ขจิตร ชัยนิคม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 วรรค 15 และเรียกร้องให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัดก่อนการให้ความเห็นชอบ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การพิจารณาบุคคลที่จะให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็น นายกรัฐมนตรีถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ ในมาตรา ๑๖๐ (๔) (๕) (๖) ใน (๔) กำหนดไว้ว่า บุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๕) กำหนดไว้ว่า บุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นบุคคลที่ไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานจริยธรรม ไม่ฝ่าฝืนจริยธรรม หมวด ๑ ของมาตรฐานจริยธรรมของ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอนุโลมใช้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคนที่เป็น รัฐมนตรีด้วย ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๖) กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะมาเป็น รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๑๕) กำหนดว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ แล้วสุดท้ายบอก ต้องไม่เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ในรัฐธรรมนูญมาตรานี้บุคคลที่ถูกเสนอชื่อ ผมถึงสงสัยว่า ถ้าหากจะถูกฟ้อง ท่านประธานอนุโลมว่าให้รับรองโดยอนุโลมไม่ต้องลงชื่อ ถ้าเขารับรองชื่อ คนที่ไม่มีคุณสมบัติต้องมีความผิด ต้องรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่สมาชิกสภานี้ทำอะไรโดย ไม่ต้องรับผิดชอบ ท่านประธานครับ ประเด็นที่มีคุณสมบัติเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ของบุคคล ที่ถูกเสนอชื่อในสภาแห่งนี้คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธาน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้รับการยกเว้นตามมาตรา ๙๘ (๑๒) คือยกเว้น ข้าราชการการเมือง แต่มาตรา ๙๘ (๑๕) ไม่ได้รับการยกเว้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าดูตามปกติแล้ว ดูตามทั่วไปแล้วต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแน่นอน เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เวลาแต่งตั้งมีพระบรมราชโองการ รับเงินเดือนประจำ เงินเดือน ที่รับจากงบประมาณของรัฐ พลเอก ประยุทธ์ได้รับเงินเดือน โดยมีพระราชกฤษฎีกา ออกเป็นของราชการ แล้วก็กระทำการในฐานะของเจ้าหน้าที่รัฐ เฉพาะข้อจำกัดธรรมดา เหล่านี้ ท่านก็เป็นพนักงานของรัฐอื่นเหมือนองค์กรอิสระทั้งหลาย ไม่ใช่ข้าราชการ แต่ก็มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้รับเงินเดือนจากรัฐบาลนี้จากภาษีของประชาชน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับเงินเดือนจากใครครับ รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชน เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในประเภทเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐแน่นอน คุณสมบัติตามมาตรา ๙๘ (๑๕) ผิดชัดเจน ท่านประธานครับ ไม่ได้ผิดโดยความเห็นและความคิดของผม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ศาลชั้นต้น ซึ่งนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ได้ยื่นฟ้องไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง ของหัวหน้า คสช. ศาลชั้นต้นลงความเห็นว่าคุณสมบัติ ต้องไปรายงานตัว เพราะว่าเป็นประกาศของรัฐที่มีอำนาจ เขาร้องไปศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็มีความเห็นว่า นายสมบัติต้องไปปฏิบัติเพราะคนสั่งนั้นใช้อำนาจรัฐ เขาร้องถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว ทุกอย่าง เจ้าหน้าที่ ทหาร จาก คสช. ไปศาล ไปทำการ สุดท้ายครับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ผมพูดนี้ต้องเข้าไปอยู่คุก ต้องถูกอายัดบัญชี ตามคำสั่งศาลฎีกา ผมอภิปรายเสร็จ ผมจะยื่นคำสั่งศาลทั้ง ๓ ศาลให้ท่าน ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมเขียนกฎหมาย มามาก อาจจะมากกว่าทุกคนในสภา เพราะฉะนั้นกฎหมายต้องได้รับการดูแลทุกมาตรา คุณสมบัติของผู้จะเป็นนายกรัฐมนตรี ถูกกลั่นกรองตรวจสอบเป็นลำดับ ตั้งแต่การเสนอ ตามมาตรา ๘๘ ต้องถูกตรวจสอบพิจารณาโดยพรรคการเมือง เวลานี้พรรคการเมือง ขออนุญาตเอ่ยชื่อ พรรคพลังประชารัฐได้กลั่นกรองเอามาแล้วว่าท่านนี้มีคุณสมบัติ ก็จึงเสนอมา เสนอต่อ กกต. ตามมาตรา ๘๘ ของรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจครับ ผ่านมา กกต. ก็มีหน้าที่ตามอำนาจของตัวเอง ไม่ใช่แบบ กกต. ตอบหนังสือพรรคเพื่อไทยว่า กกต. ไม่มีอำนาจพิจารณาคุณสมบัติเป็นเรื่องของรัฐสภา ผมเห็นด้วยและเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ กำหนดให้องค์กรใดพิจารณาเรื่องอะไร องค์กรนั้นต้องมีอำนาจที่จะพิจารณา เวลานี้วันนี้ เรากำลังพิจารณาตามมาตรา ๑๕๙ และยกเว้นโดยมาตรา ๒๗๒ ซึ่งมีปัญหาประเด็น ที่ถกเถียงกันอยู่ เอาล่ะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ท่านประธานครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามความเห็นของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นตามข้อกำหนดตามวิธีปฏิบัติของรัฐบาลไทยรัฐบาลนี้อยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญ เสร็จแล้วใช้เงินของประชาชน ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะเป็นอะไรครับ เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เสนอไม่ได้ ถ้าเสนอไม่ได้จะเกิดผลอะไรครับ มาตรา ๘๗ ผมถึงย้ำ ท่านประธานอย่างไรครับ ผมกำลังจะถามท่านประธานว่าท่านอนุโลมให้ฝ่ายรับรอง เวลาผมจะร้องว่าสมาชิกที่รับรองกี่คนที่จะต้องมีความผิด รับรองคนไม่มีคุณสมบัติ ผมขอย้ำว่าสภานี้มาตามมาตรา ๘๗ มาตรา ๘๘ มาตรา ๘๙ ความลำดับมานี้ ถ้าเสนอคน ไม่มีคุณสมบัติเท่ากับไม่ได้เสนอนะครับ รัฐธรรมนูญบอกอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงถือว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แล้วก็ผิดคุณสมบัติ หลายข้อ อย่างเช่น ข้อ ๔ บอกว่าต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ข้อ ๑๖๐ (๕) บอกว่า ต้องไม่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงของมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งมาตรฐานจริยธรรม ออกเมื่อปี ๒๕๖๑ เป็นมาตรฐานคุณธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ แต่รัฐธรรมนูญเขารู้ว่าสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภายังไม่ได้เขียนจรรยาบรรณ เขาก็เลยเขียน ต่อไปว่าให้ใช้มาตรฐานจริยธรรมนี้กับสภาผู้แทนราษฎร กับวุฒิสภา กับนายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีด้วย เพราะฉะนั้นการฝ่าฝืนมติหรือไม่มีคุณสมบัตินี้เป็นเรื่องที่สภานี้ จะต้องพิจารณา ท่านประธานครับ ท่านประธานบอกว่าต้องการเห็นสภานี้ใช้ข้อบังคับ ที่เคร่งครัด ดำเนินการอย่างมีเกียรติ ผมกราบท่านประธานนะครับ เวลาท่านบอกว่าจะอนุโลมอะไร ผมยังเปิดข้อบังคับไม่เจอว่าท่านใช้ข้อบังคับข้ออะไร กลับมาเรื่องคุณสมบัติ เรื่องคุณสมบัติ มาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ ๕ บอกว่า ต้องเป็นบุคคลที่เคารพการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่านประธานครับ พลเอก ประยุทธ์ไม่ใช่ครับ ย้อนอดีตไป ๔-๕ ปีไม่ใช่ครับ ถ้าเราใช้สติปัญญา ใช้เหตุผล ไม่ใช่ เขาไม่เคารพวิธีการของประชาธิปไตย ผมไม่ต้องพูดหรอกเขาใช้วิธีไหนทุกคนรู้จักหมดแล้ว ไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตยแน่นอน การประกาศเลิกใช้รัฐธรรมนูญ หรือชาวบ้านผมเรียกว่าฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เมื่อมีปัญหาแก้โดย การฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ไม่เคารพประชาชน การยึดอำนาจจาก ประชาชนโดยใช้ประกาศโดยกระบอกปืนไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ผิดจรรยาบรรณข้อนี้ อย่างร้ายแรงแน่นอน ท่านประธานครับ วันนี้เราต้องดูคุณสมบัติให้ชัดเจนทุกข้อ แล้วก็ยังมี หลายเรื่องอีกมากมายซึ่งมีสมาชิกหลายท่านที่จะอภิปราย ลำดับนี้ผมขอกราบเรียนท่าน เท่านี้ก่อน ขอบคุณครับ