต้องมาล้มผม สภาอย่ามา ล้มรัฐบาล ผมก็เรียนกับท่านประธานว่าไม่มีใครล้มรัฐบาลได้หรอกครับ คนที่จะล้มรัฐบาลได้ คือรัฐบาลเองนั่นละ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถที่จะแปรเปลี่ยนนโยบายที่สวยงามหรือสวยหรู ทั้ง ๓๕ หน้า ที่ผมได้บอกไปเมื่อสักครู่ นั่นละครับมันจะเป็นจุดจบของรัฐบาล ผมถือโอกาส ตรงนี้ในท้ายที่สุดเป็นกำลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรี ให้กับคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ที่จะช่วยกันนำพานโยบายทั้งหมดเหล่านี้ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เพราะผมเชื่อว่าถ้าหากว่า นำทั้งหมด ๓๕ หน้านี้ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้ ประเทศไทยพี่น้องประชาชน จะหลุดออกจากวงจรความยากจน และมันจะสามารถนำพาประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ได้อย่างมั่นคง ผมถือโอกาสตรงนี้เป็นกำลังใจให้กับรัฐบาล ขอบพระคุณครับ