พรพันธุ์ เสนอเตรียมรับสังคมสูงวัย ผ่านนโยบายภาษี-บ้านพัก-การออม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐

พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือถึงความจำเป็นในการเตรียมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเสนอให้ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค จัดตั้งบ้านพักคนชราในทุกจังหวัด และส่งเสริมการออมตั้งแต่วัยทำงานผ่านการศึกษาและกองทุนการออม เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในอนาคต พร้อมเสนอให้ขยายฐานภาษีและพิจารณาการขึ้น VAT เพื่อเพิ่มรายได้รัฐ สนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีศักดิ์ศรี โดยเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตผ่านบริการสาธารณะและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แทนการแจกเงินเพียงอย่างเดียว

รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สปท. ค่ะ ดิฉันตั้งใจจะพูดเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพ แต่ว่า ต้องขอบคุณคุณหมอเฉลิมชัยที่ท่านได้กล่าวครอบคลุมไว้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่ว่ามีอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งอยากจะเรียนท่านกรรมาธิการเพื่อเสริมให้รายงานของท่านคิดว่าจะได้สมบูรณ์พร้อม เพราะว่าท่านได้ทํารายงานนี้มาอย่างครอบคลุมมากอยู่แล้ว เราทุกคนยอมรับกันว่าขณะนี้ ปัญหาของผู้สูงวัยคือผู้ที่ได้รับใช้ประเทศมาอย่างยาวนาน พอถึงเวลาที่เขาจะได้รับการดูแล ทางด้านสาธารณสุข ทางด้านสังคม สาธารณูปโภคต่าง ๆ ดีมากขึ้น เขาก็อยู่นานขึ้น แล้วก็มีจํานวนเพิ่มมากขึ้น ก็เลยกลายเป็นปัญหาอันหนึ่งของประเทศ ก็ขอเรียนว่าถ้าหาก จะให้ผู้สูงวัยเหล่านี้ได้มีชีวิตอย่างมีคุณภาพตามที่พวกเราต้องการจนกว่าเขาจะสิ้นชีวิตไป จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมากทีเดียว ต้องเรียนให้ทราบว่าสิ่งที่เราจะต้องเตรียมการอันหนึ่ง ก็คือการที่รัฐจะต้องหารายได้ไว้เตรียมตัวสําหรับประชากรสูงวัยที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในไม่ถึง ๑๐ ปีข้างหน้า ดิฉันก็อยากจะขอเพิ่มเติมในข้อเสนอแนะการขับเคลื่อน อย่างเร่งด่วนว่านอกจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แล้ว กระทรวงการคลังท่านก็ควรจะคิดเรื่องนี้ เพราะว่าขณะนี้ ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการกึ่ง ๆ ทางด้านสุขภาพ ทางด้านการรักษาพยาบาลมาจาก งบประมาณของรัฐทั้งหมดครอบคลุมประชาชนเกือบทั้งประเทศ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของคนไทย แล้วทั้งหมดมาจากเงินภาษี มีส่วนของประกันสังคมเท่านั้นที่ผู้ใช้แรงงาน หรือผู้ประกันตน สมทบ ๑ ใน ๓ ของสวัสดิการข้าราชการก็เป็นที่รัฐออกให้ทั้งหมดตามที่ได้รักษาพยาบาล ส่วนที่เหลือนอกจากนั้นประมาณ ๕๐ ล้านคนก็เป็นเงินมาจากภาษีทั้งนั้น แล้วฐานภาษี ของประเทศนี้ก็ค่อนข้างจะแคบ ท่านก็คงจะทราบว่าภาษีรายได้มีคนเสียจริง ๆ ก็ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนประมาณนั้น ซึ่งครอบคลุมทั้งหมดแล้วก็เพิ่มขึ้นตลอดเวลาสําหรับ ค่ารักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ากระทรวงการคลังจะต้องคิด กระทรวงสาธารณสุขเอง ก็จะต้องคิดว่าเราจะหารายได้เพิ่มเติมเหล่านี้มาจากไหนนะคะ การขยายฐานภาษีเป็นสิ่งที่ จําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทําให้มากกว่านั้น ในเรื่องของการรักษาพยาบาลสําหรับผู้มีฐานะ ทางเศรษฐกิจพอที่จะช่วยเหลือได้ เรื่องของคอสต์แชริง (Cost Sharing) หรือการประกัน สุขภาพเสริม นอกเหนือไปจากสิทธิประโยชน์หลักด้านสุขภาพแล้วเป็นสิ่งที่ควรจะเร่งรัดให้เกิดขึ้น เพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบ แล้วจะใช้เงินเหล่านี้ไปในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของแวต (VAT) ซึ่งเงื้อง่ามานานแล้ว อาจจะต้อง ถึงเวลาที่จะต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะว่าการที่จะเติมเงินเข้าสู่ระบบให้ได้ผล อย่างรวดเร็วนี้ก็คงจะต้องอาศัยในเรื่องของการเพิ่มภาษีของแวต (VAT) อีกด้านหนึ่ง เหมือนกัน เพราะว่าการที่จะดูแลอย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องดูแลทั้งสุขภาพส่วนบุคคล และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ลักษณะที่อยู่ เราจะเห็นได้ว่าในขณะนี้มีผู้สูงอายุเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะในชนบท ซึ่งมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ซึ่งเมื่อสูงอายุ มากขึ้น สิ่งที่จะปรากฏชัดก็คือการเสียสมรรถภาพในการทรงกาย เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่า มีข้อมูลที่แสดงให้เราเห็นว่าผู้สูงอายุหกล้มจนกระทั่งพิการหรืออะไรมากมาย เพราะฉะนั้น ดิฉันก็ยังสนับสนุนว่าบางทีบ้านพักคนชราซึ่งมีลักษณะการก่อสร้างที่เอื้ออํานวย ต่อการดํารงชีวิตของผู้สูงอายุอาจจะเป็นสิ่งที่จําเป็นในขณะนี้สําหรับทุกจังหวัดที่ควรจะมี อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ยากจนและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ไม่เอื้ออํานวยต่อการดํารงชีวิต สามารถที่จะมีที่อยู่ที่ให้เขาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้ ในบั้นปลายของชีวิต เพราะฉะนั้นก็ควรจะได้ดําเนินการ แล้วก็สามารถที่จะดําเนินการ ของบประมาณได้อย่างเร่งด่วน สตาร์ต (Start) ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ก็ยังสามารถที่จะ ดําเนินการได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องการ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะร่วมกันเรียกร้องในทุกกระทรวงก็คือเรื่องของ สาธารณูปโภคที่เป็นสาธารณะสําหรับสังคมผู้สูงอายุ ดิฉันคิดว่าราวเกาะบันไดควรจะมี ทุกองค์กรของรัฐที่จะต้องติดเอาไว้ เพราะว่าจะช่วยในการที่จะป้องกันอุบัติเหตุ บันไดเลื่อน ที่จําเป็นสําหรับ อาจจะมากเกินไป แต่ดิฉันคิดว่าต่อไปก็จะจําเป็น บันไดเลื่อนสําหรับ สะพานลอยข้ามถนน เคยเห็นผู้สูงอายุหลายคนยอมที่จะโดนตํารวจจับแล้วก็ปรับ เพราะเขาบอกว่าเขาไม่มีแรงที่จะปีนขึ้นสะพานลอย เช่นเดียวกับขึ้นบันไดเลื่อน ขึ้นขนส่ง สาธารณะต่าง ๆ เช่นรถไฟฟ้าก็คงจะจําเป็นสําหรับสังคมผู้สูงอายุด้วยเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ จะต้องปรับทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันเหลือสุดท้ายที่อยากจะเพิ่มเติมก็คือเรื่องเศรษฐกิจ ของผู้สูงอายุ ดิฉันคิดว่าบางทีรัฐอาจจะต้องคิดว่าการที่จะให้ผู้สูงอายุแต่ละคนได้เงิน ๘๐๐ บาท หรือแม้กระทั่ง ๑,๕๐๐ บาท จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพราะว่าพูดถึงค่าครองชีพ ในปัจจุบันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ท่านเหล่านั้นดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ ถ้าเผื่อท่าน เอามาปรับในสิ่งที่เป็นสาธารณูปโภค เช่นบ้านพักที่มีคุณภาพ เช่นสถานพยาบาลที่มีคุณภาพ เช่นการขนส่งซึ่งให้ความสะดวกกับผู้สูงอายุ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ผู้สูงอายุดํารงชีวิตได้อย่างมี คุณภาพ โดยเฉพาะบ้านพักผู้สูงอายุที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม รวมทั้งอาหารที่เหมาะสม ประกอบกับศูนย์พัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุจะทําให้ท่านเหล่านั้นสามารถจะดํารงชีวิตอยู่ ได้อย่างมีคุณภาพ แทนที่จะมาแจกเงินคนละ ๑,๐๐๐ บาท หรือคนละ ๙๐๐ บาท แล้วปล่อยให้เขาไปอยู่ในบ้านซึ่งผุพัง ไม่มีส้วมที่เหมาะสมอะไรพวกนี้ แล้วก็อด ๆ อยาก ๆ คือไม่พอกินแน่ ๆ อันนี้ก็อยากจะฝากเอาไว้

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งควรจะต้องทําตั้งแต่บัดนี้ในปีนี้ เป็นข้อเสนอแนะก็คือเรื่องของ การออม ดิฉันคิดว่าในข้อมูลที่ทําเซอร์เวย์ (Survey) ระบุว่าคนไทยเริ่มคิดถึงการออม เมื่ออายุ เปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดคืออายุประมาณ ๔๕ ปี หรือ ๕๐ ปี ซึ่งคิดว่าสายเกินไปเสียแล้วที่จะได้ผลจากการออมอย่างสามารถจะดํารงชีวิตอยู่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องของการออมควรจะเป็นเรื่องที่บรรจุอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ให้เด็ก ได้คํานึงถึงเรื่องของการออมควบคู่ไปกับการดําเนินชีวิตของเขาในอนาคต เพราะฉะนั้น เมื่อเริ่มทํางานควรจะได้คิดถึงการออม แล้วกองทุนการออมทั้งหลายควรจะกระจายไปสู่ พื้นที่ในทุกพื้นที่โดยเฉพาะในจังหวัดอะไรพวกนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงกองทุน การออมได้อย่างสะดวก และให้เริ่มออมตั้งแต่เมื่อเริ่มทํางาน เมื่อเขาเข้าวัยสูงอายุ ผลประโยชน์ที่เขาได้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้การดํารงชีวิตของเขามีคุณภาพดีมาก ยิ่งขึ้น อันนี้ดิฉันก็ขอฝากเอาไว้สําหรับเรื่องของข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเร่งด่วนด้วย ขอบคุณค่ะ