ประยุทธ์ แจงนโยบายเศรษฐกิจ การค้า และการแก้หนี้นอกระบบ ย้ำร่วมมือทุกฝ่าย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงนโยบายการต่างประเทศและการค้า โดยเน้นความสำคัญของการเชื่อมโยงกับนานาชาติผ่านความตกลงค้าเสรีและ RCEP พร้อมผลักดันความร่วมมือในกรอบอาเซียน และย้ำการใช้ข้อมูลบิ๊กดาตาในการบริหารราชการ ร่วมกับการร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในการดูแลแรงงานและพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อเพิ่มรายได้ ขณะเดียวกันได้ชี้ถึงปัญหาสังคม เช่น อาชญากรรม ข่าวปลอม และหนี้สิน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขผ่านนโยบายกองทุนต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นความรับผิดชอบต่อหนี้ การบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส และการสร้างวินัยการเงิน รวมถึงการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดภาระระบบสาธารณสุข

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานไปถึงสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ กระผมก็จำเป็นต้องพูดกับพี่น้องประชาชนที่เฝ้าดูอยู่ทางบ้านด้วย คงไม่ต้องปรบมือนะครับ ข้างนอกผมชื่นชมในกรณีที่ท่านพูดมาทั้งหมดครอบคลุมในทุกประเด็น ผมก็ฝากว่าขอให้ท่าน ลองพิจารณาการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง แล้วจะบริหารสิ่งที่ท่านพูดมาได้อย่างไร ท่านพูดมามีหลักการทั้งสิ้น ผมตอบเรื่องแรกก่อน เรื่องการรักษาความสมดุล ในเรื่องของอเมริกา ยุโรป อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการเป็นเจ้าของ ทรัพย์สินมาก คนรวย คนจน มีทั้งประเทศ มีทุกประเทศในโลกใบนี้ อเมริกาก็มี มีเงิน มากที่สุดในไม่กี่ธุรกิจหรอก ไม่กี่คน มันมีเหมือนกันทั้งโลก อันนี้คือโลกเสรี โลกการค้าเสรี แต่เราก็ต้องมาปรับแก้ของเราว่าทำอย่างไรจะให้ทุกคนได้เข้าถึงในสินทรัพย์เหล่านี้ โดยพื้นฐานของเราที่แตกต่างกันมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเชื่อมโยงกับต่างประเทศ เรามีทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับไปสู่ การเป็นระดับยุทธศาสตร์ ระดับยุทธศาสตร์คือใหญ่ยิ่งกว่าทวิต่อทวิ เพราะยุทธศาสตร์ คือยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นมา

ในเรื่องของ เอฟทีเอ (FTA) ผมได้มีการพูดคุยหารือกันมาตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา หลายประเทศได้มีข้อตกลงกันแล้ว เพียงแต่ว่าเขารอเมื่อไรที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เขาพร้อมที่จะลงนาม พร้อมที่จะแก้ไข แต่ยังมีบางคนที่ไปทำให้เขาไม่ลงนาม ไม่รู้ว่าใคร ก็ไปหาดูแล้วกันนะครับ

อีกอันที่เรากำลังทำอยู่คือ อาร์เซ็ป (RCEP) อาเซียน (ASEAN) เราจำเป็นต้อง มีการเจรจา อาร์เซ็ป (RCEP) ของอาเซียน (ASEAN) ไปด้วยกัน ซึ่งเราขับเคลื่อนอยู่ใน เวทีของอาเซียน (ASEAN) ที่จะเป็นกติกาการค้าสำคัญของอาเซียน (ASEAN) เราไม่เคยมี เราก็จะดันอาเซียน (ASEAN) ออกมาให้ได้ในปีนี้เป็นกติการ่วมกันนะครับ

เรื่องการบริหารบิ๊ก ดาตา (Big Data) ผมพูดมา ๕ ปีแล้ว วันนี้เดินหน้า ไปเยอะ วันหน้าเดี๋ยวลองฟังดูสิว่าดิจิทัลเขาทำมาแล้วถึงไหน การให้บริการประชาชน การให้บริการภาคธุรกิจเอกชน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บิ๊ก ดาตา (Big Data) ฝึกคนขึ้นมา มีการผลิตคนมาทำในเรื่องบิ๊ก ดาตา (Big Data) ในเรื่องของดาตา อะนาลีซิส (Data Analysis) วันนี้ต้องบริหารราชการลักษณะนี้ ขอบคุณ รัฐบาลทำอยู่แล้ว เรื่องสิทธิมนุษยชน กับการทำผิดกฎหมายพูดไปแล้ว วันนี้ปัญหาของประเทศเรามันไม่ใช่อย่างที่ท่านพูด หลายประการ ผมก็ขอชี้แจงด้วยข้อมูลต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารราชการ จากข้อมูลที่มีอยู่ ส่วนหนึ่งก็มาจากประชาชน เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องแก้ทั้ง ๒ อย่างทั้งในส่วนของรัฐบาลเอง การอำนวยความสะดวก กฎหมาย กติกาหรือว่ากลไกต่าง ๆ ต้องแก้ในระบบราชการ ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวก ให้ภาคประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ช่วยกันแก้มันไปไม่ได้หรอกนะครับ

เรื่องของแรงงาน วันนี้เราต้องดูว่าแรงงานมันมี ๒ ประเภท แรงงานข้ามชาติ แรงงานต่างด้าวกับแรงงานในประเทศ มีจำนวนถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ต่างชาติ ก็มีมากกว่าด้วยซ้ำไปนะครับ เพราะฉะนั้นการดูแลถ้าเราให้สูงขึ้น เราต้องให้สูงขึ้น ทั้ง ๒ ประเภท เราแยกให้ไม่ได้ เมื่อ ๒ ประเภทนั้นสวัสดิการต่าง ๆ ตามมาเหมือนกัน ทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็ต้องไปพิจารณาดูว่ามันจะทำได้แค่ไหน อย่างไร ผมไม่ได้ปฏิเสธว่า จะไม่ทำให้นะครับ แต่ภาระมันก็จะมากขึ้นพอสมควรนะครับ

เรื่องการปลูกพืชอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็พูดไปแล้ว

เรื่องการค้าขายเจ๊ง ผมก็อยากจะถามว่ามันจริงหรือไม่ มันเจ๊งทุกที่เลย หรืออย่างไร ผมก็ไม่แน่ใจนะ เพราะบางคนที่ผมดูในที่มาออกโทรทัศน์บ้าง ที่เขามาพูดทาง ทางวิทยุ ทางอะไรต่าง ๆ โทรทัศน์หรือในเอกสาร หนังสือพิมพ์ เขาก็มีรายได้ดีขึ้น เมื่อเขาปรับตัวเอง การเกษตร การค้าขาย การค้าขายออนไลน์ (Online) ดี ๆ เขาก็เยอะ อย่าใช้คำว่า ทั้งหมดเจ๊ง ถ้าอย่างนี้มันแช่งตัวเองนะครับ เพราะฉะนั้นผู้บริโภค วันนี้ เราต้องมองว่า ผู้บริโภคเท่าเดิมใช่ไหม คนไทยซื้อของเท่าเดิมใช่ไหม มีคนเป็นลูกค้าเท่าเดิม ใช่ไหม แต่ลูกค้าส่วนหนึ่งเขาไปซื้อขายออนไลน์ (Online) เพราะฉะนั้นแน่นอน ผู้บริโภคมันต้องลดลง ตราบใดก็ตามที่ร้านค้าปลีกยังไม่ปรับปรุงตัวเอง ไม่พัฒนาสินค้า ไม่พัฒนาคุณภาพ ยังขายแบบเดิม ๆ อยู่ แน่นอนครับคนเขาก็ไม่นิยม เราต้องมาช่วยตรงนี้ เพราะฉะนั้นพูดให้มีหลักการว่าเราจะต้องช่วยตรงนี้ด้วย ร้านค้าปลีก ตลาดค้าสด อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเคยไปเยี่ยมตลาดค้าสด เขาบอกแต่ก่อนขายดี พอเริ่มขายไม่ดีก็ตอนที่มาสร้างตึก รอบ ๆ ตลาดนี่ละ ผมก็ถามจะให้ผมแก้อย่างไร เขาบอกให้ผมรื้อตึกรอบ ๆ ให้หมดเลย คนจะได้มาซื้อมากเท่าเดิม นี่ความคิดของประชาชนเป็นอย่างนี้ ท่านต้องอธิบายให้เขาด้วย เวลาท่านฟังเขามานะครับ ผู้บริโภคเท่าเดิม คนซื้อก็ต้องลดลง เพราะไปซื้อออนไลน์ (Online) นี่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในยุคนี้นะครับ รักความสะดวกสบาย แต่ท่านลองมองในมุมกลับสิครับ ทำไมเขาถึงไปซื้อตรงโน้น เขามีรายได้ดีขึ้นหรือเปล่า ในเมื่อเขาไปซื้อของที่มันแพงขึ้น ไปซื้อในห้างมากขึ้น เพราะเขามีรายได้ดีขึ้นไหม ต้องมองใน ๒ มุม เรื่องแรงงาน ไม่ได้ไปหลอกใครนะครับ ผมคิดว่าแรงงานขณะนี้มันก็มีอยู่แล้ว ๓๐๐-๓๕๐ บาท แต่ละจังหวัดมันก็มีอยู่แล้วตามค่าแรง คราวนี้แรงงานที่จะเพิ่มเป็น ๔๐๐ บาท ๔๒๕ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาท มันมีอยู่แล้วถ้ามีฝีมือพัฒนาฝีมือแรงงานมันขึ้นถึง ๘๐๐ บาท ขึ้นถึง ๑,๐๐๐ บาท ไปดูสิครับช่างปูกระเบื้องช่างอะไรต่าง ๆ รายได้ดี มี ประเภทที่เรียงกระเบื้อง สวย ๆ เขาก็ได้ดีอยู่แล้วตามคุณภาพฝีมือ แต่เราจะต้องพัฒนาอย่างไรไปว่ากันมานะครับ ผมก็ยินดีรับไป มีการพัฒนาให้สูงขึ้นในอนาคต

การปล้นฆ่า อันนี้มันก็ปัญหาสังคมนั่นละ วันนี้ถ้าพูดแบบนี้ ขอโทษไม่ได้ ชี้ท่าน ถ้าพูดอย่างนี้หรือพูดอะไรที่มันเฟกนิวส์ (Fake news) เรื่องไม่จริง มันรุนแรงขึ้น ทุกอย่างละครับ ท่านพูดอะไรก็ได้อย่างนั้นละ เพราะฉะนั้นวันนี้เด็กแว๊นก็มี ตีกันบนถนนก็มี เด็กนักเรียน ต้องแก้สิครับ โทษแต่รัฐบาลอย่างเดียว ผมว่าไม่มีใครแก้ได้ รัฐบาลท่านก็ แก้ไม่ได้ กยศ. กำลังพิจารณาอยู่นะครับว่าจะไปใช้เส้นทางใด ถ้าท่านบอกว่ายืมแล้ว ไม่ต้องใช้ ให้ไปเรียนถึงปริญญาตรี คนกว่าจะจบปริญญาตรีใช้เงินคนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเรียนหมอ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท หาเงินมาเถอะครับ ผมแจกให้ได้หมดละ ก็ต้องไปหาวิธีการ ทางที่เหมาะสม มีกองทุนมีต่าง ๆ กองทุนการศึกษาพิเศษไปว่ามา การปรับหนี้ เรียนฟรี อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันอยู่ในนโยบายทั้งนั้นละ แต่มันอยู่ในกล่องเมื่อสักครู่นี้ ท่านก็ไปหา วิธีการทำนะครับ ถ้ามันได้ทีเดียวก็ทำไป ถ้าเงินไม่พอท่านก็ทำทีละขั้นทีละตอนไปนะครับ

ท่านบอกว่าเอากระเป๋าซ้ายไปใส่กระเป๋าขวา แต่กระเป๋าที่มันแฟบคือรัฐบาล ไม่มีสตางค์นะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องดูตรงนี้ด้วย แม้กระทั่งแรงงานต่างด้าวเขาใช้ในประเทศ ของเราอย่างประหยัดแล้วเขาส่งเงินตรงนี้ แทนที่จะหมุนเวียนในประเทศไทยเขาส่งกลับบ้าน เขาอีกด้วย นั่นละครับคือปัญหาการใช้เงินในระบบของเรา หนี้ดี หนี้เสีย เอ็นพีแอล (NPL) เราก็มีกองทุนต่าง ๆ ให้มากมาย ลดโน่นลดนี่ให้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีเงินใช้หนี้ แม้กระทั่ง การบริหารจัดการเรื่องหนี้นอกระบบ เจรจาพูดคุยกันมา เซ็นสัญญากันเรียบร้อยปรากฏว่า ถึงเวลาพอคืนโฉนดให้แล้วเขาก็ไม่คืนให้ เพราะว่าไม่ยอมใช้เขาเลย นี่ละคือคนไทยจะต้อง แก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ จิตสำนึก เงินในธนาคารไม่ใช่เงินของผม ไม่ใช่เงินของท่าน เป็นเงินของทุกคนในห้องนี้ฝากธนาคารทั้งสิ้น เขาเอามาประกอบการธุรกิจ ท่านอยู่ดี ๆ จะให้ไปยกเลิกหนี้สิน ธนาคารเขาเจ๊งไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ท่านต้องเข้าใจไม่ใช่เงินผม คนจนตายลูกเดียวหาหมอ วันนี้เรียกว่า ระบบประกันสุขภาพ มีเพิ่มรายหัวมากขึ้น ข้าราชการคือราชการ ถ้าไม่อย่างนั้นทุกคนก็มาเป็นข้าราชการ เราก็กำลังปรับแก้ตรงนี้อยู่ ไม่ใช่ว่ารังเกียจข้าราชการ แล้วเวลาเขาทำงานมันทำงานเหมือนกันหรือไม่ละ แรงจูงใจ สิทธิประโยชน์ในการเป็นข้าราชการมันมีหรือไม่ละ มันต้องดูตรงนี้ด้วยนะครับ คนจน ไม่ได้ตายลูกเดียวหรอกนะครับ วันนี้ก็มีทั้งการดูแลเรื่องปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ดูแลสุขภาพ สิ่งสำคัญที่สุดคือท่านต้องสอนให้คนออกกำลังกาย มันไม่ตายหรอกครับ ออกกำลังกาย ท่านบอกจะรักษาพยาบาล เท่าไรมันจะพอ วันนี้ค่ารักษาพยาบาลในโรคที่เป็นแล้วไม่ตาย แต่ไปรักษานาน นั่นละคือการสิ้นเปลืองการรักษาพยาบาลใช่ไหม กินเหล้า สูบบุหรี่ หลาย ๆ เรื่อง ไม่ออกกำลังกายพวกนี้ ไม่ตายหรอกครับแต่ทรมาน ค่ารักษาพยาบาลเยอะ ถ้าขจัดเรื่อง พวกนี้ได้มันก็รักษาพยาบาลได้น้อยลง วันนี้โรงพยาบาลทำไมเขาถึงดูแลได้ไม่ดีนัก โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาล ๕,๐๐๐ คนต่อวัน เข้าไป ๘,๐๐๐ คน เข้าไป ๑๐,๐๐๐ คน เราก็ต้องไปแก้ปัญหาข้างล่าง โรงพยาบาลประจำตำบล ดูแลที่บ้าน หมอ ครอบครัว เดินสาย ๑ ต่อ ๓๐,๐๐๐ คน รัฐบาลกำลังทำเรื่องนี้มาตลอด กำลังจะทำต่อเนื่อง อสม. ดูแลคนป่วย ที่บ้าน เคยมีหรือไม่แบบนี้ อย่ามาบอกว่ารักษาฟรี รักษาฟรี รักษา ๓๐ บาท แก้มาตั้งเยอะ ตั้งแยะแล้วไปดูด้วย ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดูแลคนจน ต้องหาวิธีการดูแลคนจนให้ได้ ก็แล้วกัน หลายประเทศเขาทำมาแล้ว หลายประเทศเขาบอกประเทศไทยทำได้อย่างไร ประเทศเขารวยกว่าเราเขายังทำไม่ได้เลย แปลกหรือไม่ละครับ เพราะฉะนั้นที่หาว่า การเอื้อเจ้าสัวที่ว่า ผมไม่ได้สนิทสนมกับเจ้าสัว เขาไม่ได้เอาเงินมาให้ผม เวลาคนที่เขามา ประมูลทุกอย่างเขาประมูลตาม ทีโออาร์ (TOR) มันจะมีสักกี่คนที่ประมูลที่เป็นเศรษฐี ในประเทศไทยกับต่างประเทศ วันนี้เปิดประมูลในลักษณะที่เป็นอินเตอร์ บิดดิง (Inter bidding) อย่างที่ทำที่ อีอีซี (EEC) ใช่ไหมครับ มีตั้ง ๑๓ กลุ่ม ๑๓ ประเทศเข้ามาประมูล แล้วปรากฏว่าประมูลแล้วคนไทยได้กลายเป็นเอื้อประโยชน์คนไทย มันใช่ไหมละครับ ผมไปปิดกั้นเขาตรงไหน งบกลางที่ว่าอะไร ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขมาจากไหน งบกลางบอกผมชี้เองได้หรือ ผมสั่งให้ได้หรือเอาเงินงบกลางไปแจก มันใช้ไม่ได้หรอกครับ ถึงจะเป็นงบกลางมันก็ตั้งแผนงานโครงการขึ้นมา แล้วขออนุมัติ ครม. ผ่านการกลั่นกรอง ของสำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่มีหรอกครับ จะอนุมัติได้อย่างไร มีแต่เวลาไปต่างจังหวัดเขาขอมา ขอโครงการน้ำ โครงการถนนเล็กๆ น้อย ๆ ผมก็ให้กระทรวง หน่วยงานเขาไปทำเข้า ครม. มา ถ้าตรวจสอบผ่านแล้วก็อนุมัติให้ ผมเติมให้ตั้งเยอะ จริง ๆ งบประมาณตรงนี้ใช้สำหรับงบเร่งด่วนที่เราต้องการ ๒. แก้ปัญหา ภัยพิบัติ เยียวยาในเรื่องของแล้งซ้ำซาก ท่วมซ้ำซากนี่ละ การบริหารจัดการน้ำ ๒๐ ปี ใครจะไปคิดแบบนั้น ๒๐ ปี มันทำไปทุกปีละครับ เมื่อถึง ๒๐ ปีมันก็จะสมบูรณ์ วันนี้ ๕ ปี ก็ทำมาเยอะแล้ว ทำมาเป็น ๔ เท่าของรัฐบาลก่อนหน้านี้ ไปดูตัวเลข การลดความเหลื่อมล้ำ เข้าถึงทุน กู้อะไรต่าง ๆ ที่ไหนเขามีกู้ไม่มีหลักทรัพย์ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ รัฐบาลนี้มีกองทุน หลายอันที่พยายามจะลดเรื่องของหลักทรัพย์ค้ำประกัน ปรากฏว่า เอ็นพีแอล (NPL) เสียเยอะ และจะเอาจากไหน ก็ต้องสอนให้เขาว่าจะทำอย่างไร โครงสร้างการปรับลด ได้อย่างไร มีกติกาอย่างไร พอเราเข้าไปเคลียร์มาก ๆ ปรากฏว่าไม่ต้องใช้หนี้ มันใช่หรือไม่ ละครับอย่างนี้ มันสอนให้คนเป็นอย่างนี้ได้หรือไม่ เขาต้องรู้จักความรับผิดชอบ เป็นหนี้แล้ว ต้องใช้ เรื่องที่ดิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ มันก็เป็นข้อเท็จจริงนั่นละ แต่ถามว่า ก่อนที่เขามี ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเสื่อผืนหมอนใบมาหรือเปล่า แล้วแต่ก่อนที่เหล่านี้ เป็นของคนไทยหรือเปล่า แล้วจากที่เขามีเสื่อผืนหมอนใบเขาทำไมถึงมีวันนี้มากขึ้นเท่านี้ และคนที่มีที่ดินทำไมมันกลายเป็นคนเสื่อผืนหมอนใบแทน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน มันมาด้วยกฎหมายหรือเปล่า เขาซื้อถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่าก็ไปว่ากันมา อย่ามาตำหนิกันมากมายนักเลย รัฐบาลจะเคลียร์ทุกอัน เพราะฉะนั้นคนรวยแม้กระทั่ง ท่านก็จะต้องเสียภาษีต่อไปในอนาคต สงวนอาชีพ ร้านค้าปลีก ร้านค้าสะดวกซื้อ ก็ไปดู ประชาชนเขาเลือกซื้อ การศึกษา โรงเรียนดี ลูกคนจนเรียนวัด ก็จะต้องปรับปรุงโรงเรียนวัด โรงเรียนเทศบาลเหล่านี้ ให้มันดีมีคุณภาพ โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โรงเรียน ที่เสียแป๊ะเจี๊ยะแจ้งมา ติดคุกปลด ครูบ้านนอกไม่มี เขากำลังพัฒนาอยู่