โสภณ วิจารณ์นโยบายรัฐขาดความชัดเจน เสนอแก้กฎหมายการศึกษา-ที่ดิน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

โสภณ ซารัมย์ วิพากษ์นโยบายรัฐบาลร่วมที่ขาดความชัดเจน พร้อมเสนอเร่งปรับปรุงกฎหมายและระเบียบด้านการศึกษา การบริหารจัดการน้ำและที่ดิน รวมถึงปัญหาขวัญกำลังใจครู โครงสร้างการบริหารที่ซ้ำซ้อน และอาหารกลางวันนักเรียนที่ไม่ได้ปรับตามสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคม

นายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่เมื่อเช้าที่ได้ฟังการแถลงนโยบาย ของคณะรัฐบาล โดยการนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะได้เห็นว่านี่คือข้อจำกัด ของการจัดตั้งรัฐบาลร่วมรัฐบาล เพราะว่าถ้ามองด้วยความเป็นธรรมแล้วนี่จะได้เห็นว่า รัฐบาลผู้จัดตั้งแผนนโยบายนี่พยายามที่จะเอานโยบายของแต่ละพรรคมาเพื่อเป็นนโยบาย ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านจะได้เห็นว่านโยบายชุดนี้ก็เป็นนโยบายของพรรคร่วม รัฐบาลทุกพรรคที่พยายามที่จะทำมาได้ ดังจะเห็นจากนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ปรากฏ อยู่ในนโยบายของรัฐบาล อย่างเช่น ในหน้าที่ ๔ เรื่องการสร้างค่านิยมของประเทศไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้พูดไว้ว่าคนไทยต้องมาก่อนก็ได้ถูกบัญญัติเอาไว้ หรือแม้แต่การที่จะ ส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้มีราคา โดยเราใช้คำว่า เกษตรแบ่งปัน ก็ถูกบรรจุอยู่ในนโยบาย รัฐบาล ฉะนั้นวันนี้ผมเองเชื่อว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ในนโยบายของพรรคภูมิใจไทยก็ได้ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นแก้หนี้ กยศ. ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อสม. ซึ่งเป็นนโยบายที่เราได้ไปรณรงค์หาเสียง ฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาด้วยว่าสิ่งที่ต้องพิสูจน์กัน นโยบายถ้าดูแล้วนี่ ก็ถือว่าสมบูรณ์ แต่ว่าปัญหาจะทำอย่างไรจึงจะเอานโยบายนี้ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์กันในอนาคต ผมจึงกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่าพรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญของการแก้กฎหมาย เพื่อความเป็นธรรม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ได้ประโยชน์จากการใช้กฎระเบียบ เพราะเราเชื่อว่ารัฐบาลในยุคที่ทุกคนก็ทราบว่า เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ไม่ว่าภายในประเทศหรือในประเทศ เกิดการเปลี่ยนแปลง ของสภาพดินฟ้าอากาศ เป็นอุปสรรคในการที่จะพัฒนา ภัยแล้งอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ก็เกิดมา สิ่งเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการของรัฐบาลชุดนี้หรือในอนาคตต่อไป ผมอยากหยิบยกบางประเด็นที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอการแก้กฎหมาย เพื่อเป็นประโยชน์ ในการบริหารราชการอย่างสูงสุด ก็คือยกตัวอย่างเช่นการปฏิรูปการศึกษา วันนี้เราต้องเข้าใจว่า ๑. ครูขาดขวัญกำลังใจ ๒. โครงสร้างที่ผ่านมาถือว่าเป็นโครงสร้างที่ผิดเพี้ยน เป็นโครงสร้างที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ท่านไปตั้งศึกษาธิการจังหวัดขึ้นมาหน่วยงานซ้ำซ้อนกับ พื้นที่เขตการศึกษา ซึ่งความหมายท่านอยากให้เป็นการบูรณาการ กลับเป็นการสร้างปัญหา ให้การบริหาร ทั้งงานบุคคล ทั้งงานจัดสรรงบประมาณ นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ จะต้องไปแก้หรือแม้แต่เรื่องที่กำลังเป็นเรื่องฮือฮา หรือเป็นปัญหาของการจัดการศึกษา อย่างเรื่องอาหารกลางวัน อาหารกลางวันเราครั้งสุดท้ายที่เป็น ๒๐ บาท เมื่อปี ๒๕๕๖ จากวันนี้ ๕ ปีแล้วก็ยัง ๒๐ บาทอยู่ ท่านเอาเกณฑ์มาตรฐานของนักเรียน ๒๐ คูณด้วย จำนวนนักเรียน ท่านไม่เข้าใจว่าบางโรงเรียนมีนักเรียน ๔๐ คน เงิน ๕๐๐-๖๐๐ บาท ๗๐๐-๘๐๐ บาท เขาจะทำอย่างไร อันนี้ผมยกตัวอย่างว่าระเบียบกฎหมายที่จะต้องแก้ไขกฎเกณฑ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่การทำวิทยฐานะท่านใช้เวลาตั้ง ๕ ปี พอทำวิทยฐานะครู คศ.๒ เสร็จแล้วได้แล้ว อีก ๕ ปีถึงจะสามารถทำวิทยฐานะ คศ.๓ อีก ผมไม่เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้กฎระเบียบเหล่านี้ สามารถที่จะแก้ไขปรับปรุงได้ ฉะนั้นผมจึงอยากเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริม ขวัญกำลังใจของครูในการที่จะแก้ระเบียบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษา

เรื่องที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นนโยบายสำคัญ ที่ปรากฏแก่รัฐสภาแห่งนี้ก็คือเรื่องดินกับน้ำ วันนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบน้ำ มีในกระทรวงมหาดไทย มีในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วันนี้เราไม่ได้บูรณาการที่ชัดเจน แผนแม่บทมี แต่ผมเข้าใจว่าเอาแค่ว่า ลำน้ำมูลเดี๋ยวนี้เดินข้ามได้แล้ว ต่อไปน้ำทุกหยดจะต้องเก็บไว้ให้ได้ ฉะนั้นผมไม่เข้าใจ ว่าลำน้ำมูลนี้กรมชลประทานไปทำเขื่อน กรมเจ้าท่าซึ่งอยู่ในกระทรวงคมนาคมหน้าที่ รับผิดชอบขุดลอกแต่ไม่เคยไปขุดลอก ต่อไปถ้าท่านไม่บูรณาการชัดเจนว่าท้องถิ่น อบต. เทศบาลจะทำอย่างไร ต่างคนต่างทำกันอยู่อย่างนี้ในภาวะที่ฝนมีน้อยอยู่แล้ว น้ำมาฝนไหลหนี ฉะนั้นท่านไม่สามารถเก็บน้ำฝนได้ทุกเม็ด อย่าว่าแต่น้ำที่จะทำการเกษตรเลยครับ น้ำดื่มทุกวันนี้ ก็ลำบาก ฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารประเทศนี้จะต้องทำแผนแม่บทให้ชัดเจน ชัดเจนกว่าที่ท่านมีอยู่ ให้งบประมาณไป เดี๋ยวนี้ตอบได้ไหมว่าเราใช้งบประมาณ การบริหารน้ำทั้งประเทศทุกหน่วยงานไปเท่าไร ฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องน้ำต้องแก้ไขปรับปรุง โดยด่วน ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องดิน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรามีปัญหา มีข่าวมากมายทั้งรัฐไปรุกที่ชาวบ้าน ทั้งชาวบ้านรุกที่รัฐ ดังจะเห็นไม่ว่าจะเป็นวังน้ำเขียวเองก็ตาม ภูทับเบิกเองก็ตาม หลายพื้นที่ แม้แต่ในเขตพื้นที่บ้านผมมีป่าทำเลอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ แต่ว่า ๑,๐๐๐ กว่าไร่มันเป็นหมู่บ้านไปหมดแล้ว ฉะนั้นผมจึงอยาก กราบเรียนว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่จะเสนอให้แก้กฎหมาย ให้ปรับปรุงกฎหมาย ปฏิรูปกฎหมายโดยด่วนในเรื่องที่ทำกิน ในเรื่องที่ดิน ถ้าอย่างนั้นไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนขึ้นมา ก็จะพูดเรื่องเดียวนี่ละครับ บุกรุกป่า ทำลายป่าอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาว่านโยบายที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้เป็นหน้าที่ที่ท่านจะต้องไป ขับเคลื่อนส่วนราชการ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องภัยแล้ง เราเขียนว่าเสียหายสิ้นเชิง วันนี้บางส่วนกว่าจะประกาศได้เขาเสียหายไปหลายส่วนแล้ว แต่คำว่า สิ้นเชิง ข้อกำหนด ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปวัด ฉะนั้นกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะทำให้เป็นระเบียบกฎหมายที่จะเป็น อุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนต้องได้รับการแก้ไข โดยแก้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ ทำไมเราถึงรณรงค์ ในเรื่องแก้กฎหมายบางตัวที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ อย่างเช่น กฎหมายยาเสพติด ทำไมเราถึงรณรงค์เรื่องกัญชา เพราะเราอยากเห็นว่าถ้าสามารถแก้กฎหมาย ปลดล็อก (Lock) ได้แล้วมันจะเป็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาว่าวันนี้พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลอยากเห็นการทำงาน ของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเรียนท่านตรง ๆ ว่าท่านไม่มีเวลาที่จะไปฮันนีมูน (Honeymoon) รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ท้าทาย ถ้าสมมุติสิ่งที่สังคมกำลังมองว่าการเคลือบแคลง การได้มาเป็นรัฐบาล แต่ท่านสามารถ พลิกเอานโยบายที่รัฐสภาแห่งนี้ได้รับรองแล้วไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไปทำงาน ด้วยความจริงใจ สร้างศรัทธาให้ประชาชนศรัทธาท่านให้ได้ ผมเชื่อว่าท่านก็อยู่ยาวได้ มันอยู่ที่ศรัทธา ฉะนั้นผมหวังว่าการอภิปรายของผมวันนี้จะเป็นความหวังที่การจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคร่วมมาก ๆ แล้วทำงานด้วยการสร้างศรัทธาร่วมกัน กราบขอบพระคุณครับ