ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หารือประเด็นการประชุมร่วมสองสภานัดสำคัญตามรัฐธรรมนูญ วิพากษ์นโยบายรัฐบาลที่ขาดตัวชี้วัดและระยะเวลาชัดเจน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งในการกำกับทิศทางเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยพูดถึงปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และราคาพืชผลตกต่ำที่กระทบเกษตรกร พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิรูปประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนผ่านร่างกฎหมายสำคัญ 4 ฉบับเพื่อประโยชน์ของประเทศและมวลมนุษยชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เป็นวันที่สำคัญมากครับ เขาถึงกำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ ให้มีการประชุมร่วม ๒ สภา ก็คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ประชุมร่วมกันครับ รัฐธรรมนูญยังกำหนดต่อไปใน มาตรา ๑๖๒ ว่าการแถลงนโยบาย ของรัฐบาลจะเป็นความสมบูรณ์ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป วันนี้ครับ รัฐบาลมาบอกกับสภาแห่งนี้ มาบอกกับพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลจะกระทำอะไร เมื่อไร และกระทำอะไรก่อนหลัง นโยบายเล่มนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ๖๖ หน้า ถึงแม้จะเป็นนโยบายที่ไม่ดีที่สุดหรอก ที่ไม่ดีที่สุดก็เพราะว่าขาดในเรื่องของตัวชี้วัดในเชิงปริมาณ ในด้านความสัมฤทธิผล ของนโยบายเล่มนี้ รวมทั้งไม่มีระยะเวลากำหนดที่แน่ชัด มันนำไปสู่อะไรครับ นำไปสู่การไม่มี เกณฑ์ในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลของความสำเร็จของนโยบายได้ อย่างไรก็ดีครับ ผมถือว่าเป็นบริบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นภายใต้นายกรัฐมนตรี คนเดิม แต่องค์ประกอบเปลี่ยนไปครับ องค์ประกอบเปลี่ยนไปก็เพราะว่ามีฝ่ายการเมืองที่มาจาก ตัวแทนของพี่น้องประชาชนร่วมปฏิบัติงานอยู่ด้วย มีตัวแทนของพี่น้องประชาชนกำกับ การทำหน้าที่ของรัฐบาลนี้อยู่ด้วย จึงมั่นใจได้ว่าผลประโยชน์สูงสุด เป้าหมายสูงสุด หัวใจก็คือการทำเพื่อพี่น้องประชาชนครับ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน กระผมได้ให้เหตุผลในการ เลือกผู้บริหารท่านเดิมท่านนี้ด้วยเงื่อนไข ๓ ป ครับ ป แรกต้องเป็นประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากกติกากำหนดไว้อย่างนี้ เนื่องจากผลการเลือกตั้ง เป็นอย่างนี้ครับ จึงจำเป็นต้องเป็นประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลที่ สามารถที่จะก่อตั้งได้เร็วที่สุด
เงื่อนไขประการที่ ๒ ปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่รอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำรอต่อไปไม่ได้อีกแล้วครับ ปัญหาภัยแล้งก็รอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่พื้นที่อำเภอของผม อำเภอบางปลาม้า ซึ่งเป็น ที่ลุ่ม ปัจจุบันก็ประสบปัญหาภัยแล้ง พี่น้องเกษตรกร ตำบลองครักษ์ ตำบลโคกคราม ตำบลจรเข้ใหญ่ ตำบลไผ่กองดิน เขาบอกว่าขอน้ำอีกสักเดือนเถอะครับ เพราะข้าวกำลัง ตั้งท้อง ให้เขาได้มีโอกาสเก็บเกี่ยว มันรอกันไม่ได้ครับ จึงจำเป็นต้องมีรัฐบาลโดยเร็ว
ประการที่ ๓ เงื่อนไขความเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องต่อมาที่ต้องทำก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ประการนี้ผมอภิปรายในวันเลือกนายกรัฐมนตรีครับ เพราะว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ได้เคยแก้ไขปฏิรูปการเมืองสำเร็จ มาแล้วเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ นำมาสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ จากการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยเงื่อนไข ๓ ประการนั้นผมตรวจสอบในคำแถลงนโยบายฉบับนี้ว่า ๓ ป ของผมได้ครบไหม ป แรกแน่นอนครับ ภายหลังจากท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายในวันนี้ท่านมี ความสมบูรณ์ พร้อมที่จะขับเคลื่อนรัฐบาลชุดนี้ไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชนได้รวดเร็ว ป ที่ ๒ ปากท้องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ภัยแล้ง อยู่ที่ไหนครับนโยบายฉบับนี้ อยู่ในนโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่องของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ ๔ หน้า ๓๑ การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรมโดยกำหนดไว้ว่าอย่างนี้ พี่น้องเกษตรกรฟังนะครับ รัฐบาลนี้ได้กำหนดเป้าหมายรายได้เกษตรกรให้สามารถมีรายได้ จากผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพในสินค้าเกษตรสำคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย และข้าวโพดด้วยการชดเชยและประกันรายได้ รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาข้าว ทั้งระบบอยู่ในหน้า ๓๑ ข้อ ๔ ผมยืนยันกับพี่น้องเกษตรกรผ่านท่านประธานรัฐสภาว่า รายได้ของพี่น้องเกษตรกรต่อไปนี้จะสูงขึ้นกว่าเมื่อ ๕ ปีที่แล้วอย่างแน่นอนครับ
ดูต่อไปครับ เรื่องภัยแล้ง รัฐบาลได้เขียนไว้ในเรื่องที่ ๑๑ หน้าที่ ๓๓ ว่ารัฐบาลจะจัดเตรียมมาตรการรองรับ ไม่ใช่ภัยแล้งอย่างเดียวนะครับ รวมทั้งอุทกภัยด้วย ผมได้คุยกับ ฯพณฯ ประภัตร โพธสุธน ท่านใช้คำว่า ขณะนี้ได้สั่งให้กระแทกน้ำไปช่วย พี่น้องเกษตรกรแล้วในขณะนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ผมได้ ๒ ป แล้วนะครับ
ป ที่ ๓ ครับ เรื่องประชาธิปไตย พลิกไปเรื่องที่ ๑๒ หน้าที่ ๓๓ รัฐบาล เขียนไว้อย่างนี้ว่า การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ ๓ ป ผมได้ครบแล้วครับ
ผมยังได้แถมอีก ๑ ป นะครับ ผมได้แถมมาอีก ๑ ป แล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดี เป็นอย่างยิ่ง ป ที่แถมนี่ ป อะไรครับ การปฏิรูปประเทศ รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญ กับเรื่องสิ่งแวดล้อมกับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างสูงนะครับ ท่านเปิดไปสิครับวรรคแรก ของนโยบายรัฐบาลได้เขียนไว้ในบรรทัดสุดท้ายของวรรคแรกว่า จะให้ความสำคัญกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในภาคผนวกที่ ๑ หน้า ๓๙ เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะเสนอ ร่างกฎหมายที่สำคัญที่คณะรัฐมนตรีจะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ มีทั้งหมด ๑๖ ฉบับ ใน ๑๖ ฉบับนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ๔ ฉบับ หรือ ๑ ใน ๔ ของการตรากฎหมาย ของรัฐบาล มีอะไรบ้างครับ ข้อ ๔ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธี พิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม นี่รัฐบาลจะเสนอ ข้อ ๘ กฎหมายว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ ข้อ ๙ กฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อ ๑๕ กฎหมายว่าด้วย การอนุรักษ์ทะเลไทย เห็นไหมครับ รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะในนโยบาย ข้อที่ ๑๐ หน้าที่ ๒๕ มีถึง ๘ ข้อย่อย ผมไม่สามารถใช้เวลาอ่านทั้งหมดได้ ท่านพูดถึงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและรักษา สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไว้อย่างชัดเจน พรรคชาติไทยพัฒนาตระหนักดี ว่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์โลกปัจจุบันจะเป็นตัวชี้วัดความอยู่รอด ของโลกครับ สถานการณ์สิ่งแวดล้อมปัจจุบันจะเป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ เราได้รับผลกระทบนี้โดยตรงอยู่แล้ว ผมไม่ทราบได้กี่นาทีครับ เมื่อสักครู่ ๑๒ นาทีนะครับ