ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือปัญหาความโปร่งใสและการทุจริตเชิงนโยบายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีการพยายามจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่ไม่สอดคล้องกับหลักการเดิม และเรียกร้องให้พิจารณาคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความขอบคุณที่ท่านประธานนั้น ได้เปิดโอกาสให้พวกเราได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ในประเด็นว่าด้วยที่มาของ นายกรัฐมนตรี ผมขอแสดงความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๖๐ (๔) ที่ได้บัญญัติเอาไว้ว่า บุคคล ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ประกอบกับ มาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ที่ระบุในหมวด ๑ ว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ในข้อ ๘ ว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่น ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเองแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทราบดีว่าการอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการอภิปรายตาม รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๖๐ ซึ่งกระผมเองนั้นจะใช้เวลาให้กระชับและไม่นานนัก กระผม เห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรอบระยะเวลา ๔-๕ ปีที่ผ่านมานั้น ขาดความโปร่งใส ขาดการตรวจสอบ มีการทุจริตเชิงนโยบายหลายอย่าง เหตุผลที่อ้างตอนยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนนั้น ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม มีแต่การสร้างภาพว่ามีความสุจริตซึ่งล้วนแต่เป็นภาพลวงตา แทบทั้งสิ้น สร้างภาพว่าเป็นรัฐบาลที่มีความโปร่งใส แต่เป็นรัฐบาลที่ตรวจสอบไม่ได้ ผมไม่เชื่อว่าการทุจริตไม่เกิดขึ้นจริงในรัฐบาลที่ผ่านมา เมื่อต้นปี ๒๕๖๒ องค์กร เพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้เผยแพร่ดัชนีการทุจริตในภาครัฐทั่วโลก ท่านประธานที่เคารพ ในปี ๒๕๖๑ นั้น ประเทศไทยเราได้ ๓๖ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน อันดับตกจากลำดับที่ ๙๖ ในปี ๒๕๖๐ เป็นลำดับที่ ๙๙ ในปี ๒๕๖๑ ผมขออธิบายว่า การทุจริตเชิงนโยบายที่ได้กล่าวถึงนั้นเป็นการทุจริตภายใต้การสร้างนโยบายหรือกฎหมาย ซึ่งอ้างแต่ประโยชน์สาธารณะที่เกิดขึ้น และหากการดำเนินการตามนโยบายหรือกฎหมาย ที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น สร้างความชอบธรรมอย่างเป็นระบบและเป็นประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น ผมมีตัวอย่างที่ชัดเจน ๒ เรื่อง ท่านประธานที่เคารพ เรื่องแรกนั้นก็คือการทุจริต เรื่องนโยบาย เป็นความพยายามในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมา ท่านประธาน คงทราบดีว่าการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาตินี้มีความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างที่เกิดขึ้น ในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานครับ ในการพิจารณาพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ในวาระที่ ๒ ได้มีการยัดไส้เพิ่มบทบัญญัติในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมา ในการพิจารณาในวาระที่ ๒ ทั้ง ๆ ที่ในธรรมเนียมการปฏิบัติในรอบหลายปีที่ผ่านมานั้น ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเองไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่ในการพิจารณาในวาระที่ ๒ นั้น จะขัดกับหลักการในวาระที่ ๑ ในเรื่องของหลักการและเหตุผล ท่านประธานที่เคารพครับ หลักการและเหตุผลในวาระที่ ๑ นั้นไม่มีการพูดถึงเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องนี้เป็นการเพิ่มเติมขึ้นมาในการจัดตั้ง แล้วก็ได้เพิ่มบทบัญญัติ ในมาตรา ๑๐/๑ โดยมีการวางแผนอย่างแยบยลว่าบรรษัทน้ำมันแห่งชาติแห่งนี้ จะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพยากรปิโตรเลียมทุกชนิด โดยให้กรมการพลังงานทหาร เป็นผู้บริหารงานในระยะเริ่มแรก วันนี้กิจการด้าน ปตท. ของประเทศไทยเรานั้น ด้านการปิโตรเลียมนั้นได้พัฒนาไปไกล มากมายเป็นอย่างยิ่ง รัฐวิสาหกิจที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้คือ ปตท. สามารถทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเป็นหน้าเป็นตาของพี่น้องคนไทยเป็นอย่างดี ท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านครับ ท่านสมาชิกรัฐสภา ท่านลองคิดดูถ้าบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ปตท. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนั้นจะเป็นอย่างไรในอนาคต จะมีการทำงาน ซ้ำซ้อนกัน จะมีการทำงานที่ไม่เป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้นในอนาคต ในเรื่องนี้ต้อง ขอขอบคุณและขอยกเครดิตให้ หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คิดว่าไม่เสียหายอะไรนะครับ ที่ท่านได้แสดงเหตุผลมากมายหลายอย่างไปยังสมาชิก สนช. ก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ในวาระที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ จากจดหมายและบันทึกเหตุผลอันนั้นเป็นเหตุให้มีการตัดมาตรา ๑๐/๑ ออกจากกฎหมาย ฉบับนี้ ก็คือมีการยกเลิกการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ อย่างไรก็ตามผมทราบว่ายังมี ความพยายามของกลุ่มผลประโยชน์ที่ได้มีความใกล้ชิดกับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พยายามจะผลักดันเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยหวังไว้ว่าถ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งจะต้องผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้ ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วเรื่องนี้ผมไม่เชื่อนะครับ แต่เมื่อมีการจัดตั้ง ครม. ที่เกิดขึ้นอีกไม่กี่วันหลังจาก นายกรัฐมนตรีมีข่าวอย่างหนักว่าพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลคือพรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต ได้จองกระทรวงพลังงานไว้ในโควตาไม่ให้พรรคอื่นเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นเหตุ ชวนน่าสงสัยประการหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ การทุจริตเชิงนโยบายอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้อง กล่าวถึงก็คือว่าระยะเวลาที่ท่านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดำรงตำแหน่งนั้นท่านมีความ ใกล้ชิดสนิทสนมกับกลุ่มนายทุนใหญ่ของประเทศบางกลุ่มเป็นพิเศษ ทำให้กลุ่มทุนเหล่านั้น สามารถที่จะกำหนดนโยบายและมีบทบาทอย่างสูงในรัฐบาล