คุรุจิต เปิดแนวคิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเข้าระบบอย่างเป็นระบบ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐

คุรุจิต นาครทรรพ หารือการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติที่จุดผ่านแดนถาวร โดยเห็นด้วยในหลักการแต่เสนอให้มีหลักเกณฑ์ชัดเจนในการรับและไม่รับจดทะเบียน พร้อมตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อแรงงานไทยและสังคมไทยโดยรวม

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ก็ต้องขอบพระคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสังคม ที่ได้นําเสนอความคืบหน้าเรื่องการปฏิรูปแรงงานในหัวข้อ เรื่องการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ณ จุดผ่านแดนถาวร เพื่อให้แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบ ท่านประธานครับ ผมเปิดอ่านทบทวนสิ่งที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคมนําเสนอแล้วนี่ก็สรุปว่าข้อเสนอของท่านต้องการให้รัฐบาลเปิดจุดผ่านแดนถาวร ๒๘ จุด ที่เรามีอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านหลัก ๆ ก็คือเมียนมา สปป. ลาว แล้วก็กัมพูชา ๒๘ จุด ให้รับจดทะเบียนตลอดทั้งปี เหตุที่เสนออย่างนี้ก็ด้วยความมุ่งหวังว่าจะทําให้แรงงาน เข้าสู่ระบบและจะป้องกันการเอกซ์พลอยเทชัน (Exploitation) หรือการหาประโยชน์จากแรงงาน โดยมิชอบ ก็คือเก็บค่าหัวก็ดีหรือว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนเขาต่าง ๆ จ่ายค่าแรงน้อยกว่า ที่ควรจะเป็นอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งถ้าเป็นข้อเสนออย่างนี้ผมก็คงไม่มีอะไรที่จะไม่เห็นด้วย ก็ต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะให้มองลึกไปกว่านั้น ถ้าท่านกรรมาธิการ จะเสนอไปยังรัฐบาลด้วยว่าการรับจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวก็เพื่อให้เขาเข้าสู่ระบบ เพื่อให้เขามีหลักประกัน เพื่อให้เขาไม่ถูกเอาเปรียบ เพื่อให้เขาได้รับสวัสดิการพอสมควรกับ ความเป็นมนุษย์ของเขา ก็ควรจะต้องมีหลักเกณฑ์ในการรับจดทะเบียนว่าใครมาขอ จดทะเบียนอย่างไหนจะรับจดทะเบียน อนุญาตให้เข้ามาทํางานในประเทศไทย และอย่างไหนจะไม่รับจดทะเบียน คือต้องมีหลักเกณฑ์ทั้งรับจดทะเบียนและหลักเกณฑ์ ทั้งไม่รับจดทะเบียนด้วย เราคงไม่มีการรับจดทะเบียนแบบรับจดทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ อยู่ปากซอยบ้านผมเต็มไปหมดแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ก็มีเสื้อวินสวย ๆ มาใส่แล้วก็ยังขับ ย้อนศร ขับปาดรถ ไม่เคารพกฎจราจรเหมือนเดิมนะครับ ก็เพียงแต่มีเสื้อวินเพื่อไม่ให้ มาเสียค่าหัวคิวเท่านั้น แต่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการน่าจะศึกษาแล้วก็ลงลึกไปอีกว่าแรงงาน ต่างด้าวเกณฑ์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมีอย่างไร ผมเองก็มีคําถามอยู่ในใจ ตั้งแต่รับราชการแล้วเพราะก็เคยไปประจําการอยู่ต่างประเทศ เห็นเรามีสํานักงานที่ปรึกษา ผู้ช่วยทูตด้านแรงงานอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าประเทศทั่วโลกคอยช่วยแรงงานไทยไม่ให้ ถูกเอาเปรียบ ซึ่งแรงงานไทยก็ไปขายแรงงานแบบเป็นสกิลเลเบอร์ (Skill Labour) ไปอยู่ใน สวนส้มที่อิสราเอล หรือไปก่อสร้างที่ไต้หวัน หรือไปอยู่ในแคมป์ (Camp) ก่อสร้างที่มาเลเซีย ผมก็เคยเห็น ทําให้ผมอดถามตัวเองไม่ได้ว่างานที่เมืองไทยไม่มีทําหรือถึงต้องไปลําบาก จากครอบครัวไปขายแรงงาน ได้เงินก็ไม่กี่หมื่นบาทเพื่อหวังจะเก็บเงินเป็นล้านบาท แล้วก็กลับมา ครอบครัวก็แตกแยก ลูกก็ไม่มีพ่อเลี้ยง ขณะที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามา มากขึ้น ๆ ตอนนี้เป็นล้านคน เขาก็ต้องมาใช้สวัสดิการสังคม มาใช้ถนน มาใช้โรงพยาบาล แล้วการศึกษาเขาล่ะ ผมถามเพื่อน ๆ บอกว่าแรงงานต่างด้าวถ้าจดทะเบียนถูกต้องก็ได้ ค่าแรงขั้นต่ําตามกฎหมาย ๓๐๐ บาท แต่จริง ๆ เขาได้ ๓๐๐ บาทหรือเปล่า เพราะถ้า นายจ้างอ้างว่าฉันหาข้าวให้กิน ๓ มื้อ มีเพิงสังกะสีให้อยู่ต้องหักด้วย จริง ๆ ก็ได้ ๑๕๐ บาท อย่างมากก็ ๒๐๐ บาท ความเป็นอยู่เป็นซับคลาส (Sub-class) เป็นซับซิติเซน (Sub-citizen) เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นปัญหาที่ท่านควรจะตีโจทย์ให้แตกก็คือเราควรจะรับแรงงานต่างด้าว เข้ามาอยู่ในประเทศไทยสักแค่ไหน สักเท่าไร เพราะแรงงานต่างด้าวถ้าเรารับเข้ามาแล้ว ปฏิบัติต่อเขาไม่ดีก็จะฝังว่าเมื่อเขากลับไปบ้านเขาสักวันหนึ่งเขาก็จะรู้สึกว่าถูกเราเอาเปรียบ ถูกประเทศไทยเอาเปรียบ ถูกคนไทยเอาเปรียบ เช่นเดียวกับสมัยหนึ่งเด็ก ๆ ผมเป็น ข้าราชการใหม่ ๆ ก็จําได้ว่าแรงงานไทย ไปทํางานแบบนี้เลย แบบที่แรงงานต่างด้าวมาทํางาน อยู่ในสิงคโปร์ และรัฐบาลสิงคโปร์ก็บอกว่าแรงงานไทยเมาเหล้า หรือว่าทะเลาะเบาะแว้ง ก็จับใส่เรือส่งกลับมา ผมก็ยังจําได้ว่าผมยังเจ็บแค้นสิงคโปร์อยู่จนบัดนี้ว่าทํากับคนไทย เหมือนกับเป็นเซกคันด์ คลาส ซิติเซน (Second Class Citizen) ในสิงคโปร์ มันก็ยังฝังลึกอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะถาม แล้วขอให้คณะกรรมาธิการด้านสังคมช่วยทําก็คือว่า แรงงานต่างด้าวนี้รับมาแค่ไหนถึงจะเพียงพอ และหลักเกณฑ์ในการรับคืออะไร หลักเกณฑ์ ในการไม่รับคืออะไร แล้วแรงงานต่างด้าวมีส่วนทําให้คนไทยตกงานมากขึ้น คนไทยไม่มีงานทํา แล้วต้องไปทํางานในต่างประเทศมากขึ้นหรือเปล่า เพราะถ้าเราบอกว่าเปิดถาวรเพื่อแก้ปัญหา ถูกเอารัดเอาเปรียบเรียกค่าหัวคิว แต่รับจดทะเบียนเหมือนจดทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ อย่างนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย คือใครมาจดทะเบียนก็จด แล้วต้องยอมรับว่าปัญหาแรงงานต่างด้าว ความไม่สะดวกของระบบราชการต่อให้จดมันก็ต้องมีค่าหัวคิวเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยว่าเพื่อความคุ้มครองสิทธิแรงงาน สิทธิมนุษยชน ไม่ให้เขาเอารัดเอาเปรียบ ก็ควรจะมีระบบจดทะเบียน ไม่ใช่เป็นเปิด ๆ ปิด ๆ ทําให้เขาต้องไปวิ่งเต้นเปิดมาทั้งปี แต่ที่สําคัญกว่านั้น ต้องมีหลักเกณฑ์ว่าจะรับจดทะเบียนอย่างไร ไม่ใช่ว่าใครมาขอจดก็รับจด แบบวินมอเตอร์ไซค์ ต้องว่าอันไหนจําเป็น อันไหนไม่จําเป็น ไม่จําเป็นก็คือไม่ให้เข้า ไม่รับ ให้ชัดเจนไปเลย แล้วกฎหมายก็ต้องศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการด้านสังคม จะให้ประโยชน์กับรัฐบาลได้มากกว่านี้ถ้าวิเคราะห์ว่าจุดสมดุลของการรับแรงงานต่างชาติ เข้ามาในประเทศไทย มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจอีโคโนมิก (Economic) เกณฑ์อย่างไร และในที่สุดมาถึงจุดที่มาแย่งงานคนไทยหรือเปล่า หรือทําให้คนไทยต้องไปหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่จะไปทํางานที่ประเทศไต้หวัน ประเทศอิสราเอล หรือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็ถูกเอาเปรียบ แบบเดิม แล้วคุณภาพชีวิตคนไทยก็ไม่ดี ต้องจากบ้านจากเมืองไป เราจะหาจุดสมดุลนี้ ได้อย่างไร ก็ขอฝากไว้ด้วย ขอบพระคุณครับ