พงศกร ชี้ควรถอดบทเรียนความมั่นคง-เปิดรับนวัตกรรม-ยกระดับความร่วมมือ intl

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

พงศกร รอดชมภู หารือประเด็นความมั่นคงในมิติต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเสนอให้รวมปัจจัยอย่างภาวะโลกร้อน ความขัดแย้งโลก เทคโนโลยี และสิทธิมนุษยชนไว้ในกรอบยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องการปรับบทบาทกองทัพให้เป็นมืออาชีพ ยกเลิกบทบาททางการเมือง ตรวจสอบการจัดซื้ออาวุธอย่างโปร่งใส และส่งเสริมสันติภาพในชายแดนใต้ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน การเรียนรู้ภาษา และการเคารพหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ

พลโท พงศกร รอดชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลโท พงศกร รอดชมภู ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายในเรื่องนโยบาย ด้านความมั่นคง ๓ ประเด็น ในนโยบายหลัก ข้อ ๒ การสร้างความมั่นคง ข้อ ๔.๔ ความร่วมมือกับต่างประเทศเรื่องความมั่นคง ข้อ ๕.๑.๑ เรื่องการเงินการคลัง แล้วก็ นโยบายเร่งด่วน ข้อ ๙ เรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ข้อ ๑๑ เรื่องภัยแล้ง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงนะครับ ขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้นะครับว่า นโยบายด้าน ความมั่นคงอาจจะเป็นลูกเมียน้อยสักเล็กน้อย เพราะว่าที่เขียนมาค่อนข้างสั้น แล้วก็มี ประเด็นค่อนข้างจะเป็นนามธรรมค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการนำเอาอำนาจหน้าที่ ในรัฐธรรมนูญมาเขียนไว้ ดังนั้นจากที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมขออนุญาตนำเรียน อย่างนี้ว่า ทิศทางความมั่นคงจะต้องเห็นชัด ผมยกตัวอย่างนะครับ ท่านหลับตามอง ที่ประเทศจีน ประเทศจีนบอกว่า ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ วันเบลต์ วันโรด (One Belt One Road) หรือว่า ๑ แถบ ๑ เส้นทาง พอมีนโยบายด้านความมั่นคงอย่างนี้ออกมาปั๊บ เรารู้ทันทีทั้งภาคเอกชน ทั้งรัฐวิสาหกิจ ทั้งรัฐบาล จะมุ่งหน้าไปตามเส้นทางนี้ มันดูเหมือน เส้นทางทางเศรษฐกิจ แต่ที่จริงแล้วการวางแผนทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศจีนเอง สิ่งที่ตามมาก็คือการตีกลับมาจากทางประเทศสหรัฐอเมริกา และทางประเทศตะวันตก บางส่วนก็ร่วมมือ บางส่วนก็มีการต่อต้าน เราก็จะพบการขับเคลื่อนของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการที่จะมองประเทศจีนเป็นภัยคุกคามมากขึ้น นี่ตัวอย่าง แล้วก็จะมีการกำหนด ใครเป็นพันธมิตร ใครเป็นหุ้นส่วน แล้วก็จะมีการร่วมมือกันเป็นแถบ ตัวอย่างขออนุญาต เอ่ยถึงประเทศอื่นเล็กน้อย ท่านประธานครับ ประเทศอินเดียกับประเทศเวียดนาม มีความร่วมมือด้านความมั่นคง ถ้ามีปัญหาทะเลจีนใต้ แล้วทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะมองไป ถึงทางตะวันออกกลาง ขึ้นไปถึงอิหร่าน ทางทะเลจีนใต้มาทางประเทศจีน นี่ตัวอย่างที่เวลา อธิบายเรื่องความมั่นคงเราต้องเห็นภาพ มิเช่นนั้นแล้วเราจะไม่ทราบว่าเราจะเดินทางไป ทิศทางไหน ใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู สิ่งที่อยากจะนำเรียนในครั้งนี้ก็คือว่า ผมจะไม่มี การอภิปรายในฐานะของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะความมั่นคงเป็นเรื่องของส่วนรวม เป็นเรื่องของทุกฝ่าย ทุกคนต้องมาช่วยกัน ผมก็คิดว่าในวันนี้จะเป็นการอภิปรายในลักษณะ ที่จะให้คำแนะนำกับรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ ในการที่จะขยายความและนำความมั่นคงไปใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ประการแรกก็คือว่าเมื่อจะเขียนด้านความมั่นคงควรจะมีประเด็น ด้านสิ่งแวดล้อมทั้งภายนอกประเทศและภายในประเทศ เพราะท่านบอกว่าท่านจะดู ความมั่นคงด้านภายนอกประเทศและภายในประเทศ เสริมมาสักนิดหนึ่ง ตัวอย่าง ที่เราเห็นอยู่ขณะนี้ก็คือกรณีระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศอิหร่าน กำลังจะเป็นเรื่องขึ้นมาในประมาณปีนี้ปีหน้า มากน้อยเท่าไรไม่ทราบ แต่เราต้องเตรียมตัว กรณีความขัดแย้งด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้แต่ด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศเกาหลีใต้ ก็เป็นปัญหาสำคัญ ที่กระทบต่อการผลิต การดำเนินการภายในประเทศเราเองด้วย นี่คือตัวอย่าง แล้วก็ไปจนถึง ความมั่นคงของสหประชาชาติที่กล่าวไว้เมื่อประมาณ ๑๐ ปีก่อนจนถึงปัจจุบันนี้ ก็คือเรื่องภาวะโลกร้อนที่หลายท่านได้กล่าวถึง ภาวะโลกร้อน สหประชาชาติ พูดถึงว่าต่อไปมนุษยชาติจะแย่งชิงน้ำและอาหารกัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิคุ้มกันด้านพื้นที่ ด้านอากาศที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็น ครัวโลก เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นแหล่งอาหารของโลก ดังนั้นเราต้องฉกฉวยโอกาสนี้มาสร้าง ความมั่นคงให้ประเทศเรา ขณะเดียวกันก็เป็นตัวที่จะสร้างความมั่นคงให้กับนานาชาติ ให้กับมนุษยชาติด้วย เพราะความมั่นคงมิได้หมายความว่าใครจะเหนือกว่าใคร แต่หมายความว่ามนุษยชาติในทุกเผ่าพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยพหุวัฒนธรรม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข นั่นคือสิ่งที่ความมั่นคงควรจะเดินไปถึงจุดนั้น

สำหรับด้านความมั่นคงภายในก็มี ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ท่านควรจะเขียนไว้ ก่อนที่จะมีการอธิบายว่าท่านจะทำงานอย่างไร ตัวอย่างเช่น การจัดการทรัพยากร ภายในเพียงพอหรือไม่ เรื่องความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ การกระจายสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีผู้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว แล้วก็เรื่องของการที่จะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ของเราเอง มีความรู้ของเราเอง ดังนั้นถ้าเรานำเรื่องนี้มาก่อนแล้วก็อธิบายเรื่องความมั่นคงตาม มันก็จะเห็นทิศทางในการเดินไป จึงขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างวิธีการที่จะเขียนความมั่นคง ที่หลายท่านบอกถึงว่าควรจะมีสิ่งที่เรียกว่าแนวทางหรือตัวชี้วัด หรือว่าประเด็นที่จะดูด้วยว่า การดำเนินการด้านความมั่นคงนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ผมขออนุญาต ไปที่ตัวของความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันควรจะอยู่ใน ความมั่นคง แต่เมื่อจะกระจายอยู่ตรงนั้นก็ไม่เป็นไร แต่ท่านเขียนไปแค่ศัพท์ว่าเรื่องอะไรบ้าง ที่จริงต้องลงรายละเอียดว่าท่านจะทำอะไร ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของการก่อการร้าย ระหว่างประเทศ ถ้าเราลงไปเรื่องอาวุธทำลายล้างสูงที่ทุกท่านรู้จักดีก็คือพวกนิวเคลียร์ เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เขามีการลักลอบค้าขายกัน แล้วประเทศไทยก็เป็นภาคีในเรื่องของสินค้า ที่ใช้ได้ ๒ ทาง พูดง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าเราซื้ออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์แบบใดแบบหนึ่ง ๒-๓ อย่าง ๔-๕ อย่างในคนเดียวกัน แล้วสามารถที่จะไปเป็นอาวุธได้ เราเป็นภาคีแล้ว ท่านพูดถึงข้อมูลใหญ่หรือบิ๊ก ดาต้า (Big Data) ท่านมีการประมวลแล้วหรือยัง ท่านควรจะ เขียนไว้ว่าท่านจะดำเนินการให้มีการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อจะสืบค้นให้ได้ว่า ผู้ที่นำเข้า สินค้าใช้ ๒ ทาง จะมีการตรวจพบได้เมื่อไร หมายความว่าอีก ๓ ปีไหม หรืออีก ๕ ปี ข้อมูลท่านเป็นอย่างไร หรือผู้ที่จะผ่านเข้ามาในตรวจคนเข้าเมือง ท่านจะต้องรู้ว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเมื่อเข้าในประเทศแล้วทุกท่านที่มีเพื่อนชาวต่างชาติมาที่บ้าน ท่านต้องแจ้ง ตม. ใช่ไหม ท่านต้องแจ้งให้ประชาชนทราบหรือไม่เรื่องแบบนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ทราบแล้ว หรือยัง ทราบแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นกติกาที่เราเป็นภาคีอยู่ นี่คือตัวอย่าง ตัวอย่างที่ ๒ เรื่องการก่อการร้าย เราทราบว่าการก่อการร้ายมีสาเหตุหลักอยู่ ๔ ประการ

เรื่องที่ ๑ ก็คือเราจะต้องระบุให้ได้ว่าปัญหาของเขาคืออะไร เขาถึงอยากก่อการร้าย

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าเรามีการดำเนินการป้องกันปราบปรามจริงจังขนาดไหน เป็นงานประจำหรือเป็นงานเร่งด่วน

เรื่องที่ ๓ ขีดความสามารถถ้าไม่ถึงเราจะทำอย่างไร เราจะร่วมมือกับ ต่างชาติไหม หรือใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้น

และเรื่องสุดท้ายที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชน เพราะว่าเรารู้ดีมาตั้งแต่สมัยสงครามคอมมิวนิสต์แล้วว่า ถ้ามีเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การก่อการร้ายจะไม่จบ นี่คือประเด็นที่เราควรจะเขียนลงไป หรือแม้แต่ด้านเศรษฐกิจ ที่ทุกท่านพูดถึงว่า ด้านเศรษฐกิจเราจะมีความสามารถในการแข่งขันเพื่อเอาชนะ ด้านความมั่นคงได้ไหม ไม่ใช่เฉพาะด้านการพาณิชย์หรือการค้าขาย แต่ด้านความมั่นคง อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาเขาพูดเลยว่า เทคโนโลยีบางอย่างห้ามชาวต่างชาติเข้าถึง นี่คือตัวอย่าง เรื่องของเสรีภาพทางการเงิน เราต้องปล่อยให้เงินเข้ามา แล้วออกได้อย่างเสรี แต่ขณะเดียวกันมีการควบคุมแบบไหนที่จะไม่เกิดการสกัดกั้น หรือเรื่องของค่าเงินแข็ง ตอนนี้มันเป็นเรื่องของทั่วไป แต่มันอาจจะทำให้เศรษฐกิจล่มได้ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเกิดมาแล้ว แต่ตอนนี้คงจะไม่มีปัญหา แต่เรามีวิธีการอย่างไร ต้องกำหนดเป็นขั้นตอนไป หรือแม้แต่ปัญญาประดิษฐ์ที่มีหลายท่านพูดไปแล้ว เรื่องของระบบอัตโนมัติเราอยู่ในจุดไหน ของโลกนี้ เราจะตกเวทีนี้หรือไม่ ถ้าเราตกเราจะเดินกันไปอย่างไร นี่คือตัวอย่างของวิธีการ ที่เราจะทำการวัดได้ หรือว่าเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ อันนี้ง่าย ๆ เท่าที่ผมทราบตอนทำงานอยู่ ก่อนที่จะมีการ ประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เราจะใช้เวลาประมาณ ๑๐-๒๐ วันถึงจะได้ข้อมูลมา ในหน่วยการบังคับใช้กฎหมาย ท่านจะกำหนดเวลาลดลงได้ไหม เหลือ ๓ วัน เพราะว่า ผู้ก่ออาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาอยู่ได้ไม่นานหรอก แล้วเขาจะออกนอกประเทศไปแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ท่านก็กำหนดเป็นวิธีการวัดไปนะครับ

ส่วนภาวะโลกร้อนนี่คือเรื่องใหญ่ที่สุดของสหประชาชาตินะครับ เราควรจะมี ส่วนร่วมในการช่วยเหลือมนุษยชาติเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือประเทศไทยด้วย แหล่งน้ำนอกเขตชลประทานต้องเริ่มคิดได้แล้วครับ เราจะปลูกพืชแบบขั้นปฐมก็คือ ปลูกเป็นต้นทางไม่ได้แล้ว ต้องคิดใหม่เกือบทั้งหมดเลย ต้องใช้น้ำทุกหยดให้มีค่า น้ำที่ตกมาจากฝนจะเก็บไว้ที่ไหน อย่างไร ซึ่งขณะนี้ทุกคนเห็นแล้วภาวะโลกร้อนแล้วก็แล้ง มันจะเกิดต่อเนื่องกันยาวนานมากยิ่งขึ้น ๆ แล้วก็น้ำท่วมหนักก็จะเกิดมากยิ่งขึ้น นี่คือตัวอย่างทั้งหมดที่อยากจะนำเรียน

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของเหล่าทัพและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร ผมได้ยินข่าวนะครับว่า เหล่าทัพก็มีความพยายามที่จะรับแนวงาน ของประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาในการปรับปรุงกองทัพเพื่อให้เล็ก ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ก็ขออนุญาตว่าเรื่องแบบนี้น่าจะเป็นนโยบายรัฐบาลที่จะเป็นผู้กำหนดลงไป แทนที่จะเป็น เหล่าทัพให้ข่าวเองเพื่อจะบอกสถานะว่าท่านเป็นรัฐบาลที่กำหนดทิศทางให้กับเหล่าทัพ และเมื่อจะรับเข้ามาแล้วก็ขอให้รับให้หมด เพราะว่าวิธีการของประเทศสหรัฐเมริกา เราชัดเจนครับว่าเป็นกติกาสากล ที่เราจะไม่เห็นทหารไปเผด็จการที่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งหลาย เช่น อันนี้ก็มาจากตั้งแต่อนุสัญญาเจนีวาแล้วนะครับ เรื่องการไม่ยิงพลเรือน ไม่ยิงภายในวัด ไม่ยิงมัสยิด บุคลากรทางการแพทย์อะไรต่าง ๆ ต้องไม่มี เรื่องแบบนี้ ต้องมีการฝึกอบรมกันเพื่อให้กองทัพเป็นกองทัพที่เป็นมาตรฐานของโลก ทั้งหมดนี้ เพื่อให้กองทัพเป็นมืออาชีพ เมื่อเป็นมืออาชีพแล้วสิ่งที่จะต้องตามมาในกองทัพ ของประเทศสหรัฐอเมริกาเราจะพบว่าจะไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ไม่ว่าจะสนับสนุน หรือว่าจะคัดค้าน ภารกิจทางการเมืองของกองทัพและ กอ.รมน. ควรจะยกเลิกเสียนะครับ ในเครือข่ายของประเทศอังกฤษพูดง่าย ๆ คือสหราชอาณาจักร ผู้ที่อยู่ในกองทัพ แล้วเกษียณอายุต้องนับไปแล้ว ๕ ปีท่านถึงจะมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง นี่คือแนวทาง ของกติกาสากลนะครับ

ส่วนเรื่องกองอำนวยการรักษาความความมั่นคงภายใน ก็มีปัญหาที่ผมได้เคย นำเสนอไว้ในสภาแห่งนี้นะครับ เรื่องคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ๑๓/๒๕๕๙ และ ๕๑/๒๕๖๐ ก็อยากจะฝากไปทางรัฐบาลว่า ท่านกรุณาดำเนินการตามที่รัฐบาลก่อนได้รับปากไว้ว่า จะดำเนินการยกเลิก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้เองนิสิตจุฬาลงกรณ์จะจัดกิจกรรมเรื่อง สภาจำลอง ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ปรากฏว่าจัดไม่ได้ ได้รับการกดดันบางประการ ซึ่งไม่ควร จะเกิดครับ เมื่อเป็นรัฐบาลใหม่อยู่ในบรรยากาศของรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้วไม่ควรจะ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก็ฝากไปทางรัฐบาล ขอฝากท่านประธานไปนะครับ

เรื่องสุดท้ายก็คือว่าท่านพูดถึงอำนาจกำลังรบ ในข้อ ๒ นะครับ อำนาจกำลังรบ ที่เป็นตัวตนและไม่มีตัวตน อำนาจกำลังรบที่มีตัวตนก็คือเรื่องเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ ต่าง ๆ และอำนาจกำลังรบที่ไม่มีตัวตน ได้แก่ ขวัญกำลังใจ วินัยของทหาร ผมขออนุญาต นำเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าท่านนำแนวทางที่ทางพรรคอนาคตใหม่นำเสนอไว้ ก็คือให้ ทั้งทางสื่อมวลชน ประชาชนเข้ามาร่วมในการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ มันจะได้ ของที่ถูกลง แล้วก็จะมีเงินจะไปช่วยกับชั้นผู้น้อยที่จะเลิกสวัสดิการต่าง ๆ ได้ ยกตัวอย่าง อย่างเร็ว ๆ เลยนะครับ อย่างเรือดำน้ำ ท่านซื้อมาประมาณ ๔๒๖ ล้านบาท แล้วก็ ถ้าเทียบกับดำน้ำไทพ์ ๒๑๔ (Type 214) ของประเทศเยอรมนี ราคาเมื่อ ๑๐ ปีก่อน ก็ประมาณ ๓๓๐ ล้านบาท ปัจจุบันก็คง ๔๐๐ กว่าล้านบาท มันก็ใกล้เคียงกันแทนที่ท่าน จะใช้เรือดำน้ำซึ่งเป็นต้นแบบ ใช้ที่มีประวัติมายาวนานกว่าจะดีหรือไม่ นี่คือตัวอย่าง หรือแม้แต่รถถังนะครับ รถถังของท่าน ท่านก็ใช้ วีที ๔ (VT4) ซึ่งเป็นรถถังต้นแบบ รถถังคันนี้ ประมาณคันละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าใช้ของประเทศเยอรมนี เบอร์ ๑ ของโลก คือ ๒ เอ ๗ (2A7) ราคา ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่างกันเท่าหนึ่ง ถ้ามีการปรับโครงสร้างกองทัพดี ๆ ท่านอาจจะซื้อได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเป็นจำนวนมาก จำนวนไม่ต้องมากนักแต่ว่ามีคุณภาพสูง เพราะว่ามีหลายท่านพูดถึงว่าเราต้องการ เรื่องคุณภาพ ก็ขอนำเรียนเรื่องนี้ท่านก็จะมีเงินเหลือไปช่วยชั้นผู้น้อยได้ หรือว่าใน กอ.รมน. ก็มีปืนอาก้า เอเค (AK) รุ่น ๑๐๐ ซีรีส์ (Series) ท่านก็ซื้อมาราคาประมาณ อันนี้ก็มาจาก สำนักข่าวอิศรานะครับ ในปี ๒๕๖๐ ก็บอกซื้อมา ๓,๘๔๙ กระบอก มูลค่าประมาณ ๓๒๑ ล้านบาท รวม ๆ แล้วก็ประมาณ ๒,๕๐๐ เหรียญสหรัฐ ถ้าไปดูที่เจน (Gen) หรือว่าที่สมอลอาร์ม ดอทคอม (Smallarm.com) ราคาเขาประมาณ ๒๑๐ เหรียญ เท่านั้นเองต่อกระบอก มันถูกกว่ากันเยอะ ดังนั้นค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าการตลาด เราต้องให้ประชาชนช่วยกันมาตรวจสอบ อย่าให้ข้าราชการมาเสนอราคาที่แพงเกินไป แล้วจะช่วยเขาได้นะครับ

เรื่องสุดท้าย เรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขออนุญาตนำเสนอแนวทาง ของท่านเอง เรื่องของการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ในข้อ ๙ ผมขออนุญาตเรื่องเข้าใจเท่านั้นเอง เข้าใจแรกก็คือขออนุญาตท่านประธานนะครับ อัญเชิญพระราชดำรัสของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ท่านตรัสไว้ว่าให้ข้าราชการศึกษาภาษายาวี ในขณะเดียวกันพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ก็ได้ตรัสไว้เหมือนกัน ปี ๒๕๐๒ ว่าภาษาไทยจำเป็น ผมก็ขออนุญาตแนะนำว่า ถ้าอย่างนั้นเด็ก ๆ ที่อายุยังไม่ถึง ๘ ขวบ สัญชาตญาณด้านภาษา ยังไม่หมดให้เขาได้มีโอกาสได้คลุกคลีได้เล่นด้วยกัน เขาจะได้เข้าใจกันตั้งแต่เด็ก แล้วจะกลายเป็นภาษาที่ ๑ ทั้งคู่ ไม่ใช่ภาษาที่ ๒ นี่ตัวอย่างที่เราจะสามารถสร้างความมั่นคง ในระยะยาวได้ ข้อที่ ๒ ความเข้าใจ ก็คือการต่อสู้ของเขาใช้ ๒ เงื่อนไข ก็คือเงื่อนไขเรื่องของ การขอแบ่งแยกดินแดน ก็คือสงครามกลางเมือง มีกองกำลัง ๒ ฝ่ายสู้กัน แล้วก็ขอ สหประชาชาติช่วยแยกดินแดน กับอันที่ ๒ คือสิทธิในการกำหนดใจตนเอง ซึ่งวิธีการในการ จะแยกดินแดนได้นั้นเราต้องไม่พูดถึงกรณีสงครามพันทาง เราจะต้องไม่พูดถึงองค์กร การจัดตั้งของเขา ในขณะเดียวกันการใช้กำลังทหารปรากฏอยู่ในพื้นที่เป็นสิ่งที่ไม่ควร ท่านควรจะเป็นกองหนุนมากกว่า แล้วก็ปล่อยให้ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายพลเรือน ฝ่ายปกครองไป โดยมีเครื่องมือที่เพียงพอจะดูแลเขาได้ ปัจจุบันนี้ก็ใช้เครื่องมือติดตัว อาวุธติดตัว ซึ่งไม่เพียงพอ ต้องยกระดับเขา แต่ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองตามด้วยกองหนุน แล้วไม่ได้ห้ามที่จะดำเนินการปฏิบัติการ ถ้ามีเหตุท่านเข้าเลย นี่คือวิธีการ แต่เพื่อไม่ให้ ผิดข้อนี้ของสหประชาชาตินะครับ เรื่องที่ ๒ ก็คือการกำหนดใจตัวเอง ถ้าไปดู คณะกรรมาธิการด้านการปลดปล่อยอาณานิคม เราก็จะพบว่าไม่มีรายชื่อของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อยู่ในรายชื่อ เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครทราบ ควรจะเผยแพร่ให้แพร่หลาย เพื่อจะได้นำไปสู่ความเข้าใจตรงกันว่าเรื่องแบบนี้ในประเทศไทยไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรจะมาอยู่ แล้วมาร่วมกันสร้างความสงบสุขในพื้นที่ดีกว่านะครับ

เรื่องต่อไป การเข้าโจมตีเป้าหมายอ่อนแอ เป็นเรื่องที่เข้าข่ายการก่อการร้าย จริง ๆ ควรจะมีการรายงานไปให้กับสหประชาชาติทราบเป็นระยะเพื่อให้ผู้ที่อ้างตัวว่า ได้ปฏิบัติการนั้นไม่สามารถที่จะแยกดินแดนได้ นี่คือความเข้าใจข้อที่ ๒ ความเข้าใจข้อที่ ๓ ก็คือประชาชนไม่ได้ต้องสนใจเรื่องของการแบ่งแยกดินแดนมากนัก เฉพาะประชาชนทั่วไป เขาต้องการ ๓-๔ ขั้นของมาสโลว์ (Maslow) เท่านั้นเอง ก็คือเรื่องของอาชีพการไม่มีเงิน จากอุปสรรคทางภาษา ปัจจัย ๔ เขาขาด ข้อ ๒ ความปลอดภัย เครื่องไม้เครื่องมือ เราไม่เพียงพอครับ เราใช้บุคลากรมากเกินไป แต่ว่าเครื่องมือน้อยเกินไป ขั้นที่ ๓ ก็คือการได้รับการยอมรับจากสังคมก็คือการบริหารจัดการตนเอง การกระจายอำนาจ ให้เขา แล้วสุดท้ายเขาจะได้ความภูมิใจในอัตลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณีของเขาเอง ในขั้นที่ ๔ แล้วก็ให้อำนาจทางการเมืองเขา ให้เขาสามารถเป็นคู่ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ฝ่ายรัฐกับฝ่ายผู้เห็นต่างที่บอกว่าจะมีการพูดคุยกันนี่นะครับ ไม่มีประชาชนอยู่ เรามีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม อยู่ในกระบวนการนั้นได้ไหม นี่สัดส่วนเท่า ๆ กัน เพื่อเป็นกลุ่มที่ ๓ ที่มีอำนาจในการจะบอกว่าเขาต้องการอะไร พื้นที่ทางการเมืองเขาคืออะไร เขาเป็นคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ตรงนั้นเขาต้องการมีชีวิตที่สงบสุข แล้วเขาจะแจ้ง ทั้งฝ่ายรัฐ ฝ่ายผู้เห็นต่างเองว่าเขาต้องการบทสรุปอย่างไร

ต่อไปก็คือเรื่องการเข้าใจศาสนาที่ถูกต้อง มีครูสอนศาสนาสายกลาง เยอะครับ ท่านอาสาสมัครเยอะมากแล้วก็เข้าในพื้นที่ตลอดเวลา ส่งเสริมเขาครับ ข้อที่ ๖ ก็คือเรื่องที่มีการวิจัยฝ่ายเห็นต่างตรง ๆ เลย พบว่าฝ่ายเห็นต่างแบ่งเป็น ๒ ส่วน ก็คือเรื่องประวัติศาสตร์ คือเรื่องเดิม เรื่องอาณานิคม กับอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม แปลว่าถ้าเราจัดการความไม่ได้รับความเป็นธรรมก็คือกรณีที่ไป ๗ วันนั่นละ กฎหมายพิเศษต่าง ๆ นั่นละครับที่ทำให้เกิดเรื่อง ทำให้เราเห็นว่า เมื่อมีผู้ที่เข้าไอซียู (ICU) สมองตายแล้วจึงมีระเบิดตามมา อันนี้เกิดเป็นความต่อเนื่องกัน ไม่ใช่คนละส่วน ดังนั้นเหมือนกับที่เราบอกว่าจะต่อสู้กันต่อได้อย่างไร เรื่องสิทธิมนุษยชน สำคัญที่สุด ดังนั้นขออนุญาตจบในเรื่องนี้ว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ยังค้างอยู่ แต่ละคนก็พยายามที่จะพูดอะไรครับ อยู่ในระบบของความขัดแย้ง เพื่อที่จะมีผลประโยชน์ พูดตรงไปตรงมาแค่นี้ก็พอ

ขอสรุปตอนท้ายนี้ว่าประเทศไทยยังมีปัญหาความมั่นคงอีกเยอะ แล้วปัญหา ความมั่นคงดังกล่าวนี้ มันรวมถึงการที่บอกว่าเราจะเป็นผู้ที่ดูแลเรื่องอาหาร น้ำของโลก ได้อย่างไร

อันที่ ๒ ก็คือคนไทยจะมีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี ด้านการคิด นวัตกรรม ความสร้างสรรค์ได้อย่างไร ถ้ามันไม่ใช่ประชาธิปไตย ต้องให้เขา เขาคิดได้ ประเทศไทยก็จะอยู่รอด ขอบพระคุณครับ