สมคิด แจงความคืบหน้าดูแลผู้สูงอายุ หนุนมาตรฐานร่วม-ประชารัฐ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐

สมคิด สมศรี หารือความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายดูแลผู้สูงอายุภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยเสนอกรอบการทำงาน 4 มิติบวก 1 ที่บูรณาการ 20 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในอาเซียนภายในปี 2583 พร้อมเน้นการดำเนินงานในรูปแบบประชารัฐที่มีการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุเอง ยกตัวอย่างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุต้นแบบที่นครพนม และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนมาตรการเร่งด่วนด้านการจ้างงาน ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ และการออมอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดทำที่อยู่อาศัยต้นแบบจากโครงการสวางคนิวาสในสี่พื้นที่นำร่อง โดยเฉพาะแผนแม่บทที่จังหวัดชลบุรีที่รอเสนอรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป ขณะเดียวกันยังรายงานความคืบหน้าการจ้างงานผู้สูงอายุผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชน เช่น ซีเอ็ดบุ๊กเซ็นเตอร์ ภายใต้เป้าหมาย 39,000 อัตรา และย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานร่วมในการดูแลผู้สูงอายุทั้งในด้านสถานที่ เจ้าหน้าที่ และหลักสูตรแคร์กิฟเวอร์ โดยคณะกรรมการผู้

นายสมคิด สมศรี ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ผู้นําเสนอและผู้ชี้แจงรายงานผลงานนะครับ ขออนุญาต กราบเรียนนําเสนอและชี้แจงรายละเอียดพอสังเขปดังนี้ ประเด็นสถานการณ์นั้นอย่างที่ท่านประธานได้กราบเรียนแล้วก็คงขออนุญาตข้ามไป เนื่องจากว่าทุกท่านได้ทราบมาหลายเวทีและหลายที่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วเราก็ยัง ทราบอยู่ว่าทุกวันนี้เป็นตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตัวสุดท้ายเลยที่หลายท่านอาจจะยัง ไม่เคยได้ยิน ซึ่งปี ๒๕๘๓ นั้นหลังจากจบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีแล้วในปี ๒๕๗๙ ในปี ๒๕๘๓ นั้น ยูเอ็น (UN) คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ซึ่งจะแซงหน้าในส่วนของสิงคโปร์ครับ ในส่วนของการขับเคลื่อนงานนั้น เครื่องมือ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในส่วนของกระทรวง พม. และรัฐบาลได้มีแผนการขับเคลื่อนนั้น มิใช่เพิ่งเกิดครับ แผนผู้สูงอายุ ๒๐ ปีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา ถึงปี ๒๕๖๔ ซึ่งปัจจุบันแผนผู้สูงอายุฉบับนี้ยังใช้อยู่ ในเครื่องมือและกฎหมายที่เกี่ยวข้องส่วนที่ ๒ ที่เราทราบกันดีแล้วก็คือยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ซึ่งในด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค และเท่าเทียมกันได้กําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และในส่วนที่ ๓ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๑๒ ได้แก่การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ํา การเสริมสร้าง และพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ในเครื่องมือตัวที่ ๔ คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ออกคําสั่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้มอบหมายให้กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการ งบประมาณเพื่อลดความซ้ําซ้อน แล้วก็กระจายให้ทั่วถึงและเป็นธรรมตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นต้นมา ดังนั้นในปีที่แล้วงบประมาณในเรื่องของการบูรณาการทุกช่วงวัยก็ดี งบประมาณบูรณาการของผู้สูงอายุก็ดี ปีที่แล้วงบประมาณบูรณาการได้รับอยู่ ๑,๐๔๑ ล้านบาท ผู้ทรงเกียรติครับ แต่ในปีนี้จากการขับเคลื่อนงานในปีนี้ซึ่งได้ผ่าน ความเห็นชอบไปแล้วถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดังนั้นการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุวันนี้ ทางรัฐบาลให้ความสําคัญยิ่ง แล้วก็ขับเคลื่อนงานให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ในส่วนที่ ๕ ก็ยังมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ เป็นนโยบายเร่งด่วนเรื่องการจ้างงาน ในเรื่องของที่อยู่อาศัยและสินเชื่อตลอดจนการออม จากที่ผมกล่าวแล้วเครื่องมือและกฎหมาย ที่บอกในการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุ ดังนั้นในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลได้กําหนดในเชิงนโยบายว่าในการขับเคลื่อนงานนั้นวันนี้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ขอให้ดําเนินการขับเคลื่อนงานในเชิงบูรณาการ ข้ามกรมข้ามกระทรวง และขับเคลื่อน ในเชิงประชารัฐซึ่งมีภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในการขับเคลื่อน ดังนั้น ในการขับเคลื่อนงาน ในส่วนของกรมกิจการผู้สูงอายุได้ขับเคลื่อนงาน ได้บูรณาการหน่วยงาน ระดับกรมหรือเทียบเท่ารวมกันทั้งหมด ๑๘ องค์กร ซึ่งองค์กรที่ท่านรู้จักกันดีอยู่แล้วก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งดูแลพี่น้องส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ในส่วนที่ ๒ ที่ท่านทราบกันดีก็คือกองทุน สสส. และกองทุน สปสช. ตลอดจนกองทุนการออม และกองทุนผู้สูงอายุที่มีอยู่ในกรมกิจการผู้สูงอายุเอง ๔ กองทุนนี้ก็จะเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป็นแนวทาง ดังนั้นในการบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชนใน ๑๘ องค์กรนั้นเราได้กําหนด รูปแบบการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาในการขับเคลื่อนนั้น เราไม่เคยได้ยินว่าในการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุจะมีการครอบคลุมทั้ง ๔ มิติ ดังนั้น ในคณะบูรณาการ ๑๘ องค์กร รวมทั้งวันนี้เรายังมีกรมธนารักษ์ได้เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งจะเอ็มโอยู (MOU) กันในเร็ววันนี้ ตลอดจนสภากาชาดไทยก็ยังได้เข้ามาช่วยเราด้วย ก็จะเป็น ๒๐ องค์กรระดับกรม ดังนั้นในการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุตามยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เราจึงกําหนดกรอบขับเคลื่อนงาน ไว้ ๔ มิติบวก ๑ ครับ วันนี้ท่านจะได้เห็นจากสื่อและจากทุกองค์กรที่ขับเคลื่อนงาน จะพูดตรงกันว่าในการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุนั้นประกอบด้วย ๔ มิติบวก ๑ คือ มิติที่ ๑ ด้านเศรษฐกิจ ด้านเศรษฐกิจจะไปตอบโจทย์ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ด้อยโอกาสที่ตกเส้น ความยากจนอยู่ ๓๔.๔ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ ๒ มิติในด้านเศรษฐกิจนั้น ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปี ขึ้นไปยังต้องการมีงานทําจํานวน ๓๔.๖ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในมิติเรื่องเศรษฐกิจสําคัญยิ่ง ที่จะต้องขับเคลื่อน มิติที่ ๒ มิติเรื่องของสังคม ในมิติสังคมใช่ว่าจะให้ผู้สูงอายุออกไปสู่สังคม มิติสังคมใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้แอเรียเบส (Area based) เป็นตัวตั้ง ก็คือโรงเรียนผู้สูงอายุนั่นเอง นั่นก็คือ ศพอส. ที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวิเชียรได้กล่าวไปแต่ต้นก็คือศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพ ศพอส. ที่กระทรวง พม. มีอยู่ทั่วประเทศแล้ว ๘๗๘ แห่งเป็นตัวขับเคลื่อน ต้นแบบ แล้วร่วมกับเอ็มโอยู (MOU) กับกรมปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือวันนี้โรงเรียนผู้สูงอายุ เกิดขึ้นมีรูปแบบของ ๔ มิติ ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกิดขึ้นทุกวัน วันนี้ในส่วนของ ท้องถิ่นเองขับเคลื่อนแล้วประมาณ ๖๐๐ กว่าแห่ง ดังนั้นทั้ง ๒ ส่วนรวมกันแล้ววันนี้ขับเคลื่อน ทุกวันก็มี ๑,๐๐๐ กว่าแห่งให้ผู้สูงอายุมาใช้กิจกรรมร่วมกันในสังคม ผู้สูงอายุจะออกมาใช้ ใน ศพอส. มาใช้ที่โรงเรียนผู้สูงอายุร่วมกัน เช่นในยุทธศาสตร์จะบอกไว้ว่า ถ้าผู้สูงอายุ อยู่ที่บ้านผู้สูงอายุก็จะป่วย ผู้สูงอายุก็จะเหงา ผู้สูงอายุก็ซึม ก็จะทําให้ผู้สูงอายุเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น ดังนั้นในเชิงยุทธศาสตร์เราจะต้องดึงผู้สูงอายุออกจากบ้านมาอยู่ที่โรงเรียนผู้สูงอายุ หรือศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต มีกิจกรรมสังคมร่วมกัน เช่น การร้องเพลงคาราโอเกะร่วมกัน การเล่นเปตองร่วมกัน การมาอ่านหนังสือร่วมกัน มาเต้นรําร่วมกัน มาออกกําลังกาย อย่างเบา ๆ ร่วมกัน ดังนั้นในกิจกรรมตรงนี้ โรงเรียนผู้สูงอายุ หรือศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต หรือ ศพอส. หรือจะเรียกอีกทางหนึ่งก็คือซีเนียร์คอมเพล็กซ์ (Senior Complex) ซึ่งแบ่งเป็นระดับเล็ก ระดับกลาง และระดับใหญ่ได้เช่นกัน มิติที่ ๓ มิติสุขภาพ ในส่วนมิติ สุขภาพแต่เดิมผู้สูงอายุจะต้องไปที่ รพสต. คือโรงพยาบาลตําบล แต่วันนี้จากผลที่เรา ขับเคลื่อนงานเอ็มโอยู (MOU) กับ ๑๘ องค์กร วันนี้ รพสต. ก็จะขับเคลื่อนกิจกรรมมาที่ ศพอส. มาที่โรงเรียนผู้สูงอายุใน ๑ อาทิตย์ บางที่ก็ ๑ เดือน บางที่ก็ ๑ อาทิตย์ บางที่ก็ ๒ อาทิตย์ แล้วแต่ความเหมาะสม รพสต. ก็จะมาขับเคลื่อนงาน มาดูแลผู้สูงอายุในเซ็นเตอร์ (Center) ก็คือ ศพอส. นี่คือมิติสุขภาพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในมิติเศรษฐกิจถ้าดีแล้ว มิติสังคม ถ้าออกจากบ้านแล้วผู้สูงอายุมีกิจกรรมร่วมกันก็จะทําให้มิติสุขภาพดีขึ้นตามไปด้วย มิติที่ ๔ มิติสุดท้ายก็จะเป็นมิติเรื่องสภาพแวดล้อม เมื่อนักเรียนหรือผู้สูงอายุที่มาใช้กิจกรรมร่วมกัน จากผลของการเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับ สปสช. สปสช. ได้แก้เกณฑ์ของ สปสช. เอง เดิมลงที่ท้องถิ่น ณ วันนี้ได้แก้เกณฑ์ให้มาลงที่ ศพอส. ด้วยในเกณฑ์ที่ ศพอส. กําหนด ที่มาลง ศพอส. นั้นยังได้กําหนดเกณฑ์ที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าวันนี้ผู้สูงอายุที่ติดเตียง ทั้งสิ้นทั่วประเทศมีถึง ๑๘๐,๐๐๐ คน แต่งบประมาณที่ สปสช. ให้รายละ ๕,๐๐๐ บาทนั้น มีเพียง ๑๐๐,๐๐๐ คนเท่านั้น ใน ๑๐๐,๐๐๐ คนนี้ก็ยังเป็นภาระที่ท้องถิ่นจะต้องนําไป บริการด้วย ดังนั้นในคณะ ศพอส. หรือโรงเรียนผู้สูงอายุที่ขับเคลื่อนโดยเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกันกับท้องถิ่น นักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมกันก็สามารถนําเงินในส่วนนี้ของ สปสช. ๕,๐๐๐ บาทไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ที่บ้าน นั่นก็คือในมิติสภาพแวดล้อมมิติที่ ๔ ตลอดจนกรมกิจการผู้สูงอายุมีงบประมาณในการซ่อมบ้านผู้สูงอายุอยู่ ๒,๕๐๐ กว่าหน่วย และบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกับภาคประชาสังคมประชารัฐ ขออนุญาตเอ่ยนาม วันนี้ยกตัวอย่างเช่นธนาคารอาคารสงเคราะห์ ก็ได้กรุณามอบหมายงบประมาณที่จะมาซ่อมบ้าน ผู้สูงอายุให้เราเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้น ๒๐๐ กว่าหลังเป็นต้น ดังนั้นในการขับเคลื่อนงาน ในการซ่อมบ้านผู้สูงอายุก็เช่นเดียวกัน ในส่วนของโรงเรียนผู้สูงอายุ หรือ ศพอส. หรือนักเรียนนี้ละโดยผู้สูงอายุ เพื่อผู้สูงอายุก็จะทําการซ่อมบ้านผู้สูงอายุ ณ ที่นั้น ๆ ในแอเรีย (Area) นั้น ๆดังนั้นในการขับเคลื่อนงานทั้ง ๔ มิติจะเป็นในเชิงชนบท ในส่วน มิติเมืองนั้นจะบวกด้วย ๑ มิติที่ ๔ บวก ๑ ก็คือเนื่องจากสภาพแวดล้อมแล้วยังต้องมี บริการสาธารณะ วันนี้การบริการสาธารณะในเมืองใหญ่ในงบประมาณกลุ่มจังหวัด ในงบประมาณภาคที่สํานักงบประมาณโดยรัฐบาลให้ความเห็นชอบมองไปถึงว่าในจังหวัด ใหญ่ ๆ สมควรจะมีบริการสาธารณะ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ขับเคลื่อนเมื่อปีที่แล้วเป็นตัวอย่างร่วมกับกรุงเทพมหานคร นั่นก็คือรถเมล์ชานต่ํา ที่จะให้บริการผู้สูงอายุในเมืองหลวงแล้วก็ในเมืองใหญ่ ๆ ต่อไป นี่คือในเชิงนโยบาย ในการขับเคลื่อน ๔ มิติบวก ๑ ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ จากการบูรณาการขับเคลื่อน ๑๘ องค์กรบวก ๒ ที่จะเอ็มโอยู (MOU) กับกรมธนารักษ์ และสภากาชาดไทยต่อไปนั้น จากแนวทางการขับเคลื่อน ๑๘ บวก ๒ ทางรัฐบาลยังมองเห็นระดับกระทรวงยังขับเคลื่อนต่อ วันนี้ในระดับกระทรวงได้เอ็มโอยู (MOU) สํานักที่ท่านเห็นเมื่อเดือนที่แล้วทําเนียบรัฐบาล ยังมีการบูรณาการระดับกระทรวงเอ็มโอยู (MOU) ขึ้นอีก ๔ กระทรวงหลัก ซึ่งใน ๔ กระทรวงหลัก ก็จะประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง พม. ซึ่งใน ๔ กระทรวงหลักก็ยกจากระดับกรมเป็นระดับกระทรวง โดยใช้ฐานของ ศพอส. นั่นละครับเป็นฐานในการขับเคลื่อน จากผลการขับเคลื่อน ศพอส. ซึ่งเราเอ็มโอยู (MOU) กันแล้วนั้น และทั้งกระทรวงมีตัวชี้วัดแล้วนั้น วันนี้จากเอ็มโอยู (MOU) เราเอ็มโอยู (MOU) กันเสร็จจะครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น ๑,๗๕๒ ตําบล ใน ๑,๗๕๒ ตําบล ที่ สปสช. ขับเคลื่อนอยู่มี ศพอส. ของ พม. คือกรมกิจการผู้สูงอายุอยู่ ๘๗๘ แห่ง ดังนั้น อีก ๘๗๔ แห่งทางกลุ่มกิจการผู้สูงอายุในฐานะที่รัฐบาลได้ตั้งเป็นโฟคัลพอยต์ (Focal Point) เป็นเจ้าภาพบูรณาการงบประมาณ จึงตั้งงบประมาณเพื่อที่จะสนับสนุนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการกระจายอํานาจและการถ่ายโอนให้แก่ท้องถิ่น ก็คือการตั้ง ศพอส. ในปี ๒๕๖๑ เพิ่มขึ้นตามที่เอ็มโอยู (MOU) สปสช. ตามไปด้วย ๑,๗๕๒ ตําบลที่จะครอบคลุม ในปีหน้า แล้วถัดไปในปี ๒๕๖๒ ก็จะครอบคลุม ๓,๐๐๐ ตําบล และในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ภายใน ๔ ปีก็จะครอบคลุมทั้งประเทศ เมื่อครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว ใน ๔ กระทรวงหลัก ที่เราเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกันก็จะกําหนดมาตรฐาน วันนี้ได้รับความอนุเคราะห์ จากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ท่านณรงค์ พิพัฒนาศัย ท่านเป็นประธาน ท่านได้เห็นชอบ ให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งในการกําหนดมาตรฐาน มาตรฐานประกอบด้วย ๓ ส่วน

ส่วนที่ ๑ ก็คือเรื่องของสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ วันนี้หลายองค์กร หลายหน่วยงานยังไม่มีมาตรฐานเดียวกัน วันนี้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติได้ตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นแล้วนะครับ

ส่วนที่ ๒ คนดูแลผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน สมควรจะต้องมีมาตรฐานระดับไหน มีความรู้อย่างไร อันนี้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติก็ได้กําหนดแล้วครับ

ส่วนที่ ๓ ซึ่งจะต้องดูเรื่องมาตรฐาน ก็คือเรื่องหลักสูตรเช่นเดียวกันครับ หลักสูตรตัวนี้ก็คือหลักสูตรแคร์กิฟเวอร์ (Caregiver) นั่นเอง

ดังนั้นการดูแลผู้สูงอายุทั้ง ๓ ส่วนนี้ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. ก็ได้ผลักดันให้เกิดคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ดังนั้นในระยะเวลาอันใกล้นี้เมื่อมาตรฐานกําหนดเราก็จะได้ส่งเสริมสนับสนุนให้กับท้องถิ่น ได้รับถ่ายโอน ศพอส. รับไปดําเนินการเพื่อให้มีมาตรฐาน แล้วก็ส่งเสริมสนับสนุน ภาคประชารัฐให้มีการขับเคลื่อนกระจายอํานาจต่อไป ทั้งนี้ท่าน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านได้ขับเคลื่อนนโยบายในเชิงประชารัฐ วันนี้ท่านได้ประสานกับจังหวัดนครพนม ได้ประสานกับผู้ใจบุญภาคเอกชน ซึ่งจะทําให้เป็นตัวอย่างในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ต้นแบบขึ้น ก็ได้รับความกรุณา ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณเจริญ และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ได้มอบเงิน และจังหวัดนครพนมได้มอบที่ให้มาซ่อมสร้างอาคารพุทธสมาคมซึ่งไม่ได้ใช้แล้ว มูลค่า ๑๘ ล้านบาท และกระทรวง พม. ได้สนับสนุนงบประมาณสาธารณูปโภคลงไปอีก รวมแล้วเบ็ดเสร็จ ๒๕ ล้านบาทเศษ วันนี้คุณเจริญและคุณหญิงวรรณาได้มอบให้กับ กระทรวงแล้ว ตรงนี้จะเป็นซีเนียร์คอมเพล็กซ์ (Senior Complex) จะเป็นโรงเรียนผู้สูงอายุ เป็นศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตต้นแบบของผู้สูงอายุที่จังหวัดนครพนมได้เกิดขึ้นแล้ว ในเชิงประชารัฐ ดังนั้นวันนี้ในการขับเคลื่อนงานในเชิงประชารัฐ ก็เป็นรูปแบบ เป็นต้นแบบ เป็นรูปธรรม และในการขับเคลื่อนตรงนี้มิใช่ราชการขับเคลื่อน เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะประกอบด้วยคณะทํางานโดยผู้สูงอายุ เพื่อผู้สูงอายุ ใน ศพอส. ต้นแบบที่นครพนม ของประชารัฐที่เกิดขึ้นนี้จะมีคณะกรรมการประกอบด้วย ๓ คณะ คณะที่ ๑ คณะกรรมการบริหาร คณะที่ ๒ คณะกรรมการดําเนินงาน คณะที่ ๓ ได้แก่มูลนิธิที่ตั้งขึ้นมารองรับ ดังนั้น ใน ๓ คณะนี้เป็นผู้สูงอายุในจังหวัดนครพนมทั้งสิ้น เป็นผู้ใจบุญ เป็นผู้มาขับเคลื่อนงาน เป็นข้าราชการบํานาญ และเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในบริบทตรงนั้นทั้งสิ้น ได้มาขับเคลื่อนงาน ให้เป็นต้นแบบและเป็นรูปธรรมที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดนครพนม ทั้งนี้ จากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ก็ยังมีมติอีกว่าในมติเร่งด่วนของรัฐบาลเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ประกอบด้วย ๔ มาตรการ ในมาตรการเร่งด่วนก็จะประกอบด้วย มาตรการเรื่องของการจ้างงานผู้สูงอายุ มาตรการในเรื่องของที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ มาตรการ สินเชื่อผู้สูงอายุ แล้วมาตรการสุดท้ายก็คือมาตรการเรื่องการออม ดังนั้นในส่วนของ ๔ มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลได้มีมติ ครม. นั้น กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. แล้วก็ จากการบูรณาการ ได้ขับเคลื่อนงานในเรื่องของการจ้างงานผู้สูงอายุ ตามเอ็มโอยู (MOU) กระทรวงแรงงานได้ขยายผู้สูงอายุให้ทํางานได้ถึงอายุ ๗๐ ปี กรมการจัดหางานได้เปิด สํานักงานจัดหางานรองรับผู้สูงอายุทั่วประเทศ ผู้สูงอายุสามารถไปลงทะเบียนขึ้นทํางานได้ที่ กรมการจัดหางานทุกจังหวัด แล้วในส่วนของกรมการจัดหางานก็ยังเปิดเว็บไซต์ (Web Site) อีกครับ เปิดเว็บไซต์ (Web Site) ให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าไปลงสมัครในเว็บไซต์ (Web Site) ได้ด้วย ดังนั้นในส่วนของภาครัฐ กรมการจัดหางานเป็นเจ้าภาพหลักที่เราทํางานร่วมกัน ในเชิงบูรณาการตามเอ็มโอยู (MOU)

ในส่วนที่ ๒ กรมผู้สูงอายุ ก็ขับเคลื่อนเองโดยตรงร่วมกับสเต๊กโฮลเดอร์ (Stakeholder) หุ้นส่วน ร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชน ก็จะประกอบด้วยโรงงานที่เป็นต้นแบบ อย่างที่ท่านเห็นในสื่อวันนี้ ยกตัวอย่างเช่นซีเอ็ดบุ๊กเซ็นเตอร์ ก็ปรับจากการรับบุคคลทั่วไป มาเป็นการรับบุคคลผู้สูงอายุเข้าไปทํางาน เป็นต้น แล้วก็ยังมีในส่วนของประชารัฐ ที่ท่านรัฐมนตรีเป็นประธานในการจ้างงาน วันนี้ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังมาช่วยเรา ขับเคลื่อนงานในการจ้างงานผู้สูงอายุ ซึ่งเป้าหมายของรัฐบาลเราตั้งเป้าไว้ในปีนี้ในนโยบาย เร่งด่วนก็คือ ๓๙,๐๐๐ อัตรา ใน ๓๙,๐๐๐ อัตรานี้มาจากวันนี้ผู้สูงอายุที่ทํางานทั้งในระบบ และนอกระบบรวมทั้งสิ้น ๓,๙๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นวันนี้เป็นการนําร่อง เรากําหนด ภาคประชารัฐและภาครัฐในการขับเคลื่อนงานในปีนี้เพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ๓๙,๐๐๐ อัตรา ดังนั้นใน ๓๙,๐๐๐ อัตราในการขับเคลื่อนงาน วันนี้ท่านรัฐมนตรีอดุลย์ แสงสิงแก้ว ได้เป็นประธาน แล้วท่านก็ได้นั่งประชุมในการขับเคลื่อนงานนี้ วันนี้ผลของการขับเคลื่อนงาน ก็จะออกมาอย่างเป็นรูปธรรมภายในเร็ววันนี้

ส่วนที่ ๒ ในเรื่องที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยตามที่มติ ครม. ได้แจ้งไปเป็นนโยบายเร่งด่วน ๔ พื้นที่ กรมผู้สูงอายุ กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนร่วมกับกรมธนารักษ์ใน ๔ พื้นที่ ประกอบด้วย ๑. จังหวัดชลบุรี ๒. จังหวัดเชียงใหม่ ๓. จังหวัดเชียงราย และ ๔. จังหวัดนครนายก ในพื้นที่ ของกรมธนารักษ์ แต่ในส่วนการขับเคลื่อนงานของกระทรวง พม. เพื่อให้เป็นต้นแบบ เพื่อให้ เป็นตัวอย่าง เพื่อให้มีมาตรฐาน เพื่อให้เป็นทางเลือกกับผู้สูงอายุ เราได้ประสานบูรณาการกับสภากาชาดไทย แล้วท่านรัฐมนตรีได้กรุณาพาเราไปดูโครงการ ของภาคเอกชนและของสภากาชาดไทยก็คือสวางคนิวาสที่บางปู ดังนั้นวันนี้เราเอาต้นแบบ ของบางปูก็คือสวางคนิวาสมาเป็นบรรทัดฐานแล้วก็มาเป็นคณะทํางาน ซึ่งท่านรัฐมนตรี อดุลย์ แสงสิงแก้ว ท่านได้นั่งเป็นประธานเอง ตั้งคณะทํางานประชุมการขับเคลื่อนทุกวัน วันนี้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีซึ่งจะเป็นต้นแบบในพื้นที่ของกระทรวง พม. เองนั้นได้มาสเตอร์แพลน (Master Plan) แล้วครับ ๖๓๒ ยูนิต จํานวนอาคาร ๑๔ อาคาร ซึ่งจะนําเสนอท่านรัฐมนตรี ในปลายเดือนนี้ เมื่อท่านเห็นชอบแล้วจะได้ดําเนินการลงเสาเอกแล้วก็ได้ปลูกสร้างเพื่อให้เป็น ทางเลือกให้กับผู้สูงอายุต่อไป ทั้งนี้ทั้งนั้นวันนี้เมื่อมาตรฐานที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กําหนด ถ้าได้กําหนดเสร็จแล้วก็ยังสามารถผลักดันขับเคลื่อนให้ภาคเอกชนสามารถ ไปขับเคลื่อนต่อด้วยครับ

ในส่วนของสินเชื่อผู้สูงอายุและการออมนั้น วันนี้การออมเราก็เอ็มโอยู (MOU) กับกองทุนการออม เราได้ตั้งงบประมาณให้กองทุนการออมขับเคลื่อน ในปีนี้ ค่าเป้าหมายของกองทุนการออมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นล้านคน ดังนั้นในมิติของมาตรการ เร่งด่วนของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเราก็วางระบบขับเคลื่อนไปทั้งระบบ และสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตหลังจากมาตรฐานเกิดขึ้น หลังจาก ๔ มาตรการในการขับเคลื่อนเราก็จะเห็น ในการขับเคลื่อนทั้ง ๔ ในวันนี้ โรงเรียนผู้สูงอายุเกิดขึ้นทุกวัน ๔ มิติ การขับเคลื่อนงาน ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ และการขับเคลื่อนในการจ้างงานวันนี้ภาคเอกชนออกมาขานรับ ดังที่ท่านเห็นจากสื่อ ดังนั้นในการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลได้ขับเคลื่อนในเชิงระบบแล้วก็ นําไปสู่ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ในปี ๒๕๖๐ นี้อย่างที่บอก ๘๗๘ แห่งเป็นตัวตั้ง ศพอส. ปีหน้า ๑,๗๕๒ ปี ๒๕๖๒ จะ ๓,๐๐๐ แล้วก็ภายใน ๔ ปีจะครบทุกตําบล ดังนั้นเมื่อทั้งหมด พร้อมแล้วก็ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น ท้องถิ่นก็จะเป็นคนดูแล ในส่วนของกรมกิจการผู้สูงอายุ จะบูรณาการร่วมกัน สสส. สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกําหนดมาตรฐาน และจะเป็น ศูนย์ผลิตแคร์กิฟเวอร์ (Caregiver) จะเป็นคนรับรอง จะเป็นคนดูแล จะเป็นคนควบคุม เป็นคนกํากับ ในการขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีต่อไป ขออนุญาต นําเรียนในชั้นต้นไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ กราบขอบพระคุณครับ