รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

วีระกร คำประกอบ พูดถึงกรณีการยื่นฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการสมัครรับเลือกตั้งโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอธิบายว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามมาตรา 98 (15) ของรัฐธรรมนูญ

นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ในส่วนของที่เพื่อนสมาชิกคือคุณขจิตร ชัยนิคม ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ ก็พวกกัน แต่ว่าการที่ท่านได้แสดงให้เห็นว่าการที่เราพรรคพลังประชารัฐได้เสนอ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นเป็นการผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ โดยเฉพาะใน (๑๒) และ (๑๕) (๑๒) นั้นฟังดูท่านก็ไม่ติดใจ เพราะเหตุว่าท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับการยกเว้นในฐานะเป็นข้าราชการการเมือง แต่ใน (๑๕) นั้น คำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ความจริงแล้วได้มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านี้มี ผู้ไปร้องเรียนผู้ตรวจการรัฐสภา ขออนุญาตที่เอ่ยนามบุคคลภายนอกนะครับ คือคุณศรี สุวรรณ จรรยา ท่านได้ยื่นหนังสือเพื่อให้ทางผู้ตรวจการรัฐสภาได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบที่ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่ท่านกล่าวว่า เป็นข้าราชการ เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ในข้อวินิจฉัยของผู้ตรวจการรัฐสภานั้นได้อ้างอิงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งวินิจฉัย ว่าเมื่อปี ๒๕๔๓ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ โดยคำวินิจฉัยนั้นเป็นคำวินิจฉัย ที่ ๕/๒๕๔๓ ที่ในขณะนั้นประธานรัฐสภาได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีที่ กกต. ได้ตัดสิทธิผู้สมัคร รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกเมื่อปลายเดือนธันวาคม ๒๕๔๒ โดยการวินิจฉัยในลักษณะ ต้องห้ามของผู้สมัครตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งในขณะนั้นใช้มาตรา ๑๐๙ (๑๑) แต่ในปัจจุบันก็เป็นเรื่องของมาตรา ๙๘ (๑๕) ซึ่งกล่าวถึงเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของรัฐ คำวินิจฉัยนั้น พูดไว้ชัดเจนนะครับ ท่านประธานว่าเนื่องจากใน (๑๑) นี้ เป็นการตัดสิทธิบุคคลที่จะสมัคร เป็นวุฒิสมาชิก จึงต้องให้ตีความอย่างแคบ ซึ่งในวงเล็บนี้มีถ้อยคำทั่วไปและถ้อยคำที่เป็น การเฉพาะซึ่งคำนำหน้า ซึ่งหมายถึงการเป็นลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ท่านจะเห็นได้ว่าในข้อความข้างต้นของมาตรา ๙๘ (๑๕) หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๑๐๙ (๑๑) ได้พูดถึงคำจำเพาะ คำเฉพาะที่มีบัญญัติไว้ก่อน หน้านั้นแล้วกล่าวคือ ได้กล่าวถึงไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ คำว่า เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ จึงต้องมีความหมาย ที่สอดคล้องกับข้อความเฉพาะที่มีมาก่อนหน้านี้ กล่าวคือเป็นพนักงาน ลูกจ้างของ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีคำจำกัดความของพนักงาน ลูกจ้าง ของหน่วยราชการของรัฐและรัฐวิสาหกิจไว้ว่า ๑. ต้องได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ตามกฎหมาย ๒. มีอำนาจและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและต้องเป็นการปฏิบัติหน้าที่เป็น งานประจำ ๓. อยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลของรัฐ ๔. มีเงินเดือนและค่าตอบแทน ตามกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าแม้ว่าจะกินเงินเดือนของรัฐ มีค่าตอบแทนตามกฎหมาย แต่ว่าไม่เข้าข่ายที่ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งตามกฎหมาย ไม่เข้าข่ายที่เป็นการปฏิบัติงาน เป็นประจำและไม่เข้าข่ายในข้อที่ ๓ คืออยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลของรัฐ ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงน่าจะถือเป็นที่สุดว่าผู้ที่ได้ถูกตัดสิทธิในขณะนั้น ๒๗ คน ซึ่งเป็นกรรมการ เป็นอนุกรรมการตามกฎหมาย เช่น เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นกรรมการสภาทนายความ เป็นกรรมการครูต่าง ๆ เป็นกรรมการสถาบันราชภัฏ และเป็นอนุกรรมการประจำกระทรวง ประจำกรม ประจำจังหวัดนั้นไม่ได้ถูกตัดสิทธิครับ เพราะรัฐธรรมนูญนั้นกับผู้ที่ต้องการสมัครมองเห็นถึงสิทธิ ต้องการให้สิทธิมากกว่าที่จะมา บังคับว่าคนนั้นทำนั่นไม่ได้ทำนี่ไม่ได้ คำวินิจฉัยยังบอกว่าการที่ ๒๗ คนนั้นไม่น่าจะต้องถูก ตัดสิทธิก็แม้ว่าผิดข้อที่ ๑ ได้รับการเลือกตั้งและแต่งตั้งตามกฎหมาย ผิดข้อที่ ๓ อยู่ใน บังคับบัญชาหรือกำกับดูแลของรัฐ ผิดข้อที่ ๔ มีเงินเดือนและค่าตอบแทนตามกฎหมาย แต่ในข้อที่ ๒ มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อนี้ศาลรัฐธรรมนูญให้คำวินิจฉัยว่า ท่านคณะกรรมการและอนุกรรมการเหล่านี้ที่ถูกตัดสิทธิ ๒๗ คนนี้ไม่สามารถที่จะปฏิบัติตาม กฎหมายแต่เพียงผู้เดียวได้ แม้ในรูปคณะกรรมการท่านจะเห็นได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญ ก็ยังให้สิทธิในการลงสมัครได้ โดยไม่ตัดสิทธิคนเหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะเข้าข่ายถึง ๓ ข้อก็ตาม แต่ในข้อที่ว่าปฏิบัติตามหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ปฏิบัติคนเดียวไม่ได้ต้องปฏิบัติ เป็นคณะกรรมการ เป็นองค์กร แค่นั้นครับนิดเดียว ก็ยังยอมให้มีสิทธิในการสมัครเป็น วุฒิสมาชิก ดังนั้นข้อที่เพื่อนสมาชิกมีความข้องใจในข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๑๕) ซึ่งเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐนั้นน่าจะเป็นอันตกไป น่าจะเป็นข้อยุติ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นที่สุดตามรัฐธรรมนูญของเรา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นขอให้ถือเป็นที่สุด ขอบคุณครับท่านประธาน