สุทิน วิจารณ์ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติเป็นนายกฯ ชี้ขัดหลักประชาธิปไตย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

สุทิน คลังแสง วิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่าเป็นผู้ยึดอำนาจและล้มล้างรัฐธรรมนูญ ขาดคุณสมบัติทางจริยธรรมและขัดหลักประชาธิปไตย พร้อมตั้งคำถามถึงการนิรโทษกรรมตนเอง การออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม และการใช้มาตรา 44 ปิดเหมืองทองอัครา ซึ่งนำไปสู่คดีพิพาทระหว่างประเทศและภาระค่าชดใช้ของรัฐ จึงเรียกร้องให้ยอมรับคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นที่สิ้นสุด

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านแล้วผมก็ประมวลเหตุประมวลผลด้วยความ เป็นกลางเป็นธรรม ด้วยอยากจะได้นายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด แล้วอยากได้นายกรัฐมนตรี ที่ชาวบ้านยอมรับที่สุด โลกยอมรับที่สุด เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเลือกคนนั้นประเทศเดินได้ คนนี้ประเทศเดินไม่ได้ ผมคิดว่าเราต้องคิดกันดี ๆ แต่เมื่อประมวลแล้วท่านประธานครับ ๒ ท่านที่เป็นแคนดิเดต (Candidate) นี้ผมยังมีความเห็นในส่วนตัวของผมชัดเจนว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีลักษณะต้องห้ามมากมายหลายข้อ ส่วนคุณธนาธรมีลักษณะ ที่เพียงแต่ความเหมาะสมบางส่วนซึ่งผมจะได้ขออนุญาตอภิปรายต่อไป ความเห็นที่ผมคิดว่า พลเอก ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ข้อแรกเลยครับท่านประธาน มาตรฐานจริยธรรม ข้อ ๖ ต้องธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ท่านไม่ธำรงหรอกครับ เป็นปฏิปักษ์เลยผมมีความเห็นว่าอย่างไรครับ เพียงข้อเดียวชัดเจนที่สุด ผมจะไม่ลงลึกแล้วก็จะไม่ไปกว้าง เพียงประเด็นเดียวคือท่านเป็น หัวหน้ากบฏ ท่านยึดอำนาจ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจน ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างการปกครอง ข้อหากบฏ โทษประหารชีวิต หลักการนี้ไม่ใช่เฉพาะไทย ทั่วโลก เพราะฉะนั้นท่านทำผิดข้อนี้ แต่ท่านไปนิรโทษกรรมตัวเอง ประเดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดว่า กฎหมายยกเลิกโทษแล้วก็ยกเลิกความผิดด้วย ไม่ใช่นะครับ เพียงไม่เอาโทษกับท่านนะครับ นิรโทษกรรม แต่ความผิดนั้นยังคงอยู่ ท่านยังเป็นคนได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้ากบฏ เป็นหัวหน้า ผู้ล้มล้างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการจะให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีอีกไม่ต่างอะไรกับเอาคนที่ เคยเผาวัดมานั่งเป็นเจ้าอาวาส เอาคนซึ่งเป็นโจรเมื่อก่อน เมื่อวานนี้ วันนี้มาใส่ชุดตำรวจ ผมเห็นภาพอย่างนั้น ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านมีความเห็นผมก็เคารพ นะครับ บอกว่าท่านยึดอำนาจมีเหตุผล บ้านเมืองมีวิกฤต แตกเป็นซีกเป็นฝ่าย กำลังจะเข้าสู่ กลียุค ก็เป็นเหตุผลของท่าน ผมก็เคารพ แต่ความเห็นของผมผมคิดอีกแบบ ซึ่งเป็นสิทธิ ของผม ผมเห็นว่าความขัดแย้งมีจริง แต่ พลเอก ประยุทธ์ในขณะนั้นไม่จริงใจที่จะขจัด ข้อขัดแย้ง ตรงกันข้ามทำตัวไปอยู่อีกกับซีกหนึ่ง ฝั่งหนึ่ง แล้วเป็นความขัดแย้งที่จงใจสร้างขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจ นี่ความเห็นของผม ผมจึงมองว่าท่านขาดคุณสมบัติ และที่สำคัญที่สุดครับ ถ้าท่าน พลเอก ประยุทธ์คิดว่าท่านยึดอำนาจแบบมีเหตุผล และความจำเป็น ท่านนิรโทษกรรมตัวเองทำไม ท่านไม่เดินสู้คดีเลยละครับ โลกจะได้สรรเสริญ คนไทยจะได้ ยอมรับ เมื่อศาลพิจารณาแล้วว่าท่านกระทำไปด้วยเหตุจำเป็นต้องทำ ท่านก็จะบริสุทธิ์ แล้วท่านนิรโทษกรรมตัวเองทำไมถ้าคิดว่าไม่ผิด เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่าชัดเจน คนที่เคยเป็นหัวหน้ากบฏ แล้วก็ต้องโทษระดับนี้ไม่สมควรจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในความรู้สึกและเหตุผลของผม ท่านประธานครับ ผมยังคิดต่อไปอีกว่าไม่เพียงวันที่ ๒๒ ซึ่งท่านยึดอำนาจเท่านั้น ถัดจากนั้นมาท่านยังเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ ท่านร่างแล้วก็ยกเลิก ในที่สุดได้รัฐธรรมนูญอย่างไรครับ ผมคิดว่าท่านจงใจนะ ความเห็นผมนะครับ อยากให้ประชาธิปไตยออกมาแบบนี้ บูดเบี้ยว แล้วก็เอื้ออำนวยให้พรรคใดพรรคหนึ่ง ให้ท่านได้สืบอำนาจต่อ แล้วใครพูด พรรคท่านพูดเอง มี ๒ คนพูดชัดเจนครับ ไม่อายฟ้า อายดินด้วย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อให้เราได้เป็นรัฐบาล ออกแบบมาเพื่อพรรคเรา พูดได้หรือครับ จะให้ผมเข้าใจอย่างไร ก็เข้าใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ซึ่งเป็นหัวขบวนแม่น้ำ ๕ สายนี้ ซึ่งคอนโทรล (Control) ได้ ปล่อยให้ออกมาแบบนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเกิดโครงสร้างประชาธิปไตยที่มันบูดเบี้ยว แล้วจึงได้ลักษณะประชาธิปไตย ที่อัปลักษณ์ อัปลักษณ์อย่างไรครับท่านประธาน วันนี้เราจะได้เห็นว่ามีระบบนับคะแนน ที่โลกต้องตะลึง เราได้เห็นประเทศเดียวที่เลือกตั้งแล้วเดือนกว่านับคะแนนไม่ได้ เราได้เห็น ประเทศเดียวตั้งรัฐบาลยากที่สุด จนจะถึงวันโหวตวันนี้ยังไม่รู้ว่าตั้งได้หรือเปล่า ยังต้องเสี่ยงดวง กันอยู่ อีกหลายอย่าง ผมจะไม่อธิบายลึกในเรื่องนี้ ขออนุญาต

ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าท่าน พลเอก ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติแน่นอน มีลักษณะต้องห้ามแน่นอน คือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เรื่องนี้ไม่ต้องเสียเวลาพูดอื่นไกล จะเชื่อคำพิพากษาศาลฎีกาไหมครับ ถ้าประเทศนี้ไม่เชื่อคำพิพากษาศาลฎีกาจบครับ อยู่อย่างไรกันประเทศนี้ก็เชิญครับ คำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าสูงสุดเป็นที่สุด บอกชัดเจนว่า พลเอก ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เพื่อนสมาชิก พี่เสรี ประทานโทษ ผมก็เคารพ ความคิดเห็นของท่าน ท่านบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐจริง แต่เป็นประเภทที่รัฐธรรมนูญ ไม่ห้ามให้ดำรงตำแหน่ง ท่านก็คิดของท่านได้ ผมก็คิดของผม ผมคิดว่าเป็นประเภทต้องห้าม ห้ามตามไหนครับ ห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๑๕) ไปอ่านสิครับ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นลูกจ้าง เป็นองค์กรของรัฐ อันนั้นละไปดูครับ เขาระบุชัดเจนถ้าเข้าตาม (๑๕) ห้าม พลเอก ประยุทธ์ถ้าในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ยกเว้นครับ แต่ถ้าในฐานะหัวหน้า คสช. เข้าเป๊ะ (๑๕) จึงขาด วันนี้อยู่ที่ว่า ๑. จะยอมรับ คำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่ ส่วน กกต. ก็โบ้ยมาที่นี่ ผมคิดว่าเป็นการหาทางออกของท่าน ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินก็เป็นองค์กรที่ไม่มีอำนาจชี้ขาดเป็นข้อยุติเราก็ไม่ฟัง เพราะฉะนั้น ผมจึงมีความเชื่อว่า พลเอก ประยุทธ์มีลักษณะต้องห้ามอย่างชัดเจนแล้ว ๒ ข้อ คือไม่ธำรงไว้ ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ แต่อีกข้อต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติหรือเข้าข้อต้องห้าม มาตรฐานจริยธรรม ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๑๒ คืออย่างไรครับ ๑. ไม่ส่งเสริมรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิ ของประเทศและผลประโยชน์ของชาติ ตอนท่านเป็นนายกรัฐมนตรีผมว่าเข้าข้อนี้ ประเดี๋ยว ผมจะอธิบายเพิ่ม อันต่อมาท่าน พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ยึดมั่นในระบบนิติรัฐ ชัดเจน และอันต่อมาท่าน พลเอก ประยุทธ์ตัดสินใจบนผลประโยชน์ที่ขัดกันของตัวเอง ทีนี้ผมจะอธิบาย ๓ ข้อนี้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ ผมขออนุญาต ยกกรณีตัวอย่างขึ้นมากรณีเดียว เขาเรียกว่าเป็นวิธีอธิบายโดยกรณีศึกษา ถ้าครูบาอาจารย์ เขาเรียก เคส สตัดดี (Case study) ผมจะยกเคส (Case) หนึ่งขึ้นมา พอผมพูดถึง กรณีนี้เสร็จจะมีหมดทุกอย่าง ผมจะชี้ให้เห็นเป็นตอน ๆ ไปว่า ท่าน พลเอก ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติต้องห้าม ณ จุดใด ของกรณีนี้ กรณีนี้ถ้าผมอธิบายจบ ท่านประธานครับ เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกจะเห็นกันหมดว่า พลเอก ประยุทธ์ขัดตรงไหน ขาดตรงไหน แล้วก็ต้องห้ามตรงไหน ขออนุญาตอธิบายกรณีนี้ และกรณีนี้ผมขอบอกไว้ก่อน ถ้าผมอภิปรายจบท่านจะขอบคุณผม ไม่ปีนี้ก็ปีหน้า เพราะเคส (Case) ที่ผมจะพูดต่อไปนี้มันจะจบลงตรงที่ภาระทั้งหมดตกที่สภา เตรียมเงินไว้เลยคนละสัก ๕๓ ล้านบาทไว้ชดใช้ค่าเสียหาย คืออะไรครับ กรณีเหมืองอัครา ผมพูดเคส (Case) กรณี เหมืองอัคราจะได้เห็นว่าท่าน พลเอก ประยุทธ์บกพร่องตรงไหน ขัดแล้วก็ขาดคุณสมบัติ ข้อไหน ท่านประธานครับ ที่จังหวัดพิจิตรมีเหมืองทองที่ชื่อ อัครา ไมนิ่ง โดยบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่คือบริษัท คิงส์เกตของประเทศออสเตรเลีย บริษัท คิงส์เกตถือหุ้นใหญ่ในบริษัท อัครา บริษัท คิงส์เกต เป็นประเทศออสเตรเลีย บริษัทเหมืองแร่ตัวนี้ตั้งขึ้นด้วยเงื่อนไขการเจรจาเขตการค้าเสรีของไทย-ออสเตรเลีย หรือทาฟตา (TAFTA) อยู่ภายใต้ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เพราะฉะนั้นเหมืองนี้ไม่ใช่บริษัท ข้ามชาติทั่วไป แต่เขาได้รับการคุ้มครองภายใต้ดับเบิลยูทีโอ (WTO) และเงื่อนไขการเจรจา ทางการค้าของทาฟตา (TAFTA) เขากระทำการดำเนินธุรกิจเข้ามาจากปี ๒๕๔๔ พอมาถึง ปี ๒๕๕๙ ท่านประธานที่เคารพ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา ๔๔ ปิดเหมืองเขา ด้วยอะไรครับ ตรงนี้ผมกำลังจะบอกว่า พลเอก ประยุทธ์ไม่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐแล้ว ใช้อะไร ไปปิดเขาครับ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๔ นี่คือตัวการที่บ่งชัดเลยว่าท่านดำรงและบริหารประเทศอยู่ โดยปฏิเสธนิติรัฐ มาตรา ๔๔ ไม่มีการสอบสวน ไม่มีกระบวนการทางยุติธรรม แต่นึกจะออกคำสั่งอะไรก็ทำได้ เพราะฉะนั้นปลดคนในประเทศ ย้ายอธิบดี ย้ายปลัด เขาไม่หือครับ ทำอะไรกับคนไทยไม่มีใครสู้ แต่พอไปปิดเหมืองทองอัคราเกิดอะไรขึ้นครับ วันนี้เกิดคดีแล้ว บริษัท คิงส์เกต ซึ่งเป็นผู้เสียหายเอาเรื่องนี้ขึ้นสู่อนุญาโตตุลาการระหว่าง ประเทศ แล้ววันนี้กระบวนการไต่สวนเอาผิดกับประเทศไทยกำลังเกิดขึ้น และวันนี้ รัฐบาลไทยโดย พลเอก ประยุทธ์ได้แต่งตั้งทีมทนายความ และผมทราบว่าได้จัดงบประมาณ เพื่อการนี้ ๖๐๐ ล้านกว่าบาท เป็นเงิน พลเอก ประยุทธ์หรือไม่ครับ เงินของแผ่นดินครับ ความผิดที่ท่านกระทำผิดพลาดโดยไม่ยึดหลักนิติรัฐ ไปใช้มาตรา ๔๔ กระทำผิด แต่มาใช้เงินรัฐบาลไปจ้างทนายความ ข้อสำคัญก็คือคดีนี้จะชนะหรือไม่ ถ้ามันชนะรอดตัวไป ประเทศไทยโชคดีกันไป แต่ถ้าแพ้เกิดอะไรขึ้นครับ รับผิดชอบทางแพ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ผมได้ปรึกษาผู้รู้ด้วยความห่วงใยประเทศ ห่วงใยตัวเอง ห่วงใยสมาชิกรัฐสภา ปรึกษาผู้รู้ นักวิชาการ นักธุรกิจระหว่างประเทศ ๑๐ คนนี้มีความเห็นตรงกัน ๑๐ คน ว่าแพ้ล้านเปอร์เซ็นต์ ทำไมแพ้ครับ แพ้เพราะคุณเอาอำนาจที่ไม่ได้รับการยอมรับของคน ในโลกไปปิดเขา ผิดข้อบังคับ ผิดข้อตกลงของเอฟทีเอ (FTA) แล้วก็ผิดข้อไม่อยู่ในการ ยอมรับของดับเบิลยูทีโอ (WTO) มาตรา ๔๔ ผมกำลังจะบอกว่า พลเอก ประยุทธ์ละเลย หลักนิติรัฐใช้อำนาจทำให้ประเทศชาติเสียหายไปกระทบกับมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ ๖ ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ วันนี้ที่แพ้เพราะอะไรรู้หรือไม่ที่คนคาดหมายว่าจะแพ้เพราะมาตรา ๔๔ ไม่ใช่กฎหมายในสายตาของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และคนที่ใช้มาตรา ๔๔ คือรัฐบาลชุดนี้ พลเอก ประยุทธ์เขาไม่ยอมรับว่าเป็น ไทย กัฟเวิร์นเมนต์ (Thai Government) ไม่ยอมรับว่าเป็นรัฐบาล เขาเรียกว่า ไทย จุนตา (Thai Junta) คือเป็น กลุ่มคนซึ่งมาใช้อำนาจคล้ายรัฐบาล ส่วนกฎหมายมาตรา ๔๔ เขาไม่ยอมรับว่าเป็นกฎหมาย เขาเรียกว่าอะไรครับ อันลอว์ฟูลลี เอ็กซ์พรอเพรียตด์ (Unlawfully expropriated) ก็คือการใช้ กฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมาย แล้วการปิดเหมืองครั้งนี้ต่างชาติเขาไม่บอกว่าปิดเหมืองครับ เขาใช้คำว่า อันลอว์ฟูลลี เอ็กซ์พรอเพรียตด์ (Unlawfully expropriated) คือยึดเหมืองเขาโดยป่าเถื่อน ศัพท์คำนี้ครับ เพราะฉะนั้นขึ้นอนุญาโตตุลาการวันนี้นักกฎหมายผู้ชำนาญการบอกแพ้ล้านเปอร์เซ็นต์ ก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าวันนี้รัฐบาลก็รู้ตัว วันนี้ส่งกระทรวงอุตสาหกรรมไปเจรจา เพื่อประนีประนอมให้เขาถอนฟ้อง แสดงว่ารู้ว่าจะแพ้อันนี้ไม่สำคัญ ท่านประธานครับ ต่ออีกนิดหนึ่ง กำลังจะชี้อีกข้อหาหนึ่งสำหรับ พลเอก ประยุทธ์ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาทำอย่างไร วันนี้เขาประเมินค่าเสียหายแล้ว เฉพาะบริษัท คิงส์เกตซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น ๔๘ เปอร์เซ็นต์ เขาประมาณค่าเสียหายแล้ววันนี้เบื้องต้น ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่รวมค่าอย่างอื่น ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายที่เขาต้องไปใช้ในขั้นตอนอนุญาโตตุลาการ ประมาณคร่าว ๆ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้ถ้าแพ้จ่ายแน่นอน สำคัญว่าใครจ่าย ใครจะเป็น คนจ่าย ประเทศไทยหรือ พลเอก ประยุทธ์ตรงนี้จะมาถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ฟังดี ๆ นะครับ วันนี้ถ้าแพ้อย่างที่ทุกคนคาดหมายต้องชดใช้เขา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นอย่างน้อย ไม่นับรวม กับผู้ถือหุ้นอีก ๕๒ เปอร์เซ็นต์ บริษัท คิงส์เกตแค่ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ อีก ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคนเหล่านี้เห็นตัวอย่างว่าจะชนะเกิดเขาลุกขึ้นมาเรียกร้องค่าเสียหายบวกไปอีก ๕๒ เปอร์เซ็นต์ บวกเข้าไปอีกกับ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นเท่าไรครับ ตัวเลข ณ วันนี้ถ้าเข้าไป ดูในเว็บไซต์ (Web site) ของคิงส์เกตวันนี้ร่วมแสนกว่าล้านที่เราอาจจะต้องชดใช้ แล้วใคร ชดใช้ครับ พลเอก ประยุทธ์ชดใช้หรือเปล่าครับ ถ้า พลเอก ประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ พลเอก ประยุทธ์ต้องชดใช้ครับ แต่วันนี้ พลเอก ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กำลังจะบอกว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะฉะนั้นต้องรัฐบาลไทยชดใช้ แล้วตอนจะสมัครนายกทำไมบอกว่า ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ พอเจอบริษัท คิงส์เกตเข้าทำไมบอกว่าเป็น นี่คือพฤติกรรมอะไรครับ มาตรฐานจริยธรรมไม่เป็นตัวอย่างอันดี ท่านประธานที่เคารพครับ เอาล่ะ เมื่อถึงวันที่จะต้อง ชดใช้จะเป็น ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วถึงแสนล้านก็ตาม ผมเชื่อว่าหนีไม่พ้นรัฐบาลไทย คนไทยต้องชำระ เพราะ พลเอก ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่ามีมาตรา ๔๔ คุ้มครอง ไม่ต้องรับผิด อะไร ไม่ต้องรับผิดอันใด นี่มาตรฐานจริยธรรมข้อไหนครับ ขาดความรับผิดชอบไม่รักษา ผลประโยชน์ของประเทศ แถมมองไปได้ว่าเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนอื่น ถ้าไม่มองเห็นประโยชน์ส่วนตนต้องใช้จ่ายสิครับความผิดพลาดของตัวเอง เอาล่ะครับ ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติต้องใช้เขา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือแสนกว่าล้านบาทจริง ถามว่า วันนี้มีความเป็นไปได้สูงเพราะมาตรา ๔๔ ซึ่งไม่ใช่นิติรัฐคุ้มครอง พลเอก ประยุทธ์รัฐไทย ต้องจ่าย เมื่อรัฐบาลไทยต้องจ่ายแทน พลเอก ประยุทธ์จะเป็นเงินเท่าไร ใครเป็นคนจ่ายครับ สภาครับ สภาแห่งนี้จะต้องทำเป็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เราทุกคนต้อง พิจารณา ท่านประธานต้องนั่งพิจารณา พวกผมก็สภาผู้แทนก็ว่าไปก่อน ท่านก็จะว่า ขั้นตอนที่ ๒ ผ่านเสร็จสรรพใช้จ่ายเขา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือแสนล้านบาทก็แล้วแต่ วันนี้อนุมัติปั๊บ พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ปั๊บ เงินของประเทศออกไปใช้ปั๊บ พรุ่งนี้ท่านประธาน เชื่อไหมครับ จองกฐินไว้แล้วครับ ชาวบ้านประชาชนฟ้องสมาชิกรัฐสภาฟ้องอย่างไรครับ ความผิด กระทำความผิดเลินเล่อ ใช้อำนาจโดยไม่ยึดหลักนิติรัฐของ พลเอก ประยุทธ์ ต้องให้รัฐเสียหาย แล้วสมาชิกสภาแห่งนี้เป็นคนอนุมัติงบประมาณไปใช้หนี้หรือไปชดใช้ ค่าเสียหายแทน เขาฟ้องเราครับ มีตัวอย่างหลายประเทศนะครับที่ประชาชนเขาฟ้อง สมาชิกรัฐสภาด้วยการออกกฎหมายแล้วใช้งบประมาณของเขาแบบผิด เพราะฉะนั้น สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ต้องรับผิดชอบ ผมประมาณเป็นเงินง่าย ๆ ท่านประธานครับ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าต้องชดใช้จริง ๆ นะครับ แล้วถ้าประชาชนฟ้องไล่เบี้ยเอากับเรา ๗๕๐ คนอยู่ที่นี่ หารเลขออกมาแล้วคนละ ๕๓ ล้านบาทครับ เงินเดือนเท่าไรท่านประธาน กับผมก็ประมาณแสนบาท ปีหนึ่งก็ล้านกว่า อยู่เต็มสมัยก็ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่า แล้ว ๕๓ ล้านบาทเอาที่ไหนมาใช้เขา นี่คืออะไรครับ ผมบอกว่า พลเอก ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามคือ ๑. ไม่ยึดมั่นในระบบนิติรัฐ ๒. ด้วยเหตุที่คุณเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย เรื่องมันจึงมา จนถึงขณะนี้