พรรณิการ์ วานิช ตั้งข้อสังเกตถึงคุณสมบัติด้านคุณธรรมและจริยธรรมของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่าการเลื่อนการเลือกตั้งซ้ำหลายครั้งทั้งที่เคยให้คำมั่นต่างประเทศ ขัดต่อมาตรฐานการดำรงตำแหน่งที่ควรรักษาเกียรติภูมิประเทศและไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังตั้งคำถามถึงพฤติกรรมการข่มขู่สื่อมวลชนในลักษณะที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในระดับนานาชาติ ซึ่งแม้จะอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็สร้างบรรยากาศที่กดทับเสรีภาพและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่กำลังจะเกิดขึ้น เราหวังว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเป็นเรื่องสำคัญที่คุณสมบัติของผู้จะดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่เพียงไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ใช่เพียงมีคุณสมบัติตรงตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น แต่เรื่องของคุณธรรมจริยธรรม มีความประพฤติที่ถูกต้องตามธรรมจรรยาเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านอภิปรายมาแล้วก่อนหน้านี้ ดิฉันจะขออภิปรายคุณสมบัติของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนึ่งในผู้ได้รับเสนอชื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๐ ว่าท่านมีความประพฤติ ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมหลายข้อด้วยกัน ใน ๒ ข้อแรกที่ดิฉันจะอภิปรายต่อไป ในรายละเอียด ก็คือมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระ ซึ่งบังคับใช้กับสมาชิกรัฐสภา รวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วย ในข้อ ๖ ต้องพิทักษ์ รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ดิฉันเน้นในเรื่องของเกียรติภูมินะคะ เกียรติภูมิหมายความว่าอย่างไร หมายถึงการได้รับการ ยอมรับว่ามีศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและในนานาอารยประเทศ ส่วนข้อ ๑๗ ว่าด้วย การไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ในที่นี้ก็คือ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั่นเอง ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมาของการปกครองภายใต้ คสช. นานาประเทศได้ให้ความสนใจอยู่ตลอดว่าเมื่อไร คสช. จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่หนทาง ประชาธิปไตยนั่นก็คือการมีการเลือกตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ได้ไปพูดในเวทีระหว่างประเทศรวมถึงต่อสื่อต่างชาติจำนวนทั้งสิ้นถึง ๘ ครั้งด้วยกันถึงกำหนดการเลือกตั้ง แต่ได้เลื่อนมาโดยตลอดกว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ได้ไปพูดครั้งแรกในวันที่ ๙ เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๘ ต่อนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นขณะเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ บอกว่า จะมีการเลือกตั้งในช่วงต้นปี ๒๕๕๙ นี่คือครั้งแรก ครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๑๒ เดือนหก ปี ๒๕๕๘ ไปพูดกับนายโทนี ตัน เค็ง ยัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ บอกว่าจะเลือกตั้งได้ภายในปี ๒๕๕๙ แต่ได้เลยต้นปีที่พูดกับนายชินโซ อาเบะ มาแล้ว ในครั้งที่ ๓ พูดในวันที่ ๒๗ เดือนเก้า ปี ๒๕๕๙ บอกว่าจะจัดเลือกตั้งกลางปี ๒๕๖๐ ไม่มีนอมินี (Nominee) ชิงนายกรัฐมนตรี หมดอำนาจแล้วจะกลับไปเลี้ยงหลาน นี่คือคำพูดต่อวอยซ์ ออฟ อเมริกา (Voice of America) ซึ่งเป็นสื่อหลักของประเทศสหรัฐอเมริกา นี่คือการพูดครั้งที่ ๔ ในการพูดครั้งที่ ๕ พูดวันที่ ๒๒ เดือนเก้า ปี ๒๕๕๙ พูดในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ ๗๑ ต่อสมาชิกกว่า ๒๐๐ ประเทศที่มาจากทั่วโลก บอกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปตามโรดแมป (Roadmap) ปลายปี ๒๕๖๐ แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น ในการพูดครั้งที่ ๖ พูดวันที่ ๕ เดือนหนึ่ง ปี ๒๕๖๐ กับเอกอัครราชทูตแคนาดา บอกว่าจะมีการเลือกตั้งต้นปี ๒๕๖๑ ไม่เกิดขึ้น เช่นเดียวกัน มีการพูดอีกครั้งในวันที่ ๓ เดือนสิบ ปี ๒๕๖๐ เป็นการพูดครั้งที่ ๗ พูดกับ นายดอนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขณะเยือนทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการว่าจะมี การเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๑ แน่นอนทุกท่านทราบดีว่าคำมั่นสัญญาในครั้งนั้น ก็ไม่ได้เป็นจริง มีการพูดครั้งสุดท้ายในวันที่ ๒๐-๒๒ เดือนหก ปี ๒๕๖๑ ไปพูดกับเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษ ขณะที่เดินทางเยือนประเทศอังกฤษ อย่างเป็นทางการ พลเอก ประยุทธ์บอกกับนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษว่าจะมี การเลือกตั้งในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๒ และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น สุดท้ายมีการเลือกตั้งในวันที่ ๒๔ มีนาคม ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นสัญญาต่อตัวแทนของประเทศอื่น ซึ่งล้วนเป็นประเทศสำคัญในเวทีโลก ๘ ครั้งด้วยกัน ไม่ได้ทำตามคำมั่นสัญญานั้นจนกระทั่งนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ (The Economist) ออกแมกาซีน (Magazine) ฉบับพิเศษ ชื่อว่า เดอะ เวิร์ลด อิน ทเวนตี ไนน์ทีน (The World in Twenty Nineteen) ซึ่งมีผู้รับชมทั้งแบบพรินต์ (Print) และแบบออนไลน์ (Online) รวมแล้ว ๑๐ ล้านคนทั่วโลก ล้วนแต่บุคคลชั้นนำเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด เนื่องจากนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ เป็นนิตยสารที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก หน้าปกของเดอะ เวิร์ลด อิน ทเวนตี ไนน์ทีน (The World in Twenty Nineteen) ฉบับนั้นเป็นภาพ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่มีจมูกยื่นยาวเหมือนพินอกคิโอ (Pinocchio) ทำให้ถูกล้อเลียนไปทั่วโลกว่า นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมีพฤติกรรมที่คล้ายกับตัวการ์ตูนพินอกคิโอ (Pinocchio) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นตัวละคร เป็นตัวการ์ตูนที่พูดจาไม่ตรงกับความเป็นจริง นี่ทำให้เห็น ได้ชัดว่า พลเอก ประยุทธ์มีพฤติกรรมที่ทำให้เกียรติภูมิของประเทศและเกียรติศักดิ์ ของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสื่อมเสีย ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เสื่อมเสียในเวที นานาอารยประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลต่อไปจะกู้กลับมา นี่พรรคต้องบอกว่าหากเป็น พลเอก ประยุทธ์คนเดิมเข้ามาเป็นรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปจะกอบกู้เกียรติศักดิ์ และเกียรติภูมิของประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยกลับมาได้หรือไม่ นี่คือประเด็นที่สมาชิก ทุกท่านที่จะโหวตให้กับ พลเอก ประยุทธ์จำต้องคำนึงถึงว่าอันเกียรติภูมิ เกียรติศักดิ์ ของประเทศนั้นสำคัญสำหรับพวกท่านหรือไม่
นอกจากนี้ความประพฤติที่ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกท่านน่าจะยังจำกันได้ดี โดยเฉพาะท่านสื่อมวลชน ที่ได้เป็นสักขีพยานอยู่ในที่นี้ด้วย ในวันที่ ๒๕ เดือนมีนาคม ๒๕๕๘ พลเอก ประยุทธ์ มีภาวะอารมณ์เสียและได้มีพฤติกรรมอย่างหนึ่งต่อสื่อมวลชน โดยสื่อถามว่า พลเอก ประยุทธ์ ต้องการให้สื่อทำหน้าที่อย่างไร พลเอก ประยุทธ์บอกว่าสื่อที่เสนอข่าวสร้างความแตกแยก จะให้ประหารชีวิตดีหรือไม่ เป็นการพูดเล่นที่ พลเอก ประยุทธ์บอกว่าพูดหยอกเย้า กับสื่อมวลชน แต่คำพูดของ พลเอก ประยุทธ์ซึ่งมีการพูดต่อมาด้วยบอกว่าจะใช้ เครื่องประหารหัวสุนัขกับนักข่าว คำพูดนี้ถูกนำไปเป็นพาดหัวในสื่อต่างประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) สำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) สำนักข่าว ดิ อินดีเพนเดนต์ (The Independent) สำนักข่าววอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) วีโอเอ นิวส์ (VOA News) หรือ วอยซ ออฟ อเมริกา (Voice of America) หรือว่า เอเชียน คอร์เรสพอนเดนต์ (ASAIN Correspondent) ซึ่งทั้งหมดที่ดิฉันกล่าวมาถึงนี้ เป็นสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้นสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) ได้ไปสัมภาษณ์ ตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา และผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาได้มีการวิพากษ์วิจารณ์คำพูดดังกล่าวที่เป็นคำขู่ว่าจะประหารชีวิตสื่อมวลชน ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยกล่าวว่า วี ซินเซอลี โฮป แดต ดิส ทรีต วอส นอต อะ ซีเรียส วัน สเทตเมนต์ ไลค์ ดิส อิส อีเวน อิฟ นอต ซีเรียส คอนทริบิวต์ ทู แอร แอทมอส เฟียแวร์ ฟรีดอม อาร์ ออฟ ซัปเพรสเซด (We sincerely hope that this threat was not a serious one Statement like this, even if not serious contribute to an atmosphere where freedom are suppressed) แปลว่าเราหวังอย่างจริงใจว่าการข่มขู่นี้ ไม่ใช่การข่มขู่ที่จริงจัง เพราะว่าคำพูดในลักษณะนี้แม้จะไม่จริงจัง แต่ทำให้เกิดบรรยากาศ ที่เสรีภาพนั้นถูกลิดรอนกดขี่ นี่คือคำพูดจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา