นิคม วิจารณ์นโยบายรัฐ ชี้ขาดความครอบคลุม ห่วงทุจริต-วัดถูกทำลาย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

นิคม บุญวิเศษ วิพากษ์นโยบายรัฐบาลที่ยังขาดความครอบคลุม แม้ได้ศึกษาอย่างละเอียด พร้อมหารือหลายประเด็นสำคัญ ทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ควรเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าถึงอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม และศาสนา การแก้ปัญหาที่ดินทำกินและน้ำสำหรับเกษตรกรโดยการจัดสรรที่ดินรัฐและพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน รวมถึงการเรียกร้องให้ผ่อนปรนเวลาเปิด-ปิดร้านค้าและสถานประกอบการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและลดภาระผู้ประกอบการ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการทุจริต การทำลายวัดและสถานปฏิบัติธรรม ซึ่งสะท้อนความห่วงใยต่อการคุ้มครองศาสนา วัฒนธรรม และป่าไม้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ทำงานด้วยความโปร่งใส จริงใจ และมีประสิทธิภาพแม้ไร้มาตรา 44

นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้อ่านนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ อ่านวันละ ๒ รอบ อ่านแล้วครับปรากฏว่ามีหลายประเด็นที่ยังไม่สามารถเขียนให้ครอบคลุม

ประเด็นแรก ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖๐ บอกว่า รัฐต้องรักษาไว้ ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม แล้วก็จัดให้มีการใช้ประโยชน์ จากคลื่นความถี่ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นวิทยุกระจายเสียงแล้วก็วิทยุโทรทัศน์ ในประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญมาก วันนี้ฟังมาทั้งวันไม่มีใครพูดประเด็นนี้ เลย ผมไม่ทราบว่าลืมเขียนประเด็นนี้หรือตั้งใจลืม เหตุผลที่พวกผมพูดอย่างนี้เพราะว่า วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์นั้นเป็นขุมทรัพย์สำคัญของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นมานานแล้วครับท่านประธาน กฎหมายบอกว่า วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพื่อความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์ สาธารณะ และป้องกันมิให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ให้มีการแข่งขัน โดยเสรีอย่างเป็นธรรม แต่ที่ผ่านมานั้นท่านจะเห็นว่าคลื่นความถี่นั้น โดยเฉพาะ ภาคประชาชนที่เป็นเจ้าของสถานีวิทยุไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเท่าที่ควร ซึ่งกฎหมาย เขียนไว้ชัดเจนครับว่า จะต้องมีการส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ แต่วิทยุภาคประชาชนที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นธุรกิจภาคประชาชนหรือวิทยุชุมชนก็แล้วแต่ ยังไม่มีคลื่นใดเลยครับ ที่ได้รับใบอนุญาต ทั้ง ๆ ที่ กสทช. มีหน้าที่ออกใบอนุญาตให้ ผมก็หวังว่ารัฐบาลชุดนี้โดยการนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะมีนโยบายสำหรับ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ แต่ปรากฏว่าอ่านแล้วไม่มีนโยบายนี้เลยครับ ผมก็แปลกครับ ซึ่งเป็นขุมทรัพย์อันมหาศาลของประเทศไทย แต่ขุมทรัพย์เหล่านี้ไม่มีประโยชน์กับประชาชนเลย ผมขอเรียนในที่ประชุมให้ทราบว่า ทำไมถึงบอกว่าขุมทรัพย์มหาศาล วิทยุมันมีประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจ คนที่ทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่เล็ก เถ้าแก่น้อย คนเริ่มทำธุรกิจต้องอาศัยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ถ้าช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไม่มีแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่าธุรกิจเหล่านั้น ไม่สามารถเติบโตได้ สื่อมีความสำคัญต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำให้คนรู้จักสินค้า หรือบริการของนักธุรกิจรายใหม่ จะเห็นว่าที่ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ถึงแม้เศรษฐกิจ จะไม่ดี น้ำท่วม แต่ภาคประชาชนรากหญ้ายังอยู่ได้ เพราะเศรษฐกิจรากหญ้าสามารถค้าขาย หมุนเวียนได้ เนื่องจากว่าสามารถเช่าวิทยุชุมชนที่มีราคาถูก จึงทำให้เศรษฐกิจเหล่านี้ เติบโตได้ มีเถ้าแก่เล็ก เถ้าแก่น้อยเกิดขึ้นมา หลังจากที่มีการยึดอำนาจในปี ๒๕๕๗ ก็มีคำสั่ง คสช. ได้ปิดวิทยุหลายคลื่น ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ล้มหายตายจากไปครับท่านประธาน โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิทยุแต่ละคลื่นจะมีนักจัดรายการ ๕ คน ๗ คน ๑๐ คนก็มี ตกงานกันหลายหมื่นคน ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้หันมาให้โอกาสวิทยุเหล่านี้ได้มีโอกาส เปิดขึ้นมาอีกสักครั้งหนึ่ง อย่างน้อยนักจัดรายการวิทยุที่มีภูมิปัญญาต่าง ๆ ก็จะได้มีงานทำ และธุรกิจรายเล็กรายน้อยก็จะได้เติบโตขึ้นครับ นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ยังมี เรื่องการศึกษา วิทยุให้การศึกษาโดยที่ประชาชนหลายคนไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา ก็ได้มีโอกาสได้ฟังวิทยุท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้ววิทยุยังให้ความสำคัญ ทางด้านการอบรมสั่งสอนทางพุทธศาสนา จะเห็นว่าวัดต่าง ๆ มีวิทยุกระจายเสียง เป็นของตัวเอง มีการถ่ายทอดคำสั่งสอนของพระสงฆ์องค์เจ้าเพื่อเป็นประโยชน์ กับพ่อแม่พี่น้องเรา ปู่ย่าตายายที่สุขภาพไม่ดี ไม่สามารถเดินทางไปวัดได้ ก็มีโอกาส ได้นั่งฟังเปิดวิทยุที่บ้าน อย่างน้อยก็เป็นอาหารทางใจได้ นี่คือประโยชน์ของวิทยุ นอกจากนั้น แล้วยังเป็นประโยชน์ต่อศิลปินรุ่นใหม่ที่ไม่มีค่าย นักแต่งเพลง ศิลปินลูกทุ่ง ลูกกรุง ก็แล้วแต่ที่ไม่มีค่าย อาศัยวิทยุช่องทางนี้ก็คือว่าอาศัยเปิดเพลง ฝาก ดีเจ (DJ) เปิดเพลงให้กัน ก็สามารถที่จะมีงานทำได้เช่นกัน วิทยุเหล่านี้ยังเป็นช่องทางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ใดมียาเสพติดที่ใดมีโจรผู้ร้าย ที่ใดมีฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ ก็สามารถฝากข่าวสารให้กับ ดีเจ (DJ) สามารถพูดให้พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นรับรู้รับทราบเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง หรือเหตุอุทกภัยต่าง ๆ น้ำท่วมก็สามารถฝากได้ งานบุญ งานบวช งานวัด นี่คือประโยชน์ของวิทยุชุมชน หรือวิทยุภาคธุรกิจของประชาชน ผมจึงอยากให้รัฐบาลชุดนี้ ได้เพิ่มเติมนโยบายนี้เข้ามา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วก็จะมีกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่ได้ประโยชน์ จากวิทยุก็คือกลุ่มทหารนั่นเอง อย่าลืมว่ากลุ่มทหารได้ครอบครองวิทยุและโทรทัศน์ มาเป็นเวลายาวนาน และรายได้จากการที่มาจากวิทยุหลาย ๆ คลื่น ผมเชื่อว่ามีรายได้ มหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีใครพูดถึง

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ อยากให้ท่านประธานได้ส่งเสริม เรื่องการเกษตร ส่งเสริมอย่างไรครับท่านประธาน ภาคการเกษตรนั้นมีผู้ที่ทำอาชีพนี้ ประมาณ ๒๔ ล้านคน การเกษตรนั้นประกอบด้วยที่ดิน หลายคนไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง อยากให้ท่านได้จัดสรรที่ดินของรัฐที่มีจำนวนมากให้ประชาชนเหล่านี้มีที่ดินทำกิน นอกจากนั้นแล้วการบริหารจัดการน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การปลูกพืชถ้าไม่มีน้ำ ไม่สามารถ ปลูกพืชได้ครับท่านประธาน การบริหารจัดการน้ำนั้นผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ กล้าที่จะทุ่มงบประมาณ ลงทุนครั้งเดียวครับท่านประธาน ไม่กี่หมื่นล้านบาท เพราะตอนนี้ มีแหล่งน้ำที่เป็นธรรมชาติอยู่แล้วมากมาย เพียงแต่ว่าโครงการที่เป็นโครงการดี ๆ ผมยกตัวอย่างครับ โครงการพระราชดำริแก้มลิง ๙๔ โครงการ ใช้งบประมาณเพียง ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทเอง สามารถขุดบ่อที่มีอยู่แล้วเก็บกักน้ำได้ ๙๔ โครงการ จะทำให้น้ำ มีใช้ในหน้าแล้ง โดยเฉพาะชาวภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่มีความแห้งแล้ง แห้งแล้งซ้ำซาก จนกลายเป็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทั้ง ๆ ที่การแห้งแล้งไม่ใช่เรื่องปกติ มันเป็นภัย วิกฤตทำให้คนภาคอีสานยากจน เพราะมีที่ทำไร่ทำนาแต่ขาดน้ำ อาศัยน้ำธรรมชาติ อยากให้รัฐบาลทุ่มงบประมาณลงไปครับ ขุดแหล่งน้ำซ่อมแซมหรือปรับปรุงแหล่งน้ำ ธรรมชาติ หรือทำคลองชลประทานเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำไปถึง เพื่อป้องกันให้น้ำ ไม่ท่วมในบางจังหวัด แล้วให้บางจังหวัดที่แล้งก็ไม่แล้งครับท่านประธาน การลงทุน ครั้งนี้ผมเชื่อว่าคุ้มค่าครับ

อีกประการหนึ่งครับ เนื่องจากว่าเศรษฐกิจไม่ดี เนื่องจากว่าเราอาจจะมี ข้อกำหนดกฎหมายที่กีดกันการค้า โดยเฉพาะการค้าในประเทศไทยเรานี่ล่ะครับ รัฐบาลควรจะส่งเสริมการค้าการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ผมยกตัวอย่าง ร้านค้า ร้านขาย ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิงต่าง ๆ รัฐบาลมีข้อกำหนดว่า เปิดได้ไม่เกินเที่ยงคืนหรือตี ๑ ท่านทราบไหมครับว่าสถานบันเทิงบางสถานที่ลูกค้า เข้าประมาณ ๔ ทุ่ม สั่งอาหาร ๕ ทุ่ม เที่ยงคืนลูกค้าแน่นร้านครับ พอตี ๑ บอกให้เขาปิด ทั้ง ๆ ที่เขามีลูกค้าอยู่แล้ว แหล่งท่องเที่ยวเช่นกันครับ ต่างชาติเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย เขาเที่ยวเวลากลางคืน ถ้ารัฐบาลเปิดโอกาสให้สามารถเปิดได้ ๒๔ ชั่วโมง นั่นหมายถึงว่า ไม่จำกัดความสามารถของประชาชนเกี่ยวกับการค้าก็จะเกิดอะไรครับ การจับจ่ายใช้สอย หมุนเวียน ผมอยากให้เปิดตรงนี้ครับท่านประธาน สงสารผู้ประกอบการ โดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิงต่าง ๆ ตอนนี้จะเจ๊งกันหมดแล้วครับ บางร้านท่านประธานที่เปิด ได้ถึงตี ๓ ตี ๔ ผมเชื่อว่าท่านทราบดีว่ามีการทุจริต มีการเก็บส่วย ถ้าร้านไหนไม่ให้ก็ไปตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปตั้งกรวยไว้ครับ คนที่เที่ยวกลางคืนพอเห็นกรวยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วก็ไม่เที่ยวกันครับ ทำให้ร้านนั้นเจ๊ง อันนี้คือประสบการณ์ที่ผมไปสอบถามมา

อีกประการหนึ่งครับ ได้เขียนไว้อย่างดีว่า จะมีการส่งเสริมสนับสนุน ศาสนาทุกศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ แต่ที่ผ่านมาเป็นที่น่าเศร้าใจครับ มีการทุบ ทำลายวัด มีการทุบทำลายสถานปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์องค์เจ้า เห็นแล้วน่าเศร้าใจครับ ท่านประธานครับ จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ จะมีข้ออ้างว่าพระบุกรุกป่าก็แล้วแต่ แต่ผมเชื่อว่าพระที่เป็นพระอรหันต์ เป็นพระผู้ใหญ่ตั้งแต่อดีตกาลที่ผ่านมา ก็อยู่ในป่า กันทั้งนั้นครับ พระกับป่าเป็นของคู่กัน ผมอยากให้ท่านประธานช่วยดูแลตรงนี้ด้วย มันเป็นจิตใจและวิญญาณของคนชาวพุทธ หลายท่านฝากผมมาว่าอย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย พระอยู่ในป่าคงไม่ได้บุกรุกอะไร ท่านไปสร้างความเจริญ เป็นที่พักอกพักใจของพี่น้องที่อยู่ในชาวเขา ดีกว่านายทุนใหญ่ ๆ ไปบุกรุกป่า ผมอยากให้พี่น้องได้มีความมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรม เรื่องศาสนาจริง ๆ

ท่านประธานครับ นโยบายที่ท่านประธานเขียนมานั้นถามว่าดีหรือไม่ ที่ผมนั่งอ่าน ๒ วัน ๒ รอบ ดูแล้วจะดีครับ แต่ผมไม่มีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถทำได้ เพราะที่ผ่านมา ๕ ปี ผมฝากไปถึงท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านมีมาตรา ๔๔ อยู่ในมือ ท่านยังไม่สามารถที่จะพัฒนาประเทศ ปล่อยให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำได้ แต่นี่ไม่มี มาตรา ๔๔ แล้ว ผมไม่ทราบว่าท่านจะทำได้อย่างไร โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีของท่าน ที่เป็นฝ่ายเศรษฐกิจก็ยังเป็นคนเดิมอยู่ แต่ก็มีความหวังอยู่เช่นกันว่าผมเองเป็นคนไทย อยากให้ประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรือง ก็ขอฝากให้รัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใสครับ ขอบพระคุณมากครับ