ชลน่าน ค้านตั้งประยุทธ์นายกฯ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญและธรรมาภิบาล

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงจุดยืนคัดค้านการเสนอชื่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยอภิปรายด้วยเหตุผล 5 ประการ ยืนยันว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 160 เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและขึ้นสู่อำนาจโดยการยึดอำนาจ ซึ่งขัดหลักธรรมาภิบาลและเจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งตั้งข้อสังเกตถึงความซื่อสัตย์สุจริตและการบริหารราชการแผ่นดินที่อาจกระทบประโยชน์ของประชาชน พร้อมย้ำว่ามีหลักฐานทางกฎหมายและข้อเท็จจริงสนับสนุนการคัดค้านนี้อย่างชัดเจน

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้อง กราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสสมาชิกได้มีโอกาสอภิปรายเพื่อใช้ประกอบการ พิจารณาในวาระที่ท่านประธานกรุณาได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ ให้สมาชิกได้พิจารณา ให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรจะดำรงตำแหน่งหรือได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการเสนอชื่อที่เพื่อนสมาชิก ได้เสนอมีบุคคลที่สมควรจะได้รับการพิจารณาอยู่ ๒ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต เอ่ยนามพรรค ได้เสนอ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ให้สภาแห่งนี้ ได้ช่วยกันพิจารณาจะให้ความเห็นชอบหรือไม่อย่างไร ก็ขึ้นกับเหตุกับผล ท่านที่ ๒ จากพรรคอนาคตใหม่ คือคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการ พิจารณาโดยการใช้อภิปรายเป็นการแสดงความเห็นที่จะบอกกับสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธาน ไป โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกหรือท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ สภา ท่านสมาชิกวุฒิสภา แล้ว ก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาตามเหตุตามผลก่อนที่ท่านจะได้ตัดสินใจลงมติ เพราะว่าการลงมติในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ เป็นประโยชน์สำคัญ ของประเทศชาตินะครับ ถ้าสภาแห่งนี้ได้ฟังเหตุฟังผลแล้วลงมติไป สิ่งที่ออกมาถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศขณะนี้ ๖๗ ล้านคน ผมเชื่อว่าเขาจะปรบมือแสดงความยินดีไชโยโห่ร้อง ด้วยความยินดีกับการทำหน้าที่ของพวกเรา ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เสนอเข้ามามีบุคคล ๒ ท่าน ผมเองไม่ติดใจกับคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ถูกเสนอจากพรรคอนาคตใหม่ แต่ผมเองต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งผมไม่สามารถจะให้ความเห็นชอบบุคคลที่เสนอโดย พรรคพลังประชารัฐ คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะได้รับการพิจารณาจากสภาแห่งนี้ ว่าสมควรจะเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียน ท่านประธานอยู่ ๕ ประเด็น กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ บางประเด็น อาจจะเป็นเรื่องของผลงานการปฏิบัติงาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้สภาแห่งนี้ได้ช่วย พิจารณาว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ก่อนที่จะตัดสินใจ ท่านประธานที่เคารพครับ

ประเด็นที่ ๑ มีเพื่อนสมาชิกพูดไป ๒ ท่าน ๓ ท่าน คือลักษณะต้องห้าม ผมไม่อาจให้ความเห็นชอบได้เพราะ พลเอก ประยุทธ์มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๖) ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๑๕) ซึ่งต่างฝ่ายต่างให้เหตุผลไป ผมยังเชื่อมั่นและยืนยันว่า พลเอก ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้าม ของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รายละเอียดเรื่องนี้มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย แสดงเหตุผลในสภาแห่งนี้ไปพอสมควร แต่ว่าสิ่งที่พวกกระผมด้วยความเคารพ ๗ พรรคครับ ที่เราร่วมกันปรึกษาหารือกัน เรามีมติเป็นทางเดียวกันคือเราไม่เห็นชอบที่จะให้ พลเอก ประยุทธ์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็จะมีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติฝ่ายที่เราร่วมกันจะมา อภิปรายในรายละเอียดเจาะลึกให้ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นหลักฐานต่าง ๆ ที่เป็นการประกอบการอภิปราย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกท่านนะครับ ว่าสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่า พลเอก ประยุทธ์ เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ มีข้อเท็จจริง มีข้อกฎหมายอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่ผมไม่อาจจะให้ความเห็นชอบ พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้เรื่องนี้เรื่องสำคัญครับ เป็นไปตามมาตรฐานจริยธรรม ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกให้กับองค์กรอิสระ แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต้องเอามาใช้ด้วย นั่นคือสิ่งที่คาดหวังสำหรับผู้ที่จะมาเป็น นายกรัฐมนตรีครับ จะต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือปฏิบัติตามมาตรฐาน จริยธรรมอย่างร้ายแรง ประเด็นนี้มีเพื่อนสมาชิกจะมาให้ข้อมูล มาให้เหตุผลข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายกับท่านประธานอีกเยอะครับ แต่ผมขออนุญาตลงไปเพื่อประกอบในความเห็น ของกระผม ท่านประธานครับ ในมาตรฐานจริยธรรมที่ออกโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในหมวดของอุดมการณ์ของจริยธรรมเขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต้องยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่า ประโยชน์ตน อันนี้เป็นอุดมการณ์ทางด้านจริยธรรม ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า ๕ ปีที่ผ่านมาท่านประธานประจักษ์กับสายตาของท่านประธานเอง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นความร้ายแรงที่สุดก็คือว่าบุคคลที่ไม่ได้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อาศัยอำนาจจากการเข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศชาติบ้านเมือง แล้วมีโอกาสเสนอตัวเอง มาเป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ รายละเอียดเรื่องนี้ เพื่อนสมาชิกจะได้ชี้ให้ท่านประธานเห็นเลยว่ามันเป็นอย่างไร แต่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ แค่เห็นว่ามาจากการยึดอำนาจไปจากพี่น้องประชาชนเข้ามาปกครอง บริหารบ้านเมือง ทำเรื่องทำราวต่าง ๆ ไว้พร้อมเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกติกา ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองสามารถอยู่ต่อได้ และผันตัวเองมาเป็นผู้ที่สมควรจะดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ สิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่เขาเลยบัญญัติไว้ในอุดมการณ์ ซึ่งเป็นการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ผมไม่เห็นชอบที่จะให้ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากที่จะไม่เลื่อมใส ไม่ศรัทธา ไม่ยึดมั่น ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังให้ระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขบิดเบี้ยวไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น มีการออกบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ผลพวงทั้งหลายทั้งปวงที่เราเห็นขณะนี้ก็คือ ความบิดเบี้ยว ความบิดเบือนของกติกาคือรัฐธรรมนูญ ไม่ยึดมั่น ไม่ศรัทธา ไม่เท่าไรนะครับ ท่านประธาน แต่มีผล มีอิทธิพลให้รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสำคัญ เป็นเสาหลักของ ประเทศออกมาทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีความยุ่งยาก มีความลำบาก พี่น้องประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะการเข้าสู่อำนาจการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผมจะไม่ลงรายละเอียดลงไปมาก ทุกคนทราบ ทุกคนเห็น ท่านประธานเองก็ได้รับผลกระทบ พรรคของท่านประธานเองก็ได้รับผลกระทบ พรรคเพื่อไทยเองได้รับผลกระทบ เราเคยมี ๒๖๕ ที่นั่ง คาดการณ์ว่าเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร ก็น่าจะเหลืออยู่ ๒๓๐ ที่นั่ง สู้กันเต็มที่ ท่านประธานครับ พรรคท่านประธานลดไป ๑๐๐ ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยลดไป ๑๐๐ ที่นั่ง แถมไม่มีบัญชีรายชื่อที่จะได้รับเข้ามามีสิทธิมีเสียงแทน พี่น้องประชาชนแม้แต่คนเดียว นั่นคือกติกาที่บิดเบี้ยว ผมต้องขออภัยท่านประธาน ที่จะกราบเรียนด้วยความเคารพว่า การไม่ยึดมั่นในระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีกลไกที่ทำให้มีกติกาอย่างนี้ เราเลยได้สภา มาลักษณะนี้ ผมเองไม่โทษตัวบุคคล หลายคนน่าเห็นใจเป็นผู้แทนราษฎรได้ ๒-๓ วัน ก็ถูกปลดออกไปด้วยเงื่อนไขว่าเศษของท่านแพ้คนอื่นเขา ผมจะไม่ก้าวล่วงถึงพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก แต่นั่นคือเราเองโดนกระทำจากตัวบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่อง เกี่ยวข้อง นี่ละครับมันฟ้องว่า จริยธรรมที่เป็นอุดมการณ์ ท่านไม่มีอยู่ในตัวท่านเลย เพียงเพื่อต้องการเข้ามาเป็น นายกรัฐมนตรี เพื่อต้องการสืบทอดอำนาจ และบอกว่าจะต้องทำในสิ่งที่ทำไว้ต่อไป และอ้างประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่สมาชิกที่ขึ้นมาอภิปราย ก่อนหน้าผมก็พูดไปชัดเจน ชาวไร่อ้อยก็จะตาย ชาวสวนยางก็จะตาย อันนี้คือภาพสะท้อนจริง ภาพสะท้อนจริง เกิดจากสิ่งเหล่านี้ครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่เป็นคุณสมบัติที่พึงจะมี แต่ผู้ที่ถูกเสนอชื่อจาก พรรคพลังประชารัฐไม่มี มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันนี้เป็นคุณสมบัติสำคัญ บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๐ (๔) ในรายละเอียดเพื่อนสมาชิกจะขึ้นมาบอกกล่าวกับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อจะได้เอาประเด็นไปพิจารณา ความซื่อสัตย์สุจริตตีความได้อย่างไร ถ้าบอกว่าเป็นคนดีซื่อสัตย์ ไม่กิน ไม่โกง เชิงแคบครับ แต่ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งที่ต้องบอกว่าไปกระทบกับประโยชน์ ประเทศชาติหรือประชาชนหรือไม่ พวกเราเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้กล่าวปฏิญาณตนเข้ารับทำหน้าที่บอกว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามบทบัญญัติซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ซื่อสัตย์สุจริตวัดที่ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนท่านประธานครับ ความไม่สุจริตของการใช้ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ การใช้กฎหมายที่ออกมาสู่การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ที่ผ่านมามีมากมาย ซึ่งผมจะลงในรายละเอียดในข้อต่อไป มีมากมายครับ ท่านประธานอันนี้คือสิ่งที่ผมรับไม่ได้ รายละเอียดเพื่อนสมาชิกจะชี้แจงให้ท่านประธาน ได้รับทราบในประเด็นนี้

ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ถ้าสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบ พลเอก ประยุทธ์สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งที่พี่น้องประชาชนขณะนี้ เฝ้ามองอยู่ รอความหวังอยู่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานก่อนที่จะพูดรายละเอียดในประเด็นนี้ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ดี การประชุมรัฐสภาในครั้งนี้ก็ดี