ทวีศักดิ์ ชี้พัฒนาเศรษฐกิจสูงวัย หนุนงบยั่งยืน-ปรับบ้าน-ชุมชนรับผู้สูงอายุ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐

ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ชี้ปัญหาและเสนอแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการพัฒนาบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ พร้อมแสดงความกังวลต่อปัญหาผู้สูงอายุพลัดตกหกล้มที่เพิ่มขึ้น จึงเสนอให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในบ้านและชุมชน รวมถึงพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือและระบบบริการดูแลเฉพาะบุคคลอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพ อาหาร และการดูแลอย่างเหมาะสม

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ทุกท่านครับ ผม นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล สมาชิก หมายเลข ๐๖๓ ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ กระแสใหม่ ขอเรียนเสนอข้อมูลจากคณะอนุกรรมาธิการว่าด้วยความคืบหน้าของการพัฒนา เศรษฐกิจสูงวัยของประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ในการเสริมการทํางานการขับเคลื่อนการปฏิรูป เรื่องการเตรียมผู้สูงอายุ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสังคมเกี่ยวกับการพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเอื้อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถดําเนินงานส่งเสริมคุณภาพชีวิตและดูแลผู้สูงอายุใน ๔ มิติ ที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมเสนอ ซึ่งนับว่าเป็นการส่งเสริม แบบบูรณาการ ซึ่งจะมีกลไกทางด้านการจัดการเงินสวัสดิการ การจัดหางานให้กับผู้สูงอายุ การสนับสนุนให้มีการสร้างซีเนียร์คอมเพล็กซ์ (Senior Complex) กลไกด้านการปกครอง และกลไกทางสังคมอยู่หลายกลไก ประเด็นที่ผมจะขอเรียนเสนอเพิ่มเติมเป็นข้อมูลสําคัญ ต่อการดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนหากจะมีการดูแลผู้สูงอายุให้ได้ผล ซึ่งประเด็นที่จะเรียนเสนอนั้นเกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจซึ่งเป็นการใช้จ่ายเงินซึ่งรัฐเตรียมไว้ สําหรับอุดหนุนผู้สูงอายุให้คุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อุปกรณ์ วัสดุต่าง ๆ ที่สมควร จะผลิตขึ้นในประเทศไทยถือว่าเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เหมาะสมด้วย เนื่องจากจํานวน ผู้สูงอายุนั้นจะเพิ่มขึ้น ๆ นอกจากนี้การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสําหรับคนไทย เพื่อการดูแลแล้วก็การพัฒนาบุคลากรที่เป็นแคร์กิฟเวอร์ (Caregiver) สําหรับผู้สูงอายุนั้น ก็จะช่วยส่งเสริมให้การบริหารจัดการต่าง ๆ นั้นเป็นไปได้อย่างยั่งยืน ผมใคร่ขออนุญาต ฉายสไลด์ (Slide) ประกอบซึ่งจะมีข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งท่านสมาชิกที่ต้องการก็สามารถ ก๊อบปี้ได้นะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

อันแรกสุดก็จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับผลการแถลงข่าว ของท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์เจษฎา โชคดํารงสุข เราค้นพบว่าผู้สูงวัยนั้น ตกอยู่ในความเสี่ยงถ้าหากว่ามีอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการพลัดตกหกล้ม ซึ่งมีปริมาณ ที่เพิ่มขึ้นคือเฉลี่ยประมาณวันละ ๓ คน หรือว่าปีละ ๘๐๐ คน ในปี ๒๕๕๘ มีผู้สูงอายุ เสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มถึง ๑,๐๔๙ คน นอกจากนั้นเหตุต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพลัดตก หกล้มนั้นเกิดขึ้นจากการหกล้มนอกบริเวณบ้านถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ หกล้มในบ้านร้อยละ ๓๑ ข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวที่จะบอกเราว่าเราจะต้องจัดการเกี่ยวกับบ้านให้มีราวสําหรับจับให้มั่นคง ป้องกันการหกล้มหรือว่าพื้นซึ่งจะต้องไม่ลื่นเพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาด ประเด็นหลาย ๆ อย่าง เหล่านี้หากได้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ การทํางานของ อปท. ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศนั้น ก็จะเป็นไปได้ด้วยความประหยัด แล้วก็สามารถใช้วัสดุในประเทศไทย ได้มีการสํารวจว่า คนสูงอายุต้องการอะไร ซึ่งก็จะมีความต้องการหลาย ๆ อย่างนอกเหนือไปจากที่เราทราบดี คือการดูแลของรัฐ พวกเงิน พวกสวัสดิการ คนดูแล แล้วก็งาน ก็จะมีประเด็นที่ผู้สูงวัยนั้น ต้องการอุปกรณ์ช่วยอํานวยความสะดวกในบ้าน และอุปกรณ์เหล่านี้แม้มีเงินแต่ไม่รู้ที่ซื้อ ไม่มีคนบริการที่เหมาะสมก็จะสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ สิ่งที่ต้องการ ตัวอย่างเช่นปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน ชนิดกดครั้งเดียวก็ส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการแล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นบ้านใคร แล้วก็จะต้องทําอะไร ประมาณ ๓๓ เปอร์เซ็นต์เป็นอันที่ต้องการมากที่สุด อันที่ ๒ ก็คือราวจับในห้องน้ํา อันที่ ๓ คือวัสดุปูพื้นที่กันลื่นได้ ๓ อันนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องหกล้ม ส่วนที่เหลือที่ต้องการ น้อยลงสักนิดหนึ่งก็คือลูกบิดเปิดประตูแบบคันโยกเพื่อความสะดวก เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ที่ปรับได้ภายในห้อง แล้วก็การเพิ่มความกว้างของประตูห้อง เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะต้อง มีการปรับปรุงบ้าน นอกจากนั้นมีการสํารวจถามเรื่องพฤติกรรมเพื่อดูแลสุขภาพ ก็จะมี เรื่องอาหาร เรื่องการตรวจสุขภาพ การออกกําลังกาย และการพักผ่อน ซึ่งจําเป็นที่จะต้อง หาจุดบริการที่เกิดขึ้นในชุมชน ตัวอย่างเช่น ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร โรงพยาบาลเอกชน ราคาปานกลาง เป็นต้น สําหรับอาหารเองก็มีความต้องการประเภทที่เป็นอาหารสดเดลิเวอรี (Delivery) ร้านอาหารสุขภาพแบบบุฟเฟ่ต์ (Buffet) อาหารสําหรับผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ เป็นต้น นอกจากนั้นเรื่องการเคี้ยวอาหารที่นุ่มย่อยง่าย ก็จะเป็นสิ่งที่ต้องการซึ่งจําเป็นจะต้องหาผู้ผลิตและผู้จําหน่าย อุปกรณ์ช่วยอํานวยความสะดวก ที่ใช้กันแล้วอยู่ในประเทศไทยและควรจะส่งเสริมให้มีการใช้มากขึ้น ตัวอย่างเช่นโทรศัพท์ ที่ใช้งานง่ายพร้อมกับปุ่มกดพิเศษ กดเพียงปุ่มเดียวก็สามารถแจ้งเหตุสุขภาพได้ หรือแจ้งเหตุ อัคคีภัย หรือแจ้งเหตุร้ายอื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องยกหูและไม่ต้องอธิบายว่าบ้านอยู่ที่ไหน เพียงปรับระดับด้วยกลไก อาจจะใช้มือหมุนหรือว่าใช้ไฟฟ้า ชุดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ซึ่งออกแบบให้มีที่จับในตําแหน่งต่าง ๆ ที่จะช่วยในการนั่งและลุกขึ้นยืนได้สะดวกยิ่งขึ้น ราวจับบันไดเพื่อประคองตัวและพื้นกันลื่น โถชักโครกที่มีราวจับในตัว ลิฟต์บันไดหรือเก้าอี้ลิฟต์ ที่จะช่วยยกผู้สูงอายุนั้นขึ้นไปชั้นบนได้ แล้วก็ราวจับต่าง ๆ ในห้องน้ํา นอกจากนั้นการมีเว็บไซต์ (Web Site) หรือแอปพลิเคชัน (Application) สําหรับสามารถค้นได้เป็นภาษาไทย แล้วก็ ใช้สะดวกเกี่ยวข้องกับยาต่าง ๆ ว่ามียาอะไรที่ผู้สูงอายุสามารถใช้ได้แล้วก็ปริมาณขนาดไหน สําหรับเรื่องการดูแลสุขภาพ ก็จะมีพวกอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คนไทยได้ทําขึ้น แล้วก็เข้าขั้นที่ได้รับ มาตรฐาน สามารถผลิตขึ้นขายได้ ก็อย่างเช่นวอล์กเกอร์ (Walker) สําหรับช่วยลุกยืนของ ผู้สูงอายุและผู้พิการ หรือไม้เท้าสําหรับแจ้งเตือนการล้ม รองเท้าเพื่อสุขภาพ อันนี้ก็รวมถึง รองเท้าที่เหมาะสําหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งจะมีแผลได้ง่าย และที่สําคัญซึ่งคณะกรรมาธิการ ก็ได้พูดไปแล้ว ก็คือการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือแคร์กิฟเวอร์ (Caregiver) กลุ่มอาหาร ที่มีผู้ผลิตขายออกแล้ว ตัวอย่างเช่นการนํากุยช่ายไปปรับโฉมเพื่อบดผักเส้นใยเหนียว ให้อ่อนนุ่ม ผู้สูงวัยรับประทานได้สะดวก หรืออาหารแช่แข็งที่ปรุงขึ้นเหมาะสําหรับตามโรค เช่นโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่สามารถเข้าไมโครเวฟ (Microwave) และรับประทานได้เลย อาหารพร้อมบริโภคที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยสร้างเสริม สุขภาพของผู้สูงอายุให้แข็งแรง ผงชาพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพที่ประกอบด้วยธัญญาหารต่าง ๆ น้ําเชื่อมจากกล้วยตาก ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ได้มาจากตัวกล้วยตากธรรมชาติ แต่มีคุณสมบัติว่า น้ําเชื่อมเพียง ๑ ช้อนชามีคุณค่าเท่ากับทานกล้วยน้ําว้าถึง ๓-๔ ลูก หรือไอศกรีมซึ่งอาจจะใช้ กระเจี๊ยบเขียวที่มีปริมาณต่ํา ซึ่งทําให้ผู้ป่วยเบาหวานนั้นสามารถรับประทานได้โดยสะดวก และอร่อยโดยไม่มีปัญหาเรื่องน้ําตาล ประเด็นที่ผมใคร่ขอเรียนเสนอเพิ่มเติมเพื่อใช้ ในการผลักดันก็คือการเตรียมประชากรตั้งแต่วัยก่อนเกษียณให้เป็นผู้สูงวัยที่มีความพร้อม ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีงาน มีเงิน มีสังคม และความต้องการต่าง ๆ ที่ได้จาก ผลการสํารวจซึ่งออกไปเป็น ๓ ด้าน ก็คือ การจัดสภาพแวดล้อมให้สังคมทุกวัยอยู่ร่วมกันได้ ในบ้านเดียวกัน ความต้องการด้านสุขภาพ ความต้องการด้านอาหาร ทั้งนี้ มิติที่เกี่ยวกับ กรรมาธิการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจก็คือว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แม้ท่านจะจัดเงินให้ จัดศูนย์บริการให้ แต่หากว่าเรายังนําเข้าจากต่างประเทศนั้นคือความไม่พอเพียง แต่ถ้าหากว่าเรามีการสนับสนุนและใช้ผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม เหมาะสมก็สามารถที่จะทําให้การเดินทางเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยนั้นเป็นไปได้อย่างยั่งยืน ท้ายสุดนะครับ ประเด็นข้อเสนอตามมาตรการที่ทํากันอยู่แล้วก็คือนิคมผู้สูงอายุ แล้วก็ การส่งเสริมเมืองน่าอยู่สําหรับสังคมสูงวัย มาตรการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้านวัตกรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ําสําหรับผู้สูงวัย ทั้งนี้ ควรจะผลิตในประเทศเพื่อจะได้ไม่เสียดุลการค้า มาตรการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานและการบริการภาครัฐให้ทั่วถึงและเท่าเทียม ผมใคร่ขอเรียนเสริม เพื่อสนับสนุนการนําเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม เพียงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ