เสรี แจงบทบาทวุฒิสภา ชูปฏิรูปการเมือง-เศรษฐกิจ-กฎหมาย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

เสรี สุวรรณภานนท์ หารือถึงนโยบายรัฐบาลที่ต้องคำนึงถึงการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ต้องมีการจัดโซนและกำหนดเวลาเปิด-ปิดอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการทุจริต พร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูประบบราชการสู่ดิจิทัลเพื่อลดภาระประชาชน และเสนอทบทวนนโยบายกองทุนกยศ. โดยพิจารณายกเลิกหนี้นักเรียน นักศึกษาเพื่อช่วยเหลือเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งย้ำความจำเป็นในการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และชี้แจงบทบาทวุฒิสภาชุดปัจจุบันในการตรวจสอบและเสนอแนะนโยบายรัฐบาลเพื่อผลักดันการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานว่ารายงานเกี่ยวกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ที่ได้ดำเนินการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ต้องกราบเรียนว่านโยบายที่รัฐบาลเสนอมานี้ ส่วนที่เป็นผู้พิจารณาก็คือสมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาในส่วนของวุฒิสภานั้น ก็ต้องกราบเรียนว่า ในการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาจะให้ความสำคัญต่อการดำเนินการ ที่รัฐบาลแถลงนโยบายในครั้งนี้ไว้ สมาชิกวุฒิสภาก็พยายามที่จะรักษาบรรยากาศ ของการประชุมร่วมกันในการที่จะฟังคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นโยบาย ของคณะรัฐมนตรีที่นำเสนอต่อรัฐสภานี้สามารถดำเนินการนำไปปฏิบัติ แล้วก็เพื่อให้เกิด สัมฤทธิผล เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ในเรื่องเกี่ยวกับ นโยบายที่รัฐบาลเสนอดังกล่าวนี้ ต้องกราบเรียนว่า ผมเองก็พยายามที่จะศึกษา แล้วก็ดูข้อมูล เนื้อหาสาระของนโยบายที่นำเสนอโดยรัฐบาลนี้ดังกล่าว ต้องกราบเรียนว่าในการพิจารณา เรื่องเหล่านี้พอมีสมาชิกพูดถึงว่าเป็นนโยบายที่เลื่อนลอย โลเล หรือหลอกลวง อะไรก็ตาม ผมก็พยายามดูครับท่านประธาน ว่านโยบายที่นำเสนอมาดังกล่าวนี้เป็นนโยบายที่สร้างสรรค์ หรือก่อให้เกิดปัญหาของบ้านเมืองหรือไม่ ต้องกราบเรียนครับว่าพยายามดูอย่างละเอียดแล้ว ผมว่าเรื่องของนโยบายดังกล่าวเป็นเรื่อง ของหลักการ เป็นเรื่องของการนำเสนอวิธีการที่จะนำไปปฏิบัติ แล้วก็เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ที่จะเกิดขึ้นจากการบริหารประเทศ ดังนั้นอ่านทั้งหมดก็พยายามสังเกตว่านโยบายดังกล่าวนี้ สามารถนำไปปฏิบัติได้หรือไม่ อย่างไร โดยนโยบายทั้งหมดที่นำเสนอมาเป็นประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ถ้าหากว่ารัฐบาลสามารถนำนโยบายดังกล่าวนี้ไปปฏิบัติโดยมี วัตถุประสงค์ เป้าหมายให้สัมฤทธิ์ผลอย่างแท้จริงแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ แต่อย่างไรก็ตามนโยบายดังกล่าวนี้เป็นหลักการที่จะนำไปปฏิบัติ แต่หลักการดังกล่าวนี้ก็มีหลายหัวข้อที่อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ว่าในปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมีปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วอยากเสนอเป็นข้อที่นำไปแก้ไข ยกตัวอย่างเช่นเมื่อสักครู่ได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องการท่องเที่ยว ในส่วนของงานการท่องเที่ยวดังกล่าวนี้ เราก็มีความน่าจะดีใจและภูมิใจว่าเราสามารถมีคนมาเที่ยวในประเทศไทยเรา แล้วก็มีรายได้ จำนวนมาก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาที่รับผิดชอบอยู่ ในส่วนของประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเช่นการท่องเที่ยวนั้น ได้กำหนดหรือมีแนวทางในการเที่ยวเชิงธรรมชาติ อย่างนี้เราก็ต้องสร้างมาตรการป้องกัน ความปลอดภัยอย่างที่นโยบายนี้เสนอมา แต่ในส่วนของการท่องเที่ยวในระดับที่เป็นสถานที่ ท่องเที่ยว และเป็นสถานที่ที่คนต่างประเทศเขามาเที่ยวประเทศไทยเพื่อหาความสนุกสนาน รื่นเริงบันเทิง ในส่วนนี้อยากให้โซน (Zone) ที่กำหนดไว้ว่าเป็นที่ท่องเที่ยวดังกล่าวนั้น มีปัญหาในเรื่องของเวลา เรายังไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาพิเศษหรือนอกเหนือจากเวลา ปกติของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ มันก็เลยเกิดอิหลักอิเหลื่อท่านประธานครับ มันเกิด ปัญหาตรงที่ว่าระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวเขามาเที่ยวกัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต สมุย จังหวัดเชียงใหม่ หรือแม้แต่กรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ยกตัวอย่าง ให้เลิกเที่ยงคืนอย่างนี้ แต่ปรากกฎว่าในความเป็นจริงเวลาเขายาวกว่านั้น กว่าเขาจะเริ่ม เที่ยวกันได้ สี่ทุ่มอย่างนี้ครับ แต่พอเที่ยงคืนบอกให้เลิกแล้ว มันก็เป็นปัญหาว่าเราไม่ได้ สนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างสภาพตามความเป็นจริง แต่มันกลับกลายเป็นปัญหาที่ย้อน กลับมาครับท่านประธาน มันเลยกลายเป็นช่องว่างครับ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่สุจริตใช้โอกาส เหล่านี้ในการที่จะรู้เห็นเป็นใจให้เปิดเกินเวลา แล้วก็เรียกรับผลประโยชน์อย่างนี้เป็นต้น นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นในเรื่องของการท่องเที่ยวดังกล่าว เราทำมาผมเห็นแล้วว่าดีมากแล้ว แต่เราไปติดขัดเรื่องตัวบทกฎหมาย เรื่องวิธีการที่จะ นำไปปฏิบัติ ผมว่านี่มันคือการสร้างปัญหา

ประเด็นที่จะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือในเรื่องเกี่ยวกับ การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายที่นำมาใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มันกลายเป็น กระบวนการ ขั้นตอน เป็นวิธีการที่นำไปใช้แล้วสลับซับซ้อน ผมพยายามอ่านรายงาน แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ ก็พยายามที่จะแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้นะครับ ผมขอยกตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนครับท่านประธาน คือข้อเสนอนโยบายดังกล่าวนี้เขียนไว้ดีมากเลย ซึ่งผมอยากจะให้ท่านสมาชิก แล้วก็ทางประชาชนที่รับฟังอยู่ได้รับทราบว่านโยบายของรัฐบาลรับปากไว้อย่างนี้นะ ขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธานครับ ในหน้า ๓๓ การพัฒนาระบบการให้บริการ ประชาชน โดยมุ่งสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ พัฒนาระบบจัดเก็บ และเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ ปรับปรุงระบบการอนุมัติและอนุญาตของทางราชการที่สำคัญ ให้เป็นระบบดิจิทัล ทั้งบุคคลและนิติบุคคล เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ลดภาระ ค่าใช้จ่ายของประชาชน ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินความจำเป็น ลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย ที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการทำธุรกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน แก้ไขกฎหมาย ที่ไม่เป็นธรรม ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ผ่านการทดลองใช้มาตรการ ด้านกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และขับเคลื่อนการให้บริการในทิศทางที่ตรงกับ ความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ ขออนุญาตท่านประธานอ่านให้ได้ยินได้ฟังกัน ผมว่าถ้าหากว่านโยบายของรัฐบาลสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้ มันจะเป็นคุณูปการให้กับพี่น้อง ประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่า พี่น้องประชาชนเขาได้รับความเดือดร้อนมาก จากกระบวนการการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในส่วนที่ให้บริการประชาชน เรามี กฎหมายอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แต่ปรากฏว่ากฎหมายที่อำนวยความสะดวกนั้น ไม่สะดวกครับท่านประธาน ไป ๆ มา ๆ พอเขียนกฎหมายขึ้นมา ต้องฝากท่านรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมด้วยนะครับ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนาม ประชาชน เดือดร้อนจากกระบวนการทางกฎหมาย นโยบายของรัฐบาลเป็นนโยบายที่ดีมาก แต่ผมเกรงว่า จะขาดแนวทางที่จะนำไปหาวิธีให้สัมฤทธิผล หรือถ้าจะทำก็อาจจะล่าช้า พี่น้องประชาชน เดือดร้อนมากครับท่านประธาน ยกตัวอย่างเรามีกฎหมายมีกระบวนการเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างนี้ แต่ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนกว่าจะก่อสร้างอะไรสักอย่างผ่านกระบวนการในเรื่อง ความปลอดภัย อันนี้เป็นเรื่องดี แต่มีกระบวนการที่ซับซ้อน กว่าจะอนุมัติ อนุญาตได้ นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าในเมื่อมีนโยบาย อย่างนี้แล้วจะทำอย่างไรที่ไม่ให้กระบวนการเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการที่จะให้บริการ ประชาชน อันนี้เป็นต้น นอกจากนั้นปัญหาของพี่น้องประชาชนผมเข้าใจครับว่าเราพยายาม สนับสนุนในเรื่องของการศึกษา แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือเรามีกองทุน กยศ. ให้นักเรียน นักศึกษา เขากู้เงินไปเรียน แล้วก็เป็นนโยบายเหมือนกับช่วยเหลือคนยากจน แต่ในทางปฏิบัติท่านประธานครับอยากจะฝากรัฐมนตรี ถ้าจะสนับสนุนการศึกษา อย่างจริงจัง นโยบายของรัฐบาลต้องชัดเจนในเรื่องจะช่วยเหลือเยาวชนหรือนักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ขณะที่เขาต้องการจะเรียนหนังสือแต่ไม่มีเงิน พอไม่มีเงินเขาก็ต้องไปกู้ ขณะที่ไปกู้รายได้ยังไม่มีท่านประธาน จบมาแล้วรายได้ก็ยัง ไม่สามารถจะมาดูแลตัวเองได้อีก แต่หนี้ต้องชำระคืนท่านประธาน กลายเป็นกลับไปกลับมา ปัจจุบันมีคดีที่เกิดขึ้นจากนักเรียน นักศึกษาที่ไปกู้เงินเหล่านี้มาเรียนเกิดขึ้นมากมาย อันนี้ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล แต่กำลังขอเสนอนะครับว่าถ้าจะมีนโยบายในเรื่องเหล่านี้แล้ว อยากจะให้ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ ผมมีแนวคิดท่านประธาน ผมคิดว่าถ้ามันเป็นปัญหา ของนักเรียน นักศึกษาที่กู้เงินไปขนาดนี้แล้ว ควรจะยกเลิกหนี้ให้เขาเลยได้หรือไม่ครับ แต่ก็ยังไปติดขัดคำว่า ทุกคนเป็นหนี้ต้องใช้หนี้ แต่ผมว่ามันก็อยู่ที่นโยบายรัฐบาลครับ ท่านประธานลองคิดดูนะครับ ถ้าเด็กนักศึกษาต่าง ๆ ที่ต้องคดีเหล่านี้หาทางออกให้เขา หาทางแก้ให้เขาให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เขาก็จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม อย่างจริงจังนะครับ ก็ต้องฝากเป็นนโยบายเพิ่มเติมจากข้อเสนอแนวคิดที่รัฐบาลเสนอมา ในครั้งนี้นะครับ ต้องกราบเรียนเพิ่มเติมครับว่า ในส่วนของข้อเสนอที่กำหนดในนโยบายดังกล่าวนี้ มีอีกหลายเรื่องนะครับ ในเรื่องของเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างนี้นะครับ ในปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ยุคใหม่ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสักครู่นี้ฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิด ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็อธิบายแนวทางการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจในมหภาคนะครับ แต่ในจุลภาคก็คือ ในส่วนของพี่น้องประชาชน ก็อยากจะให้เพิ่มเติมเสริมเข้าไปนอกจากบัตรสวัสดิการ ประชารัฐแล้ว ผมคิดว่าเป็นนโยบายที่ดี เพราะอย่างน้อยเราเข้าใจว่าการแก้ปัญหา ในเรื่องเศรษฐกิจเราจะแก้ไขปัญหาในระยะเบื้องต้นก่อนนะครับ ในเบื้องหน้า ที่ชาวบ้านเดือดร้อนเรามีเงินไปสนับสนุนคนที่มีโอกาสด้อยกว่า อันนี้ผมว่าเป็นแนวทาง ที่ทำถูกต้องแล้ว แต่ความยั่งยืนครับท่านประธาน เมื่อเราช่วยเหลือในระดับหนึ่งแล้วนะครับ ความยั่งยืนคือการให้ประชาชนมีงานทำ ความยั่งยืนก็คือให้มีอาชีพ ความยั่งยืนคือ ให้ประชาชนมีรายได้ ผมอยากเสนอนะครับว่าจะต้องมีมาตรการทำอย่างไรให้พี่น้อง ประชาชนเป็นพ่อค้า เพราะว่าเขาไม่สามารถจะรับราชการได้ แต่ความเป็นพ่อค้าของพี่น้อง ประชาชนสามารถที่จะสนับสนุนเขาได้นะครับ ถ้าหากว่าทุกคนมีงานทำ มีรายได้ ทำงาน ค้าขายของตัวเองมันก็จะก่อให้เกิดแนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องรายได้ในการดำรงชีวิต ของพี่น้องประชาชน อันนี้ผมว่าน่าจะเป็นตัวเสริมอีกทางหนึ่งนะครับ นอกจากเรามอง แต่เรื่องใหญ่ ๆ แต่เรื่องใหญ่ ๆ ดังกล่าวนั้นบางทีก็มีคำถามอยู่เหมือนกัน ท่านประธานครับ ก็มีคำถาม ยกตัวอย่าง ผมเห็นด้วยนะครับกับมาตรการการสร้างรถไฟฟ้าถึง ๗ สายแล้ว อันนี้จะเป็นผลงานที่ทำให้เห็นในอนาคตข้างหน้า แล้วก็จะปรากฏให้เห็นต่อไปอีกยาวนานว่า เกิดในยุคใกล้เคียงนี้ แต่มันมีบางสายท่านประธาน รถไฟฟ้าบางสายสร้างรางรถไฟเสร็จตั้งนานแล้ว นะครับ อย่างเช่นสายสีแดงที่วิ่งมาถึงสถานีตลิ่งชัน เส้นนี้สร้างทางรถไฟเสร็จนานแล้วครับ แต่ยังไม่เห็นมีรถวิ่ง ตรงนี้มันมีปัญหาเกิดขึ้นจากอะไรนะครับ หรือจะแก้ปัญหาให้มีรถวิ่งได้ อย่างไรนะครับ ก็กราบเรียนเพื่อที่จะเสริมแนวทางนโยบายที่รัฐบาลได้เสนอมานะครับ

ท่านประธานครับ ในส่วนของการสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ในส่วนที่ว่าด้วยหลักการและวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในหัวข้อนี้ผมว่าเป็นหัวข้อ ที่จะต้องพิจารณาให้ดีนะครับ การที่กำหนดว่าเป็นหัวข้อเรื่องสนับสนุนให้มีการศึกษา ผมว่าน่าจะถูกต้อง เพราะอย่างน้อยที่สุดรัฐธรรมนูญที่ใช้มาเราใช้มาไม่นาน เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็จะเหมาะกับเวลาในแต่ละช่วงเวลา กับสภาพ ปัญหา กับสถานการณ์บ้านเมือง กับวิกฤตของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา รัฐธรรมนูญเขาก็จะพัฒนาหรือถูกเขียนขึ้นมาไปในแนวทางที่จะใช้ในบ้านเมืองไทยในแต่ละ ช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นแม้ว่าจะมีข้อเสนอในเรื่องให้แก้รัฐธรรมนูญก็ต้องดูเหตุผล ดูความสำคัญ ดูความจำเป็น ดูอุปสรรคว่ามีประเด็นเรื่องใดที่จะต้องมีการแก้ไข แต่ให้มีการศึกษาก่อน แล้วก็ให้รับฟัง ความคิดเห็นก่อน อันนี้ถือว่าเป็นแนวทางที่ดี ที่ถูกต้อง เพื่อลดความขัดแย้งลดปัญหา ที่จะเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามส่วนที่เป็นหลักการและวิธีการจะแก้ไขมากน้อยแค่ไหน ก็ถูกจำกัดไว้ว่าเป็นเรื่องของแก้ไขเพิ่มเติม ก็คือพิจารณาในเรื่องที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ในส่วนบทบัญญัติของการแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงยังไม่ได้ไปลึกไกลว่าจะแก้เรื่องใดนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมว่าก็เป็นส่วนที่เราจะต้องระมัดระวัง อย่างที่ว่าในการที่จะดำเนินการ แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเพิ่มเติมแก้ไขให้ดีขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ถ้าพัฒนาให้ดีขึ้นก็ไม่ได้ขัดข้องนะครับ แต่ถ้าทำแล้วสร้างปัญหาสร้างความขัดแย้งให้มากขึ้น หรือเป็นอุปสรรคการทำงาน ของประเทศก็คงต้องระมัดระวัง แต่ส่วนสมาชิกวุฒิสภาครับ ท่านประธานครับ สมาชิก วุฒิสภาเองต้องกราบเรียนในส่วนสุดท้ายที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า สมาชิกวุฒิสภา ที่มา ๒๕๐ คน เราก็จะถูกกล่าวอ้างว่าเข้ามาแล้วไม่ได้เข้ามาระบบของการเลือกตั้ง เข้ามา โดยแต่งตั้งเข้ามาให้อำนาจมากเกินไป ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในส่วนของอำนาจ หน้าที่ของวุฒิสภา หรือที่มาก็เป็นข้อที่หนึ่งเลย ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาตามรัฐธรรมนูญ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในส่วนของการดำรงตำแหน่งต่าง ๆ มันไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องมาจากการเลือกตั้งในทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ ตำแหน่งต่าง ๆ นั้น อาจจะเกิดขึ้นจากการแต่งตั้งได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเองในยุคที่ผ่านมา หรือฝ่ายบริหารในยุคที่ผ่านมา ก็เป็นตำแหน่งแต่งตั้ง และข้อสำคัญการแต่งตั้งดังกล่าว เป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เพราะฉะนั้นความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า จากการเลือกตั้ง อันนี้ก็เป็นส่วนที่ถูกกำหนดไว้ ส่วนอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาชุดนี้นะครับ มีหน้าที่แตกต่างจากวุฒิสภาชุดก่อนครับ อันนี้คือความสำคัญที่เมื่อเราเข้ามาในช่วงนี้นะครับ เราก็จะทำหน้าที่ในการที่จะทำภารกิจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ นอกเหนือจากงานปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ หรือในเรื่องเกี่ยวกับ ติดตามงานของรัฐบาล

สุดท้ายสรุปครับ ท่านประธาน คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่พิจารณาอยู่นี้ สมาชิกวุฒิสภาต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ในการติดตาม ในการเสนอแนะ เพื่อให้รัฐบาลและผู้รับผิดชอบดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภานี้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ