สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐

ไวกูณฑ์ ทองอร่าม พูดถึงปัญหาการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว และเรียกร้องให้จัดระบบบริหารจัดการแรงงานให้เป็นระบบ โดยเฉพาะการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่จุดผ่านแดน และให้ความช่วยเหลือแก่จังหวัดจันทบุรีที่มีปัญหาเรื่องแรงงาน

นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไวกูณฑ์ ทองอร่าม สมาชิกหมายเลข ๑๔๓ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าสภาพของการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวนั้น เป็นปัญหาที่สําคัญของประเทศมาอย่างเรื้อรังและยาวนาน เรามีความจําเป็นที่จะต้องใช้ แรงงานต่างด้าวเป็นจํานวนมากนับตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้นมา จนปัจจุบันนี้ นับได้ประมาณ ๒๐ ปี ผมยอมรับว่าแรงงานต่างด้าวนั้นเป็นตัวจักรสําคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของชาติในปัจจุบันนี้อย่างเข้มแข็ง หากเราไม่สามารถที่จะหาแรงงานต่างด้าว มาทํางานได้นั้นประเทศชาติจะเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและแน่นอน โดยเฉพาะงาน ที่เรียกว่า ๓ ดี (3D) ที่คนไทยไม่ทํา ปัจจุบันนี้ก็คืองานเดอร์ตี (Dirty) แดนเจอรัส (Dangerous) หรือดิฟฟิคัลต์ (Difficult) หรือยากลําบากทั้งหลาย คนไทยไม่ทําครับ ทั้ง ๆ ที่เรามีคนแต่เราไม่มี แรงงาน ในสภาพอดีตนั้นแรงงานต่างด้าวดังกล่าวข้ามไปข้ามมาเป็นแรงงานเถื่อน ในที่สุด รัฐก็จับมาออกใบอนุญาต โดยมีการทํา ทร. ๑๘ ตรวจสุขภาพ ออกใบอนุญาตให้ประกอบ กิจการงาน แล้วก็สืบเนื่องในลักษณะอย่างนี้เรื้อรังมาจนกระทั่งปัจจุบัน ไม่มีระบบที่เป็น ระบบสากล มีระบบที่เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศที่เป็นเจ้าของแรงงานเพื่อนบ้านของเรา ในการที่จะให้ความเห็นชอบต่อการปฏิบัติต่อแรงงานหรือการจดทะเบียนแรงงานซึ่งเป็น คนของชาติเขา จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ได้รับทราบว่ามีความร่วมมือหรือมีเอ็มโอยู (MOU) และมีแนวคิดที่จะจัดจดทะเบียน ณ จุดผ่านแดนโดยทําเป็นระบบวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ในอดีตเราไม่สามารถ ทราบได้ว่าแรงงานแต่ละชาติที่เข้ามานั้นมีจํานวนเท่าไร อยู่ที่ไหนบ้าง ไม่ทราบเลยครับ ชายหญิงมีลูกกี่คน หากจะหาข้อมูลเหล่านี้นั้นเราหาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เรามีหน่วยงานภาครัฐ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการที่คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการที่จะจัดระบบบริหาร จัดการแรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบนั้นนับเป็นสิ่งที่จะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง การที่ท่านได้เสนอว่าจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่จุดผ่านแดน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ ให้ท่านเห็นสภาพปัญหา จังหวัดจันทบุรีในขณะนี้มีความต้องการแรงงานต่างด้าว เป็นจํานวนมากเนื่องจากเป็นฤดูของการเก็บเกี่ยวผลไม้ ซึ่งล้งผลไม้ หรือล้งที่จะผลิตผลไม้ แพ็กเกจ (Package) ผลไม้ ตรวจสอบคุณภาพผลไม้เพื่อส่งออกต่างประเทศให้ทันต่อ ความต้องการของต่างประเทศและทันต่อผลผลิตที่ออกนั้นจําเป็นที่จะต้องใช้คนงาน จํานวนมาก ในแต่ละล้งจะใช้คนงานไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ คน หรือ ๒๐๐ คน และมีเป็นพัน ๆ ล้ง ครั้งหนึ่งเคยได้รับการสนับสนุนจากท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัย ที่ท่าน พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ใช้มาตรา ๔๔ ให้อํานาจกับผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศพื้นที่ที่จะให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทําอาชีพ ที่จะให้เข้ามาทํา รวมทั้งระยะเวลาที่จะให้เข้ามาทํางานในประเทศไทย ครั้งนั้นจังหวัดจันทบุรี ที่มีปัญหาเรื่องแรงงานได้รับอานิสงส์อันนี้ และในปี ๒๕๕๘ นั้นก็สามารถที่จะส่งออกผลไม้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลังจากนั้นก็เข้าสู่ระบบเดิมคือใช้แรงงานเถื่อนในปัจจุบันนี้ คือแรงงานที่เข้ามาโดยไม่มีใบอนุญาต ไม่มีใบผ่านแดน ก็เป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งในปัจจุบันนี้ รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะผ่อนปรน ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราผ่อนปรนมาตั้งแต่ประมาณ ปี ๒๕๔๐ หรือก่อนหน้านั้นแล้ว เกือบ ๒๐ ปีที่ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก เราก็คง จะต้องบริหารจัดการแรงงานให้เป็นระบบ ให้รู้ว่าเข้ามาอยู่ที่ไหน อย่างไร เข้ามาทําอะไร มีการจดทะเบียนถูกต้องตรวจสอบได้ ประเทศเจ้าของแรงงานก็มีความพึงพอใจที่ได้รับ ผลประโยชน์ในการจดทะเบียน เราก็มีความพึงพอใจที่ได้รับแรงงานเข้ามาทํางานที่ถูกต้อง แต่การที่เราไม่ผ่อนปรนและจะจัดจุดจดทะเบียนให้เป็นวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) นั้น ท่านต้องเตรียมการให้พร้อม ในขณะนี้ถ้าท่านจดทะเบียนที่ด่านหรือที่จุดใดก็ตาม ท่านจะต้องมีองค์ประกอบในหลายส่วน โดยเฉพาะส่วนสําคัญในอดีตนั้น หลังจากที่ผ่าน มาแล้วต้องทํา ทร. ๑๘ ที่อําเภอเมืองหรืออําเภอต่าง ๆ ที่แรงงานต่างด้าวสังกัด เสร็จแล้วไป ตรวจสุขภาพ ตรวจสุขภาพเสร็จมาขอใบอนุญาตที่แรงงาน กว่าจะทําทุกขั้นตอนนายจ้าง แทบจะเป็นลม และในปัจจุบันนี้เอ็มโอยู (MOU) ที่ทําอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านนั้น หากสามารถจัดระบบบริการให้อยู่ที่จุดเดียวได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงสําหรับ ผู้ประกอบการที่จะต้องอาศัยแรงงาน ซึ่งในขณะนี้ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งก็คือแรงงาน เมื่อเข้ามาแล้ว มาทําใบอนุญาต มีชื่อนายจ้างเรียบร้อยแล้วว่าเป็นนาย ก แต่เมื่อทํางานกับ นาย ก ระยะเดียว นาย ก ต้องเสียเงิน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อราย นาย ก มีคนงาน ๑๐ คน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ทํางานได้เดือนเดียว คนงาน ๑๐ คนยกขบวนหนีไปหมด เหมือนที่ ท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ต้องขออภัยนะครับที่เอ่ยชื่อท่าน เมื่อสักครู่ ท่านได้อภิปรายว่าต้องหาทางไม่ให้แรงงานเหล่านั้นเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนายจ้างได้โดยง่าย มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาไม่รู้จบ ผู้ที่ใช้แรงงานก็ไม่อยากที่จะเสียเงินจํานวนมากโดยไม่มีอนาคต หรือไม่มีหลักประกันเลยว่าคนงานเหล่านั้นจะอยู่กับตนเองในระยะเวลาเท่าไร ควรจะมี มาตรการในการกําหนดการเปลี่ยนนายจ้าง เช่นนายจ้างที่จะรับใหม่นั้นต้องได้รับความยินยอม จากนายจ้างเดิมหรือมีข้อบังคับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนดไว้ นอกจากนั้นในการบริหาร แรงงานต่างด้าว ที่สําคัญยิ่งก็คือเราควรจะได้พึงปฏิบัติต่อแรงงานเหล่านั้นเฉกเช่น หรือใกล้เคียงกับคนในชาติของเราเอง ให้สิทธิ ให้ความเสมอภาคที่ใกล้เคียงกัน ให้มีมนุษยธรรมเพียงพอ ในอดีตเราก็โดนเรื่องของ การค้ามนุษย์เพราะเราปฏิบัติต่อแรงงานในสภาพที่ไม่เหมาะสม ตราบใดที่ค่าแรงขั้นต่ํา ของประเทศไทยยัง ๓๐๐ บาทต่อวัน เราจะมีแรงงานต่างชาติหรือต่างด้าว ๓ ประเทศ รอบประเทศไทยมุ่งที่จะเข้ามาทํางานไม่รู้จบ เพราะว่าค่าแรงขั้นต่ําของเขานั้นวันละ ๑๐๐ กว่าบาท ต่ํากว่าประเทศไทยมาก เพราะฉะนั้นการเข้ามาทํางานในประเทศไทยจึงเป็นความมุ่งหวัง และความคาดหวังของแรงงานดังกล่าวที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในเมืองไทยด้วยมีค่าตอบแทน ที่สูงกว่า ถึงแม้ว่าเราจะจัดระบบของการบริหารจัดการแรงงานที่ดีอย่างไรก็ตาม เราก็จะต้อง เตรียมคนไทยให้มีความพร้อมในการที่จะได้ทํางานดังกล่าวทั้ง ๆ ที่เราก็มีคน แต่เราไม่มีคนที่จะ ทํางานในลักษณะงานที่ได้นําเรียนไปเบื้องต้น สุดท้ายหวังว่าในการจัดการบริหารแรงงาน ให้มีประสิทธิภาพนั้นจะสําเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ซึ่งในขณะนี้จังหวัดจันทบุรีก็เป็นระยะเวลาที่ต้องการ ใช้แรงงานเป็นจํานวนมาก หากจัดการได้มีประสิทธิภาพผู้ประกอบการจะมีผลประโยชน์เยอะ ในอดีตผู้ประกอบการแต่ละแห่งต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ๑๒ หน่วยงาน มีหน่วยงานเดียว ที่ไม่มาข้องแวะคือหน่วยงานของตํารวจรถไฟไม่มาครับ นอกนั้นต้องจ่ายหมด ตัวนี้เป็นต้นทุน ในการที่จัดซื้อผลผลิตของจังหวัดจันทบุรีหรือผลผลิตของเกษตรกรในเขตภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุดอะไรต่าง ๆ ที่จะส่งออกต่างประเทศ และนําเงินตราต่างประเทศ เข้ามาหลายหมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้นหากเราได้สนับสนุนกลไกในการบริหารจัดการ แรงงานของเขาให้มีประสิทธิภาพเขาพร้อมที่จะจ่ายค่าจดทะเบียน ขอให้มีระบบการบริการ ที่รวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถควบคุม คอนโทรล (Control) คนงานเหล่านั้นให้ทํางานต่อไปได้ ก็เพียงพอแล้ว ขอจบการอภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ