ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความเห็นต่อการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยเน้นย้ำความสำคัญของนโยบายรองรับภัยแล้งและอุทกภัยที่ขาดหายไป พร้อมเสนอให้ทบทวนและแถลงใหม่ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อความชัดเจนและตรวจสอบได้ ทั้งยังท้วงติงรัฐบาลเกี่ยวกับความโปร่งใสของแหล่งรายได้ที่ใช้รองรับนโยบาย โดยเฉพาะด้านสวัสดิการและงบประมาณร่วมทุนภาครัฐ-เอกชน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพลังงานที่เอื้อประโยชน์นายทุนมากกว่าประชาชน ตั้งคำถามถึงศักยภาพผู้นำรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในสังคม และเรียกร้องให้ชี้แจงคุณสมบัติและจริยธรรมของรัฐมนตรีอย่างเปิดเผยต่อสภา
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ลุกขึ้นมา เพื่อจะแสดงความเห็นในประเด็นที่พวกเรากำลังสนใจอยู่ในขณะนี้ คือการแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านหัวหน้ารัฐบาลที่ให้เกียรติ กับสภาอย่างสูงยิ่งนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็ใจไม่ดีเห็นท่านไม่นั่งอยู่ตรงนั้น เพราะหลายคน บอกว่านักเรียนคุณหมอหายไปแล้ว อันนี้เป็นคำพูดเล่นกันในกลุ่มเพื่อนนะครับ ด้วยความขอบคุณครับที่ท่านหัวหน้ารัฐบาลพร้อมกับคณะรัฐมนตรีได้ให้เกียรติกับสภา เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้พูดไปแล้วในมาตรา ๑๖๔ ซึ่งผมกำลังจะยกอยู่พอดี ท่านประธานครับ ในการแถลงนโยบายครั้งนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สมาชิกรัฐสภาทุกคนมีความปรารถนาดีกับประเทศชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรา ต้องการเห็นเป็นเป้าหมายสุดท้ายของการทำหน้าที่ของพวกเรา ก็คือประโยชน์สูงสุด ของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ แล้วก็มาตรา ๑๖๔ ของรัฐธรรมนูญ นั่นคือเป้าหมายสุดท้ายครับ เพราะฉะนั้นในการที่สมาชิกจะให้ความเห็นใด ๆ เราจะมุ่งเข้าสู่ตรงนั้น ตัวนโยบายก็จะต้อง มุ่งเข้าสู่ตรงนั้น ความเหมาะสมของตัวนโยบายมุ่งเข้าสู่ตรงนั้นครับท่านประธาน ผู้ขับเคลื่อน นโยบายหรือความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องเข้าสู่ตรงนั้น องคาพยพต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนครับผมมีเวลาน้อยผมจะลงไม่ได้ทั้งหมด แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดการที่จะทำให้ นโยบายประสบผลสำเร็จ เป็นความผาสุกของพี่น้องประชาชนเป็นประโยชน์สูงสุด ของประเทศได้ ๒ ปัจจัยหลักครับ คือตัวนโยบายและผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ก็คือผู้บริหาร ราชการแผ่นดิน มีความจำเป็นครับท่านประธานที่ผมและสมาชิกต้องพูดเพื่อชี้ให้เห็นว่า ความสามารถของผู้ที่จะบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างไร จะมีผลกระทบต่อตัวนโยบาย จะมีผลกระทบต่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติบ้านเมือง หรือไม่ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพไว้ก่อนตรงนี้ครับ ไม่เช่นนั้นจะมีขึ้นมา ประท้วงผมบอกว่าพูดเรื่องบุคคล ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าผมจะกราบเรียน ท่านประธานว่าขณะนี้ประเทศชาติเราเหมือนรถยนต์คันใหญ่ครับ ซึ่งต้องใช้คนขับถึง ๓๕ ตำแหน่ง พร้อมกับกัปตันครับ และรถยนต์คันนี้ ๕ ปีที่ผ่านมาไม่เคยได้ซ่อมบำรุงเลย สภาพเครื่องยนต์ ๔ เครื่องยนต์ ในด้านทางเศรษฐกิจหายไป ๓ เครื่อง วิ่งได้อยู่เครื่องเดียว เพราะฉะนั้นการที่จะขับเคลื่อนรถยนต์คันนี้ให้เข้าสู่เป้าหมายที่เป็นประโยชน์สูงสุด ผู้โดยสาร ที่อยู่ในรถมีความผาสุก คนขับต้องมีความรู้ความสามารถ หัวหน้าคนขับยิ่งต้องมีความรู้ ความสามารถที่จะควบคุมในสิ่งเหล่านั้นให้สู่เป้าหมายได้ ท่านต้องขับไปด้วยแล้วซ่อมไปด้วย ดูแลคนที่อยู่ในรถให้ผาสุกที่สุด ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ความผาสุกนั้นจะเกิดขึ้นเรื่องแรกสุดอยู่ที่ตัวนโยบายครับท่านประธาน ตัวนโยบาย ที่ท่านหัวหน้ารัฐบาลได้กรุณายกขึ้นมาแถลงกับพวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ ผมมีสิ่งที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านหัวหน้ารัฐบาล ก็คือว่า ในข้อ ๑๑ นโยบายเร่งด่วนเรื่องที่ ๑๑ การเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้ง และอุทกภัย ด้วยความเป็นห่วงครับ ผมกลัวว่าท่านจะทำไม่ครบถ้วนตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้แถลงเรื่องนี้นะครับ ถ้าสมาชิกผมจะอภิปรายเรื่องนี้ก็จะเป็นการทักท้วงในสิ่งที่ ถือว่าไม่ได้เป็นนโยบายเพราะท่านไม่ได้แถลง ถ้าท่านประธานจะกรุณาก็กราบเรียนฝากไป ท่านหัวหน้ารัฐบาลครับ มีโอกาสตอนไหน ท่านจะลุกขึ้นแถลงใหม่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะมีเวลาอยู่ ๒ วันไปตรวจบันทึกการประชุมได้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทักท้วง เรื่องหน้าแรกซึ่งเป็นบทความสำคัญ วรรคตอนที่สำคัญมาก ท่านกรุณาขึ้นมา นั่นคือ ความสมบูรณ์ครบถ้วน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าเหตุที่ท่านไม่แถลง เรื่องการเตรียมการมาตรการรองรับภัยแล้ง ท่านจะมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะขณะนี้โดยภาพทั่วไปแล้วภัยแล้งเป็นปัญหาหนักครับ ปัญหาหนักมาก ที่ท่านหัวหน้ารัฐบาลไม่ควรหลงลืมเลย ถ้าไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น ถ้าไม่อ่านข้ามนะครับ เพราะว่าผมสงสารท่านมากในการที่จะอ่านตัวหนังสือเล็ก ๆ ท่านพยายามยิ้มเพื่อให้พวกเรา มีความอบอุ่น แต่สิ่งที่จะกราบเรียนฝากท่านประธานไว้ด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านมีโอกาส มาแถลงนโยบายรอบใหม่กระดาษ ๓ เอ (3A) ครับ ให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ตัวใหญ่ ๆ เลยครับ แล้วก็อ่านเป็นแผ่นแล้วก็ดึงออกไป ง่ายครับ ไม่ได้ผิดข้อบังคับใด ๆ เลย กลับถูกข้อบังคับด้วย ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะว่าคำแถลงนโยบายของท่านที่บันทึกต่อสภาเป็นสิ่งที่เรา ต้องตรวจสอบได้ ถ้าท่านไม่แถลงและแอบแฝงซ่อนเร้นเราไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งผมจะเรียนต่อไปว่ามันจะขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ผมกลับมาที่ตัวนโยบาย เพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะว่านโยบายที่ท่านส่งให้พวกเราดู มีสมาชิก หลายท่านบอกว่ามีถ้อยคำใหม่ มีสิ่งใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมากมาย แต่ผมขออนุญาตนำเรียนด้วย ความเคารพนะครับ เท่าที่ผมตรวจสอบดู สอดคล้องกับสมาชิกที่อภิปรายว่าเป็นนโยบาย ที่เลื่อนลอยเหมือนเมฆ เหมือนเมฆในขณะนี้ด้วยที่ไม่สามารถแม้จะทำฝนเทียมได้นะครับ ท่านประธาน ไม่สามารถที่จะเอาเครื่องมือใด ๆ มารวมเมฆแล้วใช้กลวิธีการทำให้เกิด ฝนตกได้ เพราะมันเลื่อนลอยเหลือเกิน ตัวนโยบายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พี่น้อง มีความผาสุกในการบริหารราชการแผ่นดิน ประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุด ตัวนโยบาย ขาดความชัดเจน ไร้เป้าหมาย นโยบายหลัก ๑๒ ด้าน ด่วน ๑๒ เรื่อง ไม่เขียนเป้าหมาย ในการดำเนินการตามนโยบายไว้แม้แต่ข้อเดียว แล้วพวกผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะตรวจสอบท่านได้อย่างไรว่าในปีแรกผลสัมฤทธิ์จะเป็นอย่างไร ใน ๔ ปีผลสัมฤทธิ์ จะเป็นอย่างไร เลื่อนลอย ไร้ความชัดเจน ไม่ว่าเป็นการศึกษาใด ๆ ของนักศึกษา ไม่ว่าปริญญาเอก ปริญญาโท ถ้าใครศึกษาเรื่องการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ อันนี้ขึ้นเป็น เรื่องแรกนะครับ ท่านประธานครับ ความชัดเจนของนโยบาย เป้าหมายที่ชัดเจน นโยบายจะส่งผลต่อความสัมฤทธิ์ การนำนโยบายสู่การปฏิบัติสูงที่สุด ท่านจะไปบอก ข้าราชการที่เป็นแขนขาผู้นำนโยบายสู่การปฏิบัติไปปฏิบัติได้อย่างไร เพราะท่าน ไม่มีเป้าหมาย ปิดบังซ่อนเร้นพวกผมไม่เป็นอะไร ผมล้วงแคะแกะเงาได้ แต่คนที่จะนำ นโยบายไปสู่ปฏิบัติ ถ้าท่านไม่กำหนดให้ชัดเจนเขาจะปฏิบัติให้ท่านได้อย่างไร พี่น้องข้าราชการเหนื่อย คนที่นำนโยบายสู่การปฏิบัติเหนื่อย พี่น้องประชาชนที่รออยู่ ก็เหนื่อยว่าเราจะได้อะไร ดังนั้นความชัดเจนเชิงเป้าหมาย ความชัดเจนในตัวนโยบาย ผมถือว่ารัฐบาลทำมาเสมือนซ่อนเร้นปิดบังรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวนโยบายที่ผมนำเรียนไปถ้าตรวจสอบลงไปลึก ๆ มีความเลื่อนลอย มีความไม่ชัดเจน สาเหตุเกิดจากอะไรผมไม่ทราบ แต่ต้องยอมรับนะครับ เมื่อสักครู่สมาชิกบอกว่ามีถ้อยคำ เขียนดี มีความคิดใหม่ ๆ เขียนแบบใหม่ ท่านประธานครับ ผมตามทวิตเตอร์ของอดีตสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่ง เขาไม่ได้เข้ามาสู่สภา เพราะเขาถูกยุบพรรคไปก่อน คือเขียนชัดเจน วิธีคิดแบบนี้ วิธีเขียนแบบนี้มันเหมือน การแถลงนโยบายเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้ว นำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาเขียนเป็นนโยบาย แล้วค่อยไปเขียนแผนงานรองรับ ไปหาวิธีการปฏิบัติรองรับ แต่สมัยนี้ ไม่ใช่ครับท่านประธานครับ เพราะอะไร เพราะท่านไม่รับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน ท่านเลยไม่ใส่ลงไปในเรื่องเป้าหมายที่ชัดเจน อันนั้นเป็นข้อสังเกตของผมเป็นข้อแรก ถ้าท่านรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนท่านต้องใส่ เพราะรัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง จริงอยู่มีคณะรัฐมนตรีจากรัฐบาลชุดเดิม ๗ ท่าน มาเป็นคณะรัฐมนตรีด้วย ไม่ได้ผ่าน การเลือกตั้ง แต่อยู่ในสมาชิกพรรคการเมือง บางท่านเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นเลขาธิการพรรคการเมืองก็เข้าสู่ระบบ นโยบายที่ไปบอกกับพี่น้องประชาชน ถ้าท่านบอกว่าท่านมีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนต้องให้เกียรติประชาชน เมื่อเขาสัญญากับประชาชนแล้วท่านต้องมาเขียนไว้ รายละเอียดเพื่อนสมาชิกผมจะชี้ให้เห็น แต่อันนี้ผมแตะให้ดูเห็นคร่าว ๆ แต่ท่านไม่ใส่เลย แต่ท่านเขียนทุกมิติในนโยบาย หลัก ๑๒ ด้าน ด่วน ๑๒ เรื่องของท่าน ถ้าผมบอกนโยบายท่านเขียนแบบนี้ เหมือนเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อน ท่านประธานครับ ภาษาบ้านผม ผมเป็นคนเหนืออยู่จังหวัดน่าน เขาเรียกนโยบายหน้าไม้ยิงดิน ท่านเคยเห็นหน้าไม้ที่พี่น้องใช้เป็นอาวุธสมัยก่อนไหมครับ ยิงลงไปตรงไหนก็ถูกปักดินแน่นอนไม่มีพลาดเป้า ยกเว้นซวย ขออนุญาตถอนคำพูด ยกเว้นโชคไม่ดี ยิงไปแล้วลูกศรไปปักใส่ลูกมะกอกป่า ไม่ถูกดิน ซึ่งมีโอกาสน้อยมาก เพราะฉะนั้นท่านเขียนไว้หมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าพวกผมพูดว่าท่านไม่เขียน ท่านมีหมด แต่สิ่งไม่ชัดเจนคือเป้าหมาย อันนี้คือนโยบาย ผมไม่เถียงว่าคือนโยบาย เพราะผม ไปอ่านนิยามมาแล้ว เพราะท่านผู้นำบอกว่าไปดูนิยามให้ดี แต่นโยบายนี้ไม่มีเป้าหมาย แล้วพวกผมจะตรวจสอบอย่างไร เพราะฉะนั้นผมเลยตั้งข้อสังเกตเป็นประการที่ ๓ ว่า การเขียนนโยบายแบบนี้จะไปขัดกับหลักธรรมาภิบาล รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๔ เขียนชัดว่า การปฏิบัติหน้าที่ของท่านในฐานะคณะรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดินต้องยึดหลัก ธรรมาภิบาล บริหารบ้านเมืองที่ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนมีส่วนร่วม ถ้าท่านเขียน อย่างนี้มันโปร่งใสไหมครับท่านประธาน มืดครับ เพราะผมไม่รู้เลยว่าท่านตั้งเป้าหมายไว้ กี่เปอร์เซ็นต์ กี่ร้อยละที่จะสำเร็จ นี่ตัวอย่างชัด ๆ ท่านประธานครับ จะแอบแฝงอย่างไร ผมไม่รู้ แต่ในมุมผมในฐานะผู้ตรวจสอบ เมื่อท่านไม่กำหนดเป้าหมายให้ผม ผมจะตรวจสอบ อย่างไร จะวัดอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าท่านตระหนักตรงนี้ ภายใน ๒ วันนี้ถ้าท่านสามารถ เอาแผนปฏิบัติการ หรือวิธีปฏิบัติพร้อมเป้าหมายมาให้กับพวกเรา พวกเรายินดีครับ ท่านก็อธิบายได้ว่าอยู่ในแผนปฏิบัติการแล้ว แนบมาให้เราดู ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกังวลว่า ท่านทำมาตรงนี้ตัวนโยบายไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความพิเศษเหมือนเพื่อนสมาชิกพูดไปหลายท่าน มียุทธศาสตร์ชาติ ท่านเขียนมาเรียบร้อย มีกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ แล้วเขียนบทบัญญัติ ให้ปฏิบัติตามนั้น ท่านประธานครับ สิ่งที่ยุทธศาสตร์ชาติเขียนมีกำหนด มีเป้าหมายชัดเจน ผมยกตัวอย่างครับ ยุทธศาสตร์เรื่องการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่กำหนดเป้าหมายว่า จะเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตภายในประเทศมวลรวมเฉลี่ยปีละประมาณ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๔-๕ ต่อปีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และไม่ต่ำกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ในช่วง ๑๕ ปีหลังจากนั้น นี่ยุทธศาสตร์นะครับ ผมไปเปิดดูท่านบอกว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ไม่ได้กำหนดให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์เลย หมายความว่าอย่างไรครับ ท่านต้องไปตอบคำถามนี้กับสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบนะครับ ท่านเจตนาอะไร เพื่อรักษาน้ำใจของพรรคการเมือง ร่วมรัฐบาลหรืออย่างไร แตะ แตะ แตะให้ทุกพรรค มีหมดแล้วนะพวกเรา แต่เป้าหมายที่เขา อุตส่าห์ไปบอกกับพี่น้องประชาชนไม่ได้ใส่ไว้เลย ของตัวเองก็ไม่ใส่ เจ๊ากันไปภาษาง่าย ๆ แต่สิ่งที่ไม่เจ๊าคือเสียโอกาส คือพี่น้องประชาชนครับ
การแจงที่มาของรายได้เป็นเรื่องต่อไปครับท่านประธาน ที่ส่อว่าไม่ปฏิบัติ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมตามดูในถ้อยแถลงของท่านหัวหน้ารัฐบาลในบทสรุปสุดท้าย ว่าที่มาของรายได้ ๑. มาจากภาษี เก็บภาษีอากรของพี่น้องประชาชน จะปรับโครงสร้าง จะลดภาษี จะขยายฐานภาษีอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเพื่อนสมาชิกจะมาลงรายละเอียดให้นะครับ ฝากท่านประธานบอกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย เพื่อนสมาชิกจะมาลง รายละเอียดให้ในสิ่งที่ท่านได้ไปสัญญากับพี่น้องเขาไว้ มาจากภาษีอากร มาจากการร่วมทุน ระหว่างภาครัฐและเอกชน มาจากกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้วก็เงินกองทุนต่าง ๆ นี่หรือคือคำชี้แจงที่มาของแหล่งรายได้ เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งหวังว่าให้ท่านแจง รายละเอียดว่านโยบายแต่ละนโยบายมีที่มาของแหล่งรายได้อย่างไร บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ท่านใช้ปีประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ปีที่ผ่านมาประมาณ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจะเอาเงินมาจากไหน ท่านไปขมวดท้ายบอกว่าถ้าเป็น การช่วยเหลือสวัสดิการพี่น้องประชาชน จะใช้ภาษีอากรของประเทศที่จัดเก็บได้ แล้วบอกว่า จัดเก็บได้ไม่พอด้วยนะครับ กู้หรือครับ ท่านจะกู้มาใช่ไหมครับ ใช้เงินนอกงบประมาณ โดยการกู้ ท่านต้องแจงให้พวกเราทราบ ท่านมีเวลา ๒ วัน วันนี้กับวันพรุ่งนี้ ถ้าท่านตอบ กับพวกเราว่านโยบายดูแลสวัสดิการพี่น้องประชาชนใช้เม็ดเงินแสนล้าน ท่านต้องตอบนะครับ ในแต่ละปีท่านบอกว่า ๓.๓ ล้านล้านบาท ท่านแยกให้พวกเราเห็นสิครับ ใช่ครับ นี่คือไม่ใช่ การเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ในนโยบายท่านต้องบอก พวกผมในฐานะที่ยุทธศาสตร์ท่านเขียนไว้ แจงรายได้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ครับ แจงที่มาของรายได้ คำว่า แจง ไม่ได้บอกด้วยวาจา ไม่ต้องเขียนเป็นตัวอักษรธรรมดา ต้องมีการไล่เลียงให้เห็น ซึ่งสมาชิกเตรียมไว้แล้วครับ อภิปรายให้ท่านดูว่าวิธีแจงรายได้ ทำอย่างไร ถ้าท่านไม่ทำเหมือนที่เขาบอกท่าน นั่นหมายความว่าการแถลงนโยบายครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ นี่ผมยกตัวอย่างคร่าว ๆ ง่าย ๆ สำหรับตัวนโยบาย
นโยบายเรื่องหนึ่งครับที่ผมขอชมนะครับ นโยบายเรื่องพลังงาน ท่านเขียนไว้ สวยหรูมาก ในข้อที่ ๕.๖.๓ ผมอ่านแล้วผมฝันเลยนะครับว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง นโยบาย อันนี้เขียนได้ถูกใจ ชมคนเขียนนะ เขียนแบบใหม่ คิดแบบเก่าแต่เขียนแบบใหม่ เสริมสร้าง ความมั่นคงพลังงานให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ กระจายชนิดของเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ฟอสซิล (Fossil) หรือพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงาน ทดแทนตามศักยภาพของแหล่งเชื้อเพลิงในพื้นที่ ถ้อยความสำคัญที่สุดครับ เปิดโอกาส ให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและการบริหารจัดการพลังงาน น้ำดื่มครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างน้ำดื่ม ในขณะนี้ชุมชนเขาผลิตน้ำดื่มและกระจายช่วยเหลือดูแล กันเอง ถ้าท่านทำอย่างนี้เหมือนทำน้ำดื่มได้ มันจะเป็นคุณูปการกับประเทศชาติบ้านเมือง อย่างมหาศาล แต่เท่าที่ผมทราบนะครับสัดส่วนขณะนี้จะยกไปให้นายทุนใหญ่ ให้ประชาชน นิดเดียว ท่านต้องไปปรับแผนพลังงานตรงนี้ให้สอดคล้องสอดรับ และผมถามด้วยนะครับ ท่านจะจัดสัดส่วนอย่างไร และใครได้ เพราะเท่าที่ดูตัวนโยบายแล้ว ท่านมุ่งที่จะไปสนับสนุนกลุ่มทุนหรือนายทุนที่ใกล้ชิดกับท่านเป็นหลัก ผมไม่ได้กล่าวหาครับ หลักฐานชัดเจนเพื่อนสมาชิกจะบอก แต่กับพี่น้องประชาชนท่านบอกว่าจะช่วยเหลือเยียวยา ดูแลเหมือนแจกขนมเพื่อสร้างความนิยม บัตรสวัสดิการ เงินผู้สูงอายุอะไรต่าง ๆ พวกนี้ อันนี้ คือการให้ขนมกิน ให้ปลากิน แล้วทิศทางประเทศมันจะไปอย่างไรท่านประธาน อันนี้คือ ตัวนโยบาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ นโยบายเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สูงสุด กับประเทศชาติบ้านเมือง จะเป็นความผาสุกของพี่น้องประชาชนคือผู้ขับเคลื่อนนโยบาย คือคนขับรถคันใหญ่คันนี้ ๓๖ คน แต่ ๓๖ คนขณะนี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ หลายท่าน พูดไปแล้วไม่มีความมั่นใจในความรู้ความสามารถ ไม่มีความมั่นใจในคุณสมบัติของแต่ละท่าน แต่ละคน และที่สำคัญผลงานในอดีตที่ผ่านมาแล้วก็ต่อเนื่องจนเป็นนโยบายต่อไปอนาคต รถก็คันเก่าอยู่แถมไม่ได้ซ่อมบำรุงเลยที่ผมเรียนไป เครื่องยนต์ ๔ เครื่องยนต์ เสียไป ๓ เครื่องยนต์ เหลือแต่งบประมาณแผ่นดิน การบริโภคภายในก็เจ๊ง การส่งออกก็เจ๊ง การลงทุนก็เจ๊ง ๓ ตัวตายไปแล้ว เครื่องยนต์ทางด้านเศรษฐกิจ มีเหลืออยู่ตัวเดียว งบประมาณแผ่นดิน ท่านประธานครับ สิ่งนี้เองเรื่องความสามารถในการบริหารราชการ แผ่นดินเลยเป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจำเป็นต้องกล่าวถึงบุคคลเหมือนที่ ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปมันอยู่ในประเด็นและเป็นเรื่องที่ต้องพูด ผมยกตัวอย่าง ๒ ท่านเท่านั้นเอง จะมีเพื่อนสมาชิกขึ้นมาอีก ท่านหัวหน้ารัฐบาลครับ พลเอก ประยุทธ์ พลเอก ประวิตร ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิด ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อุตตม สาวนายน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย อนุพงษ์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธรรมนัส ท่านรัฐมนตรีวีรศักดิ์ ท่านรัฐมนตรีณัฏฐพล แล้วก็รัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ๒ ท่านหลังอาจจะต้อง ออกจากลิสต์ (List) แล้วครับ ออกจากระบบที่พวกเราจะพูด เพราะวันนี้ได้ข่าวดีว่า ศาลยกฟ้องคดีนี้ไป ๒ ท่าน ตัดสินวันนี้ ยกฟ้องไม่ได้ให้เข้าสู่การพิจารณา ยกฟ้อง ก็แสดงความยินดีกับเพื่อนสมาชิกผมด้วยนะครับ ปกติก็ชอบพอกันรักกัน แต่ในมุมการเมือง ผมทำหน้าที่ตรงนี้ก็ต้องพยายามตรวจสอบท่านเราบอกกันล่วงหน้าก็ดีใจด้วยครับ ถึงแม้ของท่านเองกำลังเข้าสู่กระบวนการในการพิจารณา แต่ว่าผู้ที่ดำเนินกิจกรรม กิจการคล้ายเช่นท่านที่ต้องคดีกบฏเหมือนกันถูกยกฟ้องไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะเหลืออยู่ ๘ ท่านที่พวกเราจะได้ให้ความกระจ่างว่า ความสามารถ ความรู้ ความเหมาะสมของ ท่านรัฐมนตรีจะสามารถขับรถยนต์ประเทศไทยให้สู่เป้าหมายได้หรือไม่ ตัวหัวหน้ารัฐบาล มีคนจอง มีรายละเอียดเยอะมาก ผมแตะนิด ๆ เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ จากการศึกษา ของพฤติการณ์ พฤติกรรมของคนในประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ ผมไม่ยกตัวอย่างละครับ เดี๋ยวจะก้าวล่วงไปหาว่าไปก้าวก่ายต่างประเทศ อัตราของความรุนแรงในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญใน ๑ เดือน ปกติเก็บสถิติได้ประมาณ ๗ ครั้งต่อ ๑ เดือน แต่ประเทศนี้ ๒๑ ครั้ง ต่อ ๑ เดือน หลังจากมีผู้นำคนนี้ขึ้นมา
สถิติความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็น ๒๑ ครั้ง ๓ เท่าตัวครับ แล้วผมก็กลับมามอง เปรียบเทียบกับประเทศไทยเรา ผมพยายามเก็บสถิติความรุนแรง แต่ไม่ได้รายละเอียด ทั้งหมดครับ แต่ชัด ๆ ที่ปรากฏก็คือว่านักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองก็ถูกตีหัวบ่อยครั้ง เวทีแห่งนี้ สภาแห่งนี้ใช้ตรวจสอบเยอะครับ ท่านผู้นำก็ส่งรัฐมนตรีมาชี้แจงกับพวกเราอยู่ในกระบวนการ นั่นหมายความว่า ความมีเสรีภาพ อิสรภาพในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองมีน้อยเหลือเกินในประเทศนี้ เวลาผมไปกินข้าว ท่านประธานครับ ผมไม่กล้านั่งหันหลังให้กับประตู ต้องนั่งมองที่ประตู เพราะความปลอดภัยของตัวเอง กลัวคนมาทุบหัว หลังจากวันนี้ผมไม่แน่ใจว่าผมจะต้องใส่ หมวกกันน็อค ๒ ชั้นหรือเปล่า เพราะว่าท่านผู้นำได้บอกว่าผมเป็นดาวสภา เชิญมีชื่ออยู่แล้ว ก็ขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านด้วย ลักษณะแบบนี้ครับ พฤติการณ์ พฤติกรรมอย่างนี้ มันเหนี่ยวนำฐานจิต วิธีคิด การแสดงออกต่าง ๆ มันมีผล มีอิทธิพลต่อลูกหลานเยาวชน ท่านประธานครับ ผมเปิดทวิตเตอร์ ขออภัยครับ ที่ใช้คำว่า ทวิตเตอร์ ดูขณะที่มีการอภิปราย ช่วงที่ท่านอ่านแถลง หลายคนเขียนมาบอกว่า ฟังไม่ชัด ลิ้นท่านเป็นอะไรหรือเปล่า ป่วยไหม ฟังไม่ชัด สงสารคนแปลจัง และที่สำคัญเขาเขียนอย่างนี้ครับ สงสารลูกหลานเราจังที่จะเรียน ภาษาไทยไม่รู้เรื่อง นี่ตัวอย่างเล็ก ๆ เพราะฉะนั้นภาวะของความเป็นผู้นำ ความสามารถ ในการบริหารจัดการและสิ่งที่เป็นภูมิหลังฟูมฟักท่านขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศนี้ ขาดวิกฤตศรัทธา ขาดความเชื่อมั่น แล้วท่านจะนำประเทศไปได้อย่างไร หลายเรื่องที่กระทำมา ถ้าเรามาดูตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรฐานจริยธรรมแล้ว มันเป็นพฤติกรรมครับ วัดยาก แต่มันดูได้ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมยกประโยคนี้ขึ้นมา มีหลายเรื่องมากที่จะชี้ไปที่ท่านผู้นำได้ ท่านประธานครับ แม้แต่ คำยกตัวอย่างของเพื่อนสมาชิกที่ยกหารือเมื่อตอนเช้า มันอาจจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็ต้องอธิบายต่อสภาแห่งนี้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ จังหวะนั้นน้ำลายอาจจะติดคอ แต่ท่านเป็นผู้นำกล่าว ผมก็ดูแล้วไม่น่านะครับ ถึงติดคอก็กลืนไป ก็พูดใหม่ได้ หลายสิ่งหลายอย่าง เหล่านี้มันเป็นลักษณะของการกระทำที่ชี้ให้ท่านเป็นอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ว่าท่าน อีกท่านหนึ่งครับ เวลาผมมีอยู่ จะเจาะลึกไปเลยว่า ท่านผู้นี้ทุกเวทีสาธารณะ พอมีชื่อท่านจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมยื่นกระทู้แห่งนี้ครับ ถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า มีความเหมาะสมที่จะแต่งตั้งหรือไม่ เพราะท่านเป็นผู้ไม่มี คุณสมบัติที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ถ้ามาบริหารก็ทำให้นโยบายล้มเหลว ไม่สามารถ สร้างความผาสุกให้กับพี่น้องประชาชนได้ เพราะไปเกี่ยวเนื่องกับหน่วยงานที่ฟ้องร้องท่าน ท่านมีคดีอยู่ด้วย คือธนาคารแห่งประเทศไทย จริงอยู่ครับว่าคดีมันจบแล้ว แต่การจบแล้วแห่งคดีไม่ได้หมายความว่าท่านไม่ผิดนะครับ ถ้าติดตามเรื่องนี้ เป็นมหากาพย์มาก ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเล่าในรายละเอียด แต่สิ่งที่เป็นประเด็น ก็คือว่าสิ่งที่ท่านละเลย สิ่งที่ท่านปฏิบัติ เขาเรียกว่า มีความซื่อสัตย์สุจริตไม่เป็นที่ประจักษ์ หรือไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต โยงเข้าสู่มาตรฐานจริยธรรม เป็นการผิดมาตรฐานจริยธรรม อย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันนี้เป็นลักษณะของ ความเป็นรัฐมนตรีในมาตรา ๑๖๐ (๔) (๕) มันเป็นพฤติการณ์ พฤติกรรม ท่านประธานครับ ท่านอุตตม สาวนายน กรณีเป็นกรรมการบริหารปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ผมอยากให้ท่าน ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ ท่านไปพูดหลายเวทีมาหมดแล้วครับ แต่ถ้าบันทึกไว้สภาแห่งนี้ว่า ที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไร ท่านมีวัตถุประสงค์อะไร ทำไมพรรคพวกท่าน ๕ คน ลงชื่อด้วยกัน อนุมัติด้วยกัน ติดคุกไป ๓ คน ท่านรอด ท่านชัยณรงค์รอด ท่านต้องชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ ผมให้โอกาสท่านครับ เพราะว่าเราก็ต้องการรัฐมนตรีที่มีความสง่างาม ไม่ด่างพร้อย ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเสียใจก็คือว่าความรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นท่านก็