เพิ่มพงษ์ หารือปัญหาแรงงานข้ามชาติ เสนอปรับระบบจัดการอย่างเร่งด่วน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐

เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือประเด็นปัญหาแรงงานข้ามชาติที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยชี้ให้เห็นถึงความกำกวมในกลไกการบริหารทั้งในระดับชาติและจังหวัด พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างการจัดการให้มีความเป็นเอกภาพและบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและกลไกการขึ้นทะเบียนผ่านด่านถาวรและพื้นที่นำร่อง เพื่อควบคุมและบริหารแรงงานข้ามชาติได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต

กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพ กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าปัญหาที่คณะกรรมาธิการ ได้หยิบยกขึ้นมาเรื่องแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องใหญ่มาก แล้วก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกันระหว่างสังคมกับเศรษฐกิจ เพราะจริง ๆ พื้นฐานของการที่ แรงงานข้ามชาติเข้ามาทํางานในประเทศเราอาจจะเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก เกิดจากการที่ทางเขาเองไม่มีงานทําในประเทศของเขา เราเองมีความต้องการแรงงาน เลยเข้ามา เพราะฉะนั้นเวลาเข้ามาจํานวนมากโดยขาดเรื่องการจัดการก็เกิดปัญหาสําคัญขึ้นมา แบบที่เราหยิบยกขึ้นมาพูดคุยตรงนี้ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่ใจความจริง ๆ ของเรื่องนี้ ที่จริง รัฐบาลหลายยุคสมัยก็พยายามปรับปรุงแก้ไขกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการออกนโยบายเฉพาะ ระยะสั้น ระยะยาวอะไรต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่แล้วซึ่งคณะกรรมาธิการได้รายงานไปแล้ว แต่ผมคิดว่าเรื่องใหญ่จริง ๆ อยู่ที่ระบบของการจัดการหรือการควบคุมแรงงานข้ามชาติ ที่มาอยู่ในประเทศไทย ผมว่านี่คือปัญหาใจกลางของเราเป็นปัญหาใหญ่ เราพยายามเสนอ หลาย ๆ เรื่องที่พยายามควบคุมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ นี่คือเรื่องใหญ่เท่านั้นเอง แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงคือเรายังไม่สามารถควบคุมได้ อันนี้เป็นเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ที่ปรากฏกันอยู่ แต่ในระยะหลังผลของแรงงานข้ามชาติถ้าเราดูแลกันไม่ดีจะเกิดผล ในทางเศรษฐกิจที่จะถูกลดระดับเป็นเทียร์ ๒ (Tier2) เทียร์ ๓ (Tier3) อย่างที่พูดกันแล้ว คือระดับของแรงงานข้ามชาติที่มาอยู่ในประเทศไทยแล้วก็ใช้ในสิ่งที่ไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่จะเกิดปัญหาเฉพาะบ้านเราอย่างเดียวเท่านั้น เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด แต่เกิดปัญหาคือฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศที่จะถูกประเมินจากประเทศทางตะวันตก อันนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งเป็นเหตุที่เราเข้ามาจัดการ ผมคิดว่าถ้าเราดูเรื่องการควบคุม แรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องหลัก ทําอย่างไรที่สามารถควบคุมให้ได้หมด ผมคิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุด อยู่ที่การบริหารจัดการ การบริหารจัดการเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดของปัญหานี้ ซึ่งแน่นอน ในหลายปัญหาเราก็มีปัญหาเรื่องนี้ ถ้าเราแบ่งการบริหารจัดการออกเป็น ๓ ระดับ อันนี้จะเป็น ข้อเสนอให้ท่านลองไปพิจารณาเพื่อจะต่อยอดการศึกษาที่ท่านมีอยู่ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ไม่มากก็น้อย

เรื่องแรก ก็คือเรื่องระดับกลไกทางนโยบาย ผมคิดว่าข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ที่ท่านยกมายังเป็นปัญหาอยู่ กลไกนโยบายในการจัดการแรงงานข้ามชาติคืออะไร เท่าที่ ผมอ่านในเอกสารของท่านอาจจะไม่มี หรือมีแต่ขาดความสมบูรณ์ หรือจําเป็นต้องปรับปรุง อันนี้คือเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่าตามที่ปรากฏในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เขียนว่า ไม่มีคณะกรรมการนโยบายอันนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วเอกสารที่ท่านเสนอมา หมายความว่าในเรื่องของเอกภาพก็ดี เรื่องความชัดเจนนโยบายก็ดี ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจน อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าทําให้เกิดความชัดเจนทางนโยบายได้อันนี้จะเป็นข้อเสนอ อันหนึ่ง ผมคิดว่าจะเป็นการสําคัญมากก็คือข้อเสนอของเราที่เสนอว่าการจัดการเชิงนโยบาย คณะกรรมการนโยบายควรจะดําเนินการอย่างไร อันนี้เป็นข้อเสนออันหนึ่งซึ่งผมคิดว่า ถ้าเรามีตรงนี้ก็จะเกิดความสมบูรณ์มากขึ้นนะครับ กลไกนโยบายอันที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่า เป็นเรื่องสําคัญ เมื่อสักครู่ท่านผู้ว่าราชการศานิตย์ได้พูดมาแล้วก็คือเรื่องกลไกนโยบาย ระดับจังหวัด ผมเชื่อว่าจากการที่เราดูหลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในบ้านเราเป็นหลัก หรือข้อเสนอของ สปท. ที่ศึกษาก็ดี ปัญหาอันหนึ่งคือเอกภาพ ในการดําเนินนโยบายระดับจังหวัด ตรงนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ ถ้าท่านได้ต่อยอดอีกนิดหนึ่งว่า กลไกการจัดการเชิงนโยบายของจังหวัดเป็นเอกภาพหรือยัง ถ้ายัง ผมอยากให้มีการเสนอ แบบที่ท่านผู้ว่าราชการศานิตย์ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ จริง ๆ แล้วถ้ากลไกการจัดการแรงงานข้ามชาติ ไม่สามารถทําได้หน่วยใดหน่วยหนึ่ง ต้องทําหลายหน่วย แต่การทําหลายหน่วย ต่างคนต่างทํา โดยไม่มีการบูรณาการจะเกิดความสับสนและเป็นช่องว่าง ตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ผมคิดว่าถ้าเราเห็นว่ากลไกการจัดการในระดับจังหวัดยังพูดไม่ชัด ยังมอบอํานาจให้กับจังหวัด ไม่ชัดผมอยากให้ตรงนี้มีความชัดเจนขึ้นมา เพราะจริง ๆ กลไกการจัดการด้านนโยบาย ระดับชาติอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกลไกการจัดการระดับจังหวัดด้วย ถ้ากลไกระดับจังหวัด มีอํานาจชัดเจน มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดําเนินการสามารถบูรณาการสั่งการหน่วยงาน ในพื้นที่ได้ และเอาข้อจํากัดหรือข้อพิเศษของจังหวัดมาพิจารณาอาจจะมีส่วนในการควบคุม แรงงานข้ามชาติได้มากขึ้น อันนี้ข้อแรก ผมอยากเสนอเรื่องกลไกด้านนโยบาย

เรื่องที่ ๒ คือการบริหารจัดการ กลไกการบริหารจัดการมีค่อนข้างหลายหน่วย ที่สําคัญมากคือฝ่ายเลขานุการ ซึ่งเท่าที่ทราบก็คงจะเป็นกระทรวงแรงงาน ก็คงต้องมี การประเมินว่ากระทรวงแรงงานสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายเลขานุการได้ครอบคลุม หรือไม่ อย่างไร ถ้าสามารถครอบคลุมได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ายังปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ไม่ครอบคลุม จะปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรบ้างตรงนี้จะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมากนะครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องของการปฏิบัติการ เรื่องการปฏิบัติการที่สําคัญมาก ๆ ผมคิดว่า เรื่องฐานข้อมูลเป็นเรื่องสําคัญ การจัดการแรงงานข้ามชาติ หรือการควบคุมแรงงานข้ามชาติ ที่เราพูดถึงกันนี้เรื่องสําคัญมากที่สุดต้องดําเนินการเรื่องฐานข้อมูลก่อน เพราะฐานข้อมูล จะเป็นตัวสําคัญในการจะตอบว่าควบคุมได้หรือไม่ ถ้าขณะนี้เรามีฐานข้อมูลควบคุมได้แค่ ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่แรงงานข้ามชาติมีประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนหรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ตามที่สมาชิกได้พูดไปแล้ว แสดงว่าระบบฐานข้อมูลเรายังไม่สามารถจัดการและควบคุม เพียงพอเราจะจัดการอย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก อันที่ ๒ ผมเห็นด้วยว่า การควบคุมอันหนึ่งที่ท่านเสนอมาก็คือการจัดการที่ด่านถาวร ตรงนี้ผมเห็นด้วยในหลักการ อยู่แล้ว แต่ผมอยากจะเรียนเสนอในข้อคิดเห็นว่าถ้าเราสามารถจัดการแรงงานข้ามชาติ ในด่านถาวรได้ สามารถครอบคลุมได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ของการควบคุมประชากรแรงงานข้ามชาติ ตรงนี้ ถ้ายังเป็นส่วนน้อยเราจะเพิ่มเติมอย่างไรได้ เพราะผมคิดว่าการข้ามมาในหลาย ๆ จุด ที่ไม่ผ่านด่านถาวร ส่วนหนึ่งมาจากข้อจํากัดทางธรรมชาติหรือสภาพของท้องถิ่นเหมือนที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพูดเมื่อสักครู่นี้ ผมคิดว่าถ้าเราศึกษาเฉพาะแต่ละพื้นที่บริบทอาจจะ ต่างกัน บางพื้นที่เราสามารถควบคุมได้ที่ด่านถาวรเพราะมีช่องดําเนินการค่อนข้างน้อย แต่บางพื้นที่บางจังหวัดเขามีการข้ามทางประเพณีหรือทางวัฒนธรรมกันอยู่ การจะเอาคน จํานวนมากไปขึ้นทะเบียนที่ด่านถาวรอาจจะไม่สะดวก ตรงที่เข้ามารายทางจะจัดการอย่างไร ในจุดผ่อนปรนจะสามารถควบคุมทะเบียนได้หรือไม่ อันนี้ทําให้เราได้ควบคุมมากขึ้น อันที่ ๓ ถ้าเราเสนอมาตรการได้แล้วควรจะมีการทดลองพื้นที่ของจังหวัดของใดก็ได้ให้มีผลทางปฏิบัติ ให้ชัดเจน แล้วก็มีมาตรการในการป้องกันในจุดลักลอบอื่น ๆ เพื่อให้คนจํานวนมากเข้ามา จดทะเบียนตรงด่านตรงนี้ หรือถ้ามีพื้นที่ประเพณีอยู่แล้วเราจะขยายควบคุมได้อย่างไร ตรงนี้ค่อนข้างจะเป็นประโยชน์ แล้วจะใช้การธุรกิจ หรือห้างร้าน หรือพื้นที่ตอนใน ให้เป็นระเบียบอย่างไรบ้าง ผมคิดว่าเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ฝ่ายจังหวัดเขาคงจะทราบดี แล้วก็สามารถทําให้การขึ้นทะเบียนหรือการจดทะเบียนครอบคลุมได้มากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่งถ้ากรรมาธิการได้ต่อยอดอีกสักนิดหนึ่ง ให้เห็นว่าถ้าเราเสนอทั้งระบบ ทั้งนโยบาย ทั้งการจัดการ และการปฏิบัติ เพื่อให้เกิด การควบคุมประชากรแรงงานข้ามชาติให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเราจะดําเนินการอย่างไร และจะปรับปรุงในเรื่องไหนบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ถ้าทําตรงนี้แล้วจะสมบูรณ์ได้มากขึ้น แล้วก็คิดว่าเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างสูง แล้วก็จะเกิดประโยชน์กับ ทางด้านเศรษฐกิจของเราอย่างมาก ขอบคุณครับ