วัชรพล สนับสนุนนโยบายรัฐ ปรับสวัสดิการ-แก้ภัยน้ำ-ผลักดันวัวพันธุ์ดี

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

วัชรพล โตมรศักดิ์ แสดงความเห็นสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงสวัสดิการรัฐ โดยเน้นการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมผ่านการพัฒนาระบบชลประทานและพลังงานทางเลือก รวมถึงผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการส่งเสริมการเลี้ยงวัวพันธุ์โคราชวากิวและสร้างโรงเชือดมาตรฐาน พร้อมเสนอให้พัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในนครราชสีมาอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต ได้กราบขอบคุณทางพรรคชาติพัฒนานะครับ ที่ได้ให้สิทธิผมเป็นตัวแทนในการที่จะอภิปราย ในการที่รัฐบาลได้นำนโยบายมาแถลงต่อรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ผมเองได้อ่านนโยบาย ของทางรัฐบาลอย่างรอบคอบและโดยละเอียด ผมเห็นว่าเป็นนโยบายที่ดีและจะก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเป็นรูปแบบ ในการดูแลแก้ไขปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ รวมทั้ง การพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศและการกระจายรายได้ สู่ชนบทให้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตลอดจนการพัฒนาด้านสังคม ในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา สาธารณสุข รวมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และเพื่อให้ประเทศไทยของเราได้ก้าวพ้น จากการเป็นประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้ชีวิตของพี่น้องประชาชน มีคุณภาพที่ดี ผมจึงขอสนับสนุนนโยบายที่รัฐบาลได้ยื่นในวันนี้ ก่อนอื่นครับ ในนามของพรรคชาติพัฒนา ผมต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ตลอดจนคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ท่านได้เปิดโอกาสในการที่จะผนวกนโยบายต่าง ๆ ของทุกพรรคการเมือง เพราะล้วนแล้วแต่ทุกพรรคการเมืองนั้น ได้มีการไปพบปะ พี่น้องประชาชน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำปัญหาต่าง ๆ ที่เขาได้พบได้เห็นมานำเป็นร่าง นโยบายและนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนและได้รับการเลือกตั้ง และหนึ่งในนโยบายวันนี้ ก็มีนโยบายของพรรคชาติพัฒนาที่ได้รวมอยู่ด้วย กราบขอบพระคุณครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ๘ นาที เพื่อจะอธิบายแล้วก็ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนโยบายบางส่วนที่จะเป็นประโยชน์ และเป็นการนำเสนอ

เรื่องแรกที่ผมจะขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานครับ ก็คือนโยบาย ในส่วนของเร่งด่วนที่รัฐบาลได้ดำเนินการเขียนไว้ ๑๒ เรื่อง ผมจะยกขึ้นมาแค่ ๒ เรื่อง สั้น ๆ ครับ ในเรื่องแรกก็คือ เรื่องของการปรับปรุงสวัสดิการและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชน รัฐบาลได้มีแนวนโยบายในการที่จะดูแลปรับปรุงสวัสดิการแห่งรัฐ เบี้ยยังชีพ ของประชาชน ผู้สูงอายุ และคนพิการที่มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส เมื่อสักครู่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดท่านได้พูดมาผมดีใจครับ เพราะวันนี้สังคมไทยเป็นสังคม ผู้สูงอายุ ซึ่งตรงนี้ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะเห็นรัฐบาลได้จัดเงินให้กับผู้สูงอายุไม่ใช่ แบบก้าวบันได ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ถ้าเป็นไปได้ให้ไปเลยครับ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท บุคคลเหล่านี้วันนี้คือตัวแทนของลูกหลานที่ต้องอยู่บ้านไม่มีรายได้ ถ้าเขาได้มีเงินก้อนนี้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล

อีกเรื่องหนึ่งในหัวข้อที่ ๒ ก็คือ เรื่องอาสาสมัครหรือ อสม. ก็ถือว่าเป็นบุคคล ที่ได้เสียสละ ถ้าเป็นไปได้ค่าตอบแทนที่เขามีอยู่เห็นควรที่จะต้องเพิ่มขึ้น ต่อจากนั้น ในข้อที่ ๑๑ ท่านประธานครับ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ก็คือในเรื่องของจัดเตรียม มาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัยบวกกับนโยบายหลักในข้อ ๑๐.๓ ซึ่งเป็นการส่งเสริม การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบและแหล่งน้ำชุมชน วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า ประเทศไทยเรากำลังประสบปัญหาวิกฤตหนักในเรื่องของภัยแล้งเฉกเช่นเดียวกับ จังหวัดนครราชสีมาของผมที่มีปัญหาในเรื่องของภัยแล้ง เพราะฉะนั้นในการแก้ไขปัญหา ภัยแล้งไม่ใช่เพิ่งเกิดครับ ผ่านมาไม่รู้กี่สิบปีประเทศไทยเราไม่ภัยแล้งก็น้ำท่วม เพราะฉะนั้น อยากจะขอให้รัฐบาลได้มีความตั้งใจที่อยากจะแก้ไข สิ่งหนึ่งก็คือว่านอกเหนือจากที่ภัยแล้ง ในขณะนี้ เราทำฝนเทียม ฝนอาจจะไม่สามารถจะตกต้องได้ แต่เป็นไปได้ไหม ที่เราจะเจาะบ่อบาดาล หรือแม้กระทั่งในการที่จะดำเนินการในการที่จะใช้เหมือนกับ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไปทำให้กับพี่น้องประชาชนครับ คือเจาะ บ่อบาดาลเสร็จแล้วก็ใช้ระบบโซลาร์ เซลล์ (Solar cell) ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเร่งด่วนในขณะนี้ นั่นก็คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝาก และท้ายที่สุดของเรื่องการแก้ไข ในระบบการระบายน้ำหรือการแก้ไขเรื่องน้ำ ที่อยากจะเห็นมากที่สุดครับ คือการที่จะ ก่อสร้างระบบชลประทานแบบเต็มรูปแบบ เฉกเช่นเดียวกับจังหวัดนครราชสีมาผม วิธีแก้ง่าย ๆ ไม่ยากเลยครับ ก่อนหน้านี้ได้มีการออกแบบระบบชลประทานใช้เงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือทำลำน้ำทั้งระบบให้มีระบบแก้มลิง น้ำที่ไหลจากลำตะคอง ก่อนที่จะไปสู่ตัวเมือง ในตอนที่น้ำฝนเยอะก็จะกักเก็บไว้ พอตอนไหนที่น้ำแล้งก็สามารถ ที่จะนำน้ำออกมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นก็คือสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องน้ำ

ต่อไปเป็นนโยบายหลักครับ ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านในประเด็นแรก ก็คือในหัวข้อที่ ๕ การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในข้อ ๕.๓.๗ การส่งเสริมทำปศุสัตว์ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ เพราะวันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่า จังหวัดนครราชสีมาของผม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารีได้มีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องวัวหรือโคนะครับ เนื้อโคราชวากิว (Wagyu) ซึ่งพ่อพันธุ์ได้นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ระยะเวลา ๑๒ ปี ในขณะนี้เกษตรกร ๑,๐๐๐ กว่าราย ได้เลี้ยงวัวพันธุ์โคราชวากิว (Wagyu) จำนวน ๒๐,๐๐๐ กว่าตัว สร้างรายได้มหาศาลให้กับพี่น้องประชาชน จากวัวราคากิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท วันนี้เขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้กิโลกรัมละ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ในเดือนตุลาคม ที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติเงินก่อสร้างโรงเชือดที่เป็นมาตรฐานมูลค่า ๕๐ ล้านบาท ถ้าโรงเชือดแห่งนี้เสร็จ นั่นก็หมายความว่าจะมีการรับรองฟู้ด เชฟตี้ (Food Safety) ให้เราสามารถที่จะจำหน่ายเนื้อนี้ได้ไปตามยุโรป หรือในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันนี้การบินไทยได้มาสั่งจอง เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลได้สนับสนุนตรงนี้ก็จะเป็นการสร้าง รายได้ให้กับพี่น้องประชาชน

ในประเด็นสุดท้ายที่ผมจะพูดถึง ก็คือใน ข้อ ๕.๖ การพัฒนาสาธารณูปโภค พื้นฐานรถไฟความเร็วสูง กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้สร้าง โครงสร้างพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดนครราชสีมาของผม อีกไม่นานเราจะมีมอเตอร์เวย์ (Motorway) อีกไม่นาน เราจะมีรถไฟความเร็วสูง นั่นคือสิ่งหนึ่งที่จะเชื่อมต่อไปถึงประเทศลาวและประเทศจีน ในอินโดจีน ก็จะเกิดการสร้างรายได้ให้กับคนอีสานและประเทศไทยของเรา สิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากไปถึงท่านรัฐมนตรี ซึ่งท่านเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ วันนี้รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟทางคู่ได้ผ่าเมืองโคราช แต่การดำเนินการก่อสร้างตอนแรก ก็คือจะให้รถไฟ อยู่บนพื้น นั่นหมายความว่าโคราชจะถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน แต่วันนี้ทราบข่าว ว่ามีการแก้ไขว่าจะยกระดับรถไฟทางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูงให้ขึ้นอีกเป็นระยะทาง ประมาณ ๕ กิโลเมตรกว่า ผมว่าไม่ใช่ครับ อยากจะฝากให้ท่านได้ทบทวน อย่างน้อยโคราช จะได้ไม่ถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน จะสร้างความงดงามให้กับประเทศ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะฝากครับ ด้วยเวลาอันสั้นผมขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาล ถ้าเกิดท่านได้นำนโยบายนี้ ไปดำเนินการได้ประสบความสำเร็จ ศรัทธาต่าง ๆ พี่น้องประชาชนจะให้กำลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กราบขอบพระคุณครับ